อนุบาลก็จีบกันแล้ว…ทำอย่างไรดีค่ะ


Q : ลูกสาวอยู่ในวัยอนุบาลเดินจูงมือกับเพื่อนผู้ชายและบางครั้งลูกคุยให้ฟังว่า เด็กผู้ชายจีบเพื่อนคนนั้นคนนี้ ในฐานะที่เราเป็นแม่จะมีการระมัดระวังเรื่องนี้อย่างไรดีคะ

วีรณา/กทม.


A : เมื่อชั้นอนุบาล 3 ของคุณครูหมูเปิดได้ 2 สัปดาห์ ซึ่งเป็นช่วงที่เด็กๆ กำลังปรับตัวในการมาโรงเรียน วันหนึ่งคุณแม่น้องอามมาบอกครูหมูว่า จะมาขอดูเด็กชื่อน้องจิ๊บว่าเป็นคนไหน น้องอามขอให้แม่มาบอกน้องจิ๊บให้มาเป็นแฟนกับอาม เพราะอามชอบน้องจิ๊บมาก ครูหมูเกิดความไม่สบายใจ เพราะคุณแม่น้องอามพูดอยู่หลายวัน เกรงว่าถ้าคุณพ่อน้องจิ๊บได้ยินเข้า อาจจะเกิดปัญหาเลยต้องคุยกับคุณแม่น้องอามว่าเรื่องราวแฟนเป็นเรื่องปกติของเด็กๆ วัยนี้ค่ะ

สักพักหนึ่งความรู้สึกนี้จะหายไป ซึ่งจริงอย่างที่คาดค่ะ ผ่านไปเพียงสัปดาห์เดียว คุณแม่กลับมาบอกว่า น้องอามไม่พูดเรื่องแฟนแล้ว ครูหมูพบกับเหตุการณ์แบบนี้บ่อยๆ เด็กคิดอะไรอยู่ เราเดาไม่ถูกหรอกค่ะ อย่าลืมว่าคนเรานั้นคิดอะไรไม่เหมือนกัน ผู้ใหญ่คิดอย่างหนึ่ง เด็กคิดอีกอย่างก็ได้

เรื่องแฟน เรื่องแต่งงาน สำหรับเด็กวัยอนุบาล เมื่อถามดูมักได้คำตอบน่าๆ ครั้งหนึ่งครูหมูกำลังเล่านิทานให้เด็กๆ ฟัง พอนิทานจบ เด็กๆ ปลื้มมากจนบอกว่าขอแต่งงานกับคุณครูได้ไหม ตอนนั้นคิดคำตอบไม่ทันบอกไปว่า “ค่าสินสอดแพงนะคะ สงสัยอีกหลายปีกว่าหนูจะหาเงินมาแต่งงานได้” หรือเพื่อนครูหมูเป็นคนชอบแต่งตัว เด็กๆ ในห้องมาจองขอเป็นแฟนหลายคนเชียวค่ะ

เชื่อไหมว่าเด็กอนุบาลก็มีปัญหารักสามเส้า เนื่องจากน้องจีนและน้องตุ๋นต่างชอบน้องม่อน ซึ่งเป็นเด็กผู้หญิงน่ารักครูหมูเฝ้าสังเกตการณ์เพราะกลัวว่าจะเกิดศึกชิงนาง วันหนึ่งน้องตุ๋นใจกล้าถามน้องจีนว่า “ทำไมน้องจีนชอบน้องม่อน น้องม่อนไม่เห็นจะสวยเลย” น้องจีนจึงตอบด้วยความมั่นอกมั่นใจว่า “น้องม่อนเป็นเด็กดี ไม่เคยถูกคุณครูหมูดุเลย” น้องตุ๋นบอกว่า “ตุ๋นก็ชอบน้องม่อนเหมือนกันแต่ไม่เป็นไร ตุ๋นไปเป็นแฟนกับเสือก็ได้” แต่ว่าน้องเสือเป็นเด็กผู้ชายนะคะ ฮ่า ฮ่า

เด็กๆ จะเลียนแบบพฤติกรรมความรักจากสิ่งใกล้ตัว สิ่งที่ได้เห็น ได้ยิน และได้สัมผัส หรือเมื่อเห็นบทบาทตัวละครในโทรทัศน์ แอบได้ยินจากพี่ๆ หนุ่มสาวในฐานะที่เราเป็นแม่ อดห่วงไม่ได้ว่าเขาจะเลียนแบบหรือไม่ เพราะเราไม่สามารถจัดระเบียบสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวลูกได้ แต่สิ่งที่ทำได้คือ การปลูกฝังความคิดโดยการพูดคุย ชี้แนะสิ่งไหนดี สิ่งไหนเหมาะสมซึ่งการคุยกับลูกต้องอาศัยจังหวะ เช่น ช่วงที่ลูกพูดถึงแฟน เราก็คุยกันแบบสบายๆ ว่าลูกคิดว่าแฟนแปลว่าอะไร จะต้องทำอะไรให้แฟนบ้าง ฯลฯ หรือเวลาที่ลูกพูดว่ามีแฟนแล้ว คุณแม่อาจพูดว่าเรายังเล็กอยู่เป็นเพื่อนกัน พ่อเป็นแฟนกับแม่ตอนโตทำงานแล้ว เพราะพ่อต้องดูแลแม่ ขับรถพาแม่ไปซื้อของ ลูกมีเงินซื้อของหรือเปล่า

ถ้าไม่มีปัญหาอื่นนอกจากเรื่องการเป็นแฟน ผู้ใหญ่ควรรับฟังแบบนิ่งๆ ไม่ซักไซ้ไล่เลี้ยงหรือเย้าแหย่ แล้วเหตุการณ์จะปกติเอง ความคิดเด็กจะเปลี่ยนแปลงตามวัย ไม่ต้องกังวลนะคะ เพราะสิ่งดีๆ ที่คุณแม่คอยสั่งสอนแนะนำซึมซับอยู่ในตัวลูก เมื่อลูกโตขึ้นอยู่ในวัยเหมาะสมที่จะมีแฟน ลูกจะดำเนินชีวิตได้อย่างดีค่ะ

อาจารย์รุ่งรวี กนกวิบูลย์ศรี โรงเรียนอนุบาลสามเสน


(update 5 กุมภาพันธ์ 2007)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 24 ฉบับที่ 288 มกราคม 2550 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600