มีเสียงบ่นปนปรึกษาจากคุณแม่คนหนึ่งมาทางสายโทรศัพท์แบบรัวคำถามเป็นชุดๆ จับใจความได้ว่าสาวน้อยวัย 3 ขวบที่บ้านยังไม่ขวดนมสักที เอ้า! ถ้าคุณแม่ท่านไหนมีปัญหาแบบเดียวกันก็กระเถิบเข้ามาฟังใกล้ๆ ด่วนเลยค่ะ
ถึงเวลา (หรือยัง?)
เป็นคำถามยอดฮิตที่ได้ยินเป็นประจำเพราะคุณแม่ไม่แน่ใจว่า อายุเท่าไหร่นะ จึงจะได้เวลาจับลูกเลิกขวดนมซะที เอาอย่างนี้ค่ะ หากคุณแม่บวกลบคูณหารลูกเสร็จสรรพแล้ว เจ้าตัวเล็กอายุเกือบ 1 ปี คุณแม่ควรรีบวางแผนการเลิกขวดนมได้แล้วนะคะ
กุมารแพทย์แนะนำว่าการฝึกให้ลูกเลิกดูดนมจากขวดนั้นควรค่อยเป็นค่อยไป และเริ่มฝึกได้ตั้งแต่อายุ 1 ปี เพราะตามพัฒนาการเด็กวัยนี้สามารถดื่มจากแก้วได้แล้ว ถ้ายังทำไม่ได้ทันทีก็ผ่อนผันให้ได้จนถึงอายุ 1 ปีครึ่งค่ะ แต่ไม่ควรปล่อยให้อายุลูกเพิ่มขึ้นมากกว่านี้ เพราะลูกจะติดใจการดูดนมจากขวดมากกว่าดื่มจากแก้ว และหากล่วงเลยจนลูกอายุ 3 ปี จะเป็นช่วงวัยที่ชอบต่อต้าน ยิ่งทำให้การฝึกเลิกขวดนมยากขึ้นไปอีกเชียวล่ะ
3 2 1 Go!
อ๊ะ
อ๊ะ
อ๊ะ อย่าเพิ่งทวงถามด้วยค่ะว่าไหนล่ะ ยุทธวิธีการเลิกขวดนมเพราะเตรียมไว้เรียบร้อย ว่าแต่คุณแม่เถอะเตรียมตัวพร้อมรึยังคะถ้าพร้อมแล้วมาเริ่มชวนลูกสลัดขวดนมกันเลย
- ก่อนจับคุณลูกมาปฏิบัติการเลิกขวดนม คุณแม่ต้องตั้งใจจริงใจแข็ง และอดทนฟังเสียงอ้อนวอนจากลูกไม่น้อยทีเดียว
- พาลูกไปเลือกซื้อแก้วหัดดื่มน่ารักๆ สัก 1-2 ใบ แล้วตอนกลางวันคุณแม่ก็ให้ลูกดื่มนมจากแก้วที่เขาเลือกนั่นล่ะค่ะ
- ชวนลูกมาดื่มนมก่อนนอนกันดีกว่า เป็นการค่อยๆ ปรับเปลี่ยนนิสัยดูดนมจนหลับคาขวดของลูก มาเป็นดื่มนมจากแก้ว
- ดื่มนมก่อนนอนได้แล้ว ก็ต้องเลิกนมมื้อดึกด้วยการให้ลูกกินอาหารค่ำให้อิ่ม ดื่มนมก่อนนอน แล้วลดปริมาณนมมื้อดึกจนเลิกได้ในที่สุด แต่ช่วงแรกๆ คงต้องทนเสียงงอแงของลูกหน่อยนะ
- ฝึกลูกแปรงฟันก่อนนอน และบอกให้ลูกรู้ว่าหลังแปรงฟันแล้วจะไม่มีการกินหรือดื่มอะไรอีก นอกจากน้ำจนจะเช้าโน่นล่ะ
- นิทานกล่อมเข้านอนก็สำคัญ ลองแถมท้ายด้วยนิทานเรื่อง บ้าย
บายขวดนม บ้านไหนคุณแม่ลองทำทุกวิถีทางแล้วยังไม่ได้ผลก็อาจจะต้องมีเทคนิคอื่นๆ มาช่วยหน่อยก็ดีนะคะ
- ถ้าลูกทำได้อย่างที่คุณแม่บอก อย่าลืมหยอดกำลังใจด้วยคำชมเชยหวานๆ หรือแก้วฝึกดื่มอีกสักใบก็ไม่เลวทีเดียว
ทำไมหนูต้องเลิกขวดนม ?
แหม! ดูดนมจากขวดมาก็หลายปีดีดักไม่เห็นว่าจะมีปัญหาอะไรสักที ดีเสียอีกที่ลูกกินนมได้เยอะ คิดอย่างนั้นไม่ผิดหรอกค่ะเพราะตอนนั้นเจ้าตัวเล็กยังไม่มีฟันและกินนมเป็นอาหารหลัก แต่เมื่อร่างกายเจริญเติบโตขึ้นย่อมต้องการสารอาหารเพิ่มมากขึ้นเรื่องติดขวดนมจึงเริ่มไม่ใช่เรื่องธรรมดา ถ้าปล่อยไว้นานๆ คุณแม่จะต้องตามแก้ไขปัญหาอีกเยอะเชียว
- สุขภาพฟัน เพราะถ้าลูกมีฟันขึ้นแล้วยังคงดูดนม (โดยเฉพาะนมชนิดหวาน) จากขวดและหลับไปพร้อมขวดนม โดยที่ไม่ได้ดื่มน้ำตาม จะทำให้มีคราบนมติดอยู่ที่ฟันเป็นสาเหตุให้ฟันผุได้ หรือหากยังปล่อยให้ลูกดูดนมขวดไปจนเลย 3 ขวบครึ่งจะมีผลต่อการเรียงของฟันในขากรรไกร ทำให้ฟันยื่นเพดานปากลึกได้
- ระบบการขับถ่าย เพราะการกินนมเพียงอย่างเดียว ลูกจะไม่ได้รับกากใยจากอาหารชนิดอื่น จนพานทำให้ท้องผูกและการขับถ่ายไม่ปกติด้วย
- ทักษะการเคี้ยวกลืน เพราะการดูดนมจากขวด ทำให้ลูกเสียโอกาสเรียนรู้และฝึกฝนพัฒนาการของกล้ามเนื้อบริเวณปากและฟันในการเคี้ยวกลืน ซึ่งจะส่งผลต่อการฝึกพูด อีกทั้งยังเสียโอกาสที่จะเรียนรู้รสชาติและลักษณะอาหารที่หลากหลาย
- ภาวะโภชนาการขาดหรือเกิน เพราะถ้าลูกดื่มนมมาก และยังกินอาหารอื่นได้ดีจะทำให้ภาวะโภชนาการเกินจนเกิดโรคอ้วนแต่ในทางกลับกัน เด็กบางคนกินนมจากขวดมากๆ พานไม่ยอมกินอาหารชนิดอื่นก็จะทำให้ลูกได้รับสารอาหารไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เพราะเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไปต้องการสารอาหารให้ครบ 5 หมู่
(update 4 เมษายน 2007)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ Vol.12 No.136 February 2007]
|