ในห้วงความรู้สึกของผู้หญิงคนหนึ่งที่รู้ว่ามีอีกหนึ่งชีวิตน้อยๆ กำลังก่อเกิดขึ้นในครรภ์ มีหลายร้อยพันสิ่งที่คิดว่าดีและจะทำให้ลูกคนนี้อย่างเต็มที่แต่เมื่อวันหนึ่งไม่สามารถทำได้อย่างที่คาดหวังคุณแม่คงรู้สึกเสียใจและคิดว่าเป็นแม่ที่ไม่ดีพอ
เพราะรักจึงคาดหวัง
ฉันตั้งใจจะเป็นแม่ที่ดี ทำทุกอย่างที่คิดว่าดีที่สุดเพื่อลูก
ลูก ฉันตั้งใจว่าจะคลอดลูกวิถีธรรมชาติ จะไม่ผ่าคลอดเด็ดขาด
ฉันตั้งใจจะให้ลูกกินนมแม่จนกว่าจะหนึ่งขวบ
ฉันตั้งใจจะ
สารพันความตั้งใจของคนกำลังจะเป็นแม่มักมุ่งหวังจะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูก ไม่ว่าจะเป็นสิ่งดีๆ ที่เคยได้รับเมื่อครั้งยังเป็นลูกหรือจะเป็นสิ่งที่ตัวเออยากจะได้รับ รวมไปถึงการศึกษาหาข้อมูลเตรียมพร้อมและรู้ว่าสิ่งไหนจะเป็นประโยชน์ที่ดีที่สุดสำหรับลูก คนเป็นแม่ก็มักมีความตั้งใจสูงที่จะทำให้สำเร็จและคาดหวังว่าลูกก็คงจะพึงใจในสิ่งนี้เช่นกัน จนอาจจะลืมไปว่ามีเหตุปัจจัยอีกมากมายรวมทั้งธรรมชาติของเด็กแต่ละคนนั้น ย่อมต้องการในสิ่งที่แตกต่างกันออกไป ถ้าอะไรๆ หลายอย่างที่คุณตั้งใจจะทำให้ลูกนั้นไม่เป็นดังที่หวัง เป็นธรรมดาของคนเป็นแม่ที่จะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเสียใจ และคิดว่าตัวเองไม่ใช่แม่ที่ดีของลูก ยิ่งถ้าหันไปเห็นแม่คนอื่นทำได้ด้วยแล้วล่ะก็???
จิตแม่แกว่ง
ใจลูกไกว
โดยธรรมชาติของเด็กจะเร็วต่อสัมผัสของแม่และพ่อ ถ้าเมื่อใดก็ตามที่จิตใจของแม่มีความวิตกกังวล น้อยใจ ผิดหวัง หรือรู้สึกไม่ดีต่อการเลี้ยงลูก ความไม่หนักแน่นในจิตใจของพ่อแม่จะทำให้ท่าทีในการแสดงออกกับลูกไม่สม่ำเสมอ สัมผัสที่เคยอ่อนนุ่มก็จะดูหยาบขึ้น สายตา ท่าที น้ำเสียงก็จะเปลี่ยนไป เมื่อโกรธหรือเครียด อุณหภูมิในร่างกายจะสูงขึ้นจนลูกรู้สึกได้ถึงความไม่สบายตัวลูกจะรู้สึกได้ว่าชอบหรือไม่ชอบ ซึ่งความรูสึกนี้จะส่งผลต่อความรักความผูกพันที่จะเกิดขึ้นระหว่างแม่กับลูก ถ้าความรู้สึกของแม่แกว่งเยอะๆ ลูกจะเป็นเด็กที่เลี้ยงยาก มีความเครียดง่าย เพราะปรับอารมณ์ตามความรู้สึกของผู้เป็นแม่ เมื่อโตขึ้นลูกจะเป็นคนขาดความมั่นใจในตัวเอง ไร้วินัย ซึ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างคุณแม่กับลูกเพียงช่วงเวลาหนึ่งนี้จะทำให้เกิดผลระยะยาวในที่สุด
มากำจัดความรู้สึกติดลบต่อตัวเองกันเถอะ
ถ้าจะให้บอกว่าอย่าเสียใจกับความคาดหวังที่ทำให้เป็นจริงไม่ได้ คงเป็นการปลอบใจแบบกำปั้นทุบดินจนเกินไป แต่ด้วยเทคนิครู้เท่าทันจิตใจของตัวเองต่อไปนี้ จะทำให้คุณแม่รู้สึกดีต่อตัวเองมากขึ้น
- รู้จักอารมณ์ตัวเอง ก่อนที่จะไปโฟกัสว่าลูกเป็นแบบนั้นแบบนี้โกรธหรือน้อยใจที่ลูกไม่ยอมรับความหวังดีจากเรา คุณแม่ควรจะมองหาที่มาของความรู้สึกดีให้ได้ว่าเกิดจากอะไร บางครั้งอาจพบว่าเกิดจากเราคาดหวังลูกสูงเกินไปนั่นเอง
- บาลานซ์ความคาดหวัง พิจารณาความรู้สึกของตัวเองสักนิดสิคะ ว่าจริงๆ แล้วตัวเราเองก็มีข้อจำกัดอะไรหลายๆ อย่างที่อาจจะทำให้เป็นอย่างที่คาดหวังนั้นลำบาก หากลดความคาดหวังนั้นลงมาอีกสักหน่อยเราก็จะสมหวังมากขึ้นไม่ใช่หรือ
- เลือกมองความสำเร็จมากกว่าความล้มเหลว เพราะแม้เราจะทำบางอย่างที่มุ่งหวังได้ แต่เราคงไม่ล้มเหลวไปเสียทุกเรื่อง โดยเฉพาะหากมีความตั้งใจที่จะเลี้ยงลูก เช่น แม้เราจะให้นมแม่แก่ลูกไม่ได้ แต่ทุกครั้งที่ลูกดูดนม (จากขวด) เราก็จะอุ้มลูกแนบอกอย่างน้อยก็ได้ใกล้ชิดและสัมผัสกันไม่ต่างจากให้นมแม่ อาจไม่สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เราก็ทำดีที่สุดแล้ว เป็นต้น
- ให้โอกาสตัวเอง เช่นเดียวกับการลดความหวัง ก็อย่าลืมให้โอกาสตัวเองได้ปรับตัว มองว่าบางอย่างที่ทำลงไปนั้นพอดีหรือเปล่า เพราะการให้โอกาสตัวเองได้คิดและไตร่ตรองความรู้สึกอย่างถี่ถ้วนจะทำให้คุณแม่เข้าใจความคาดหวังตัวเองมากขึ้น
- เพิ่มศักยภาพในตัวเอง อย่ามัวแต่พร่ำรำพันความรู้สึกหันมาวิเคราะห์อย่างมีสติว่า สิ่งที่ทำให้ลูกแล้วไม่ดีอย่างที่หวังนั้นเกิดจากความไม่เข้าใจและไม่พร้อมของเราเองหรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงจะต้องรีบเรียนรู้วิธีที่ถูกต้องโดยด่วน เช่น ลูกไม่ยอมกินนม ต้องดูด้วยว่าคุณแม่ให้นมในเวลาที่เขาไม่หิว หรือท่าที่ให้นมนั้นถูกต้องหรือไม่ เป็นต้น
- มองปัญหาในแง่บวก พยายามแสวงหาคำตอบของปัญหา ไม่ใช่เอาปัญหานั้นมาทำให้ตัวเองทุกข์ใจ และคิดวนเวียนแต่งว่าไม่มีทางออก หากไม่ลองพยายามอย่าบอกว่าตัวเองทำไม่ได้
- ฟังคุณแม่ที่มีประสบการณ์ร่วม ลองแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับคนที่มีสถานภาพเหมือนกัน จะทำให้คุณแม่ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของคนอื่น เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับตัวเอง อย่างน้อยก็รู้ว่ามีคนที่เป็นเหมือนเรา
- อย่าคิดว่านี่คือชีวิตของเรา เวลาทำอะไรไม่ได้แล้วเราต้องแก้คนเดียว ลองหาตัวช่วยอื่นๆ เช่น สามี เพื่อน หรือคนที่พูดคุยได้ คุณแม่จะได้มุมมองที่อาจจะเหมือนหรือแตกต่าง และการมีเพื่อนคิดที่ดีจะทำให้แก้ปัญหาได้ง่ายขึ้น
การที่ผู้หญิงคนหนึ่งทำหน้าที่ไม่ครบถ้วนทุกอย่างก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ใช่แม่ที่ดี เพราะยังมีอีกหลายอย่างที่จะทำเพื่อลูกไม่ใช่เหรอคะ
(update 23 มีนาคม 2007)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ Vol.12 No.136 February 2007]
|