นักเรียนรู้วัย 4-6 เดือน


พัฒนาการของลูกน้อยรุดหน้าไปมากทีเดียวค่ะแถมยังเป็นนักเรียนรู้ตัวยงเสียด้วย มาดูกันสิคะว่าลูกเรียนรู้อะไรได้บ้าง และพ่อแม่จะส่งเสริมได้อย่างไร


วัยหยิบเข้าปาก

วัยนี้จะชอบหยิบขิงเข้าปากด้วย ดังนั้นทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวลูกจะสามารถหยิบเข้าปากได้หมด
  • คุณพ่อคุณแม่ต้องหมั่นทำความสะอาดมือน้อยๆ อยู่เสมอและพยายามไม่ให้มีสิ่งของที่จะทำให้เกิดบาดแผลหรือข่วนปากลูกได้

  • ของเล่นของลูก อุปกรณ์เครื่องใช้รอบตัวลูก จะต้องไม่มีคม ขนาดไม่เล็กจนเกินไป และต้องทำความสะอาดอยู่เสมอเช่นกันค่ะ

ช่วงเวลาป้อนอาหาร

เป็นช่วงที่เราสามารถสอนหรือส่งเสริมพัฒนาการทางร่างกาย และอารมณ์ของลูกวัยนี้ได้ค่ะ
  • พูดคุยกับลูกขณะที่คุณกำลังเตรียมอาหาร ป้อนนม ไม่ว่าจะเป็นช่วงที่คุณให้ลูกดูดนมจากเต้า หรือจากขวดนม “ลูกจ๋ารอประเดี๋ยวเดียวนะ” “ลูกจ๋านี่ขวดนมของลูกไงจ๊ะ” สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ลูกน้อยได้เรียนรู้ถึงคำพูด และเป็นการเริ่มต้นเรียนรู้ที่จะรอคอย

  • พยายามสัมผัสลูกน้อยให้มากๆ จะด้วยการอุ้ม โอบกอด หอม หรือนวดสัมผัส เพราะการสัมผัสจะส่งผลต่ออารมณ์และจิตใจที่ดีของลูก ลูกจะรู้สึกถึงความรักจามสัมผัสที่คุณแสดงออก

  • ถ้าลูกใช้นิ้ว หรือมือ สัมผัสอกแม่ หรือเล่นน้ำนมที่ไหลออกมา อาจเลอะเทอะไปบ้างก็ปล่อยเถอะค่ะ เพราะลูกกำลังเรียนรู้จากสิ่งที่ได้สัมผัสอยู่

  • เมื่อลูกน้อยโตขึ้นถึงวัยอาหารเสริม ขณะที่คุณแม่กำลังป้อนอาหาร เค้าจะพยายามหยิบจับอาหารด้วยตัวเอง จะด้วยนิ้ว หรือช้อน คุณแม่ปล่อยให้ลูกทำนะคะ เพื่อเป็นการฝึกพัฒนาการ ฝึกการหยิบจับ ฝึกการบังคับทิศทาง จากการใช้มือจับช้อน หรือหยิบอาหารเข้าปาก

พฤติกรรมเลียนแบบ

เด็กๆ เป็นนักเลียนแบบตัวยงค่ะ เขาจะคอยสังเกตทุกๆ พฤติกรรมที่พ่อแม่แสดงออก พร้อมบันทึกไว้ในสมอง คุณอาจจะรู้สึกแปลกใจกับพฤติกรรมบางอย่างที่ลูกทำ ถ้านึกดูให้ดีๆ ก็เป็นพฤติกรรมที่พ่อแม่หรือคนในบ้านเคยทำนั่นเอง

ดังนั้น ถ้าอยากให้ลูกเป็นแบบไหน พ่อแม่หรือคนในบ้านก็ต้องทำให้ดูเป็นตัวอย่างนะคะ

อีกสิ่งหนึ่งที่คุณแม่ควรทำ เพื่อให้ลูกเคยชินกับพฤติกรรมนี้ให้มากที่สุด คือ ช่วงเวลาอาหาร เวลาอาบน้ำ เปลี่ยนผ้าอ้อม หรือแม้กระทั่งเวลานอน ถ้าสามารถทำเป็นเวลาประจำได้ในทุกๆ วันก็จะช่วยให้ลูกเรียนรู้เรื่องเวลาได้ค่ะ

นอกจากจะเป็นการฝึกพฤติกรรมที่เป็นกิจวัตรประจำวันให้กับลูกแล้ว คุณพ่อคุณแม่เองก็จะสามารถจัดเวลาให้ลงตัวได้ดียิ่งขึ้นด้วย

บางครั้งขณะที่เล่นอยู่ หรือนั่งอยู่ ลูกจะหันไปหันมา แล้วเริ่มต้นร้องไห้ เพราะอาจรู้สึกเบื่อ หรือต้องการที่จะให้คุณอุ้มอย่าเข้าไปหาทันที คุณแม่ควรค่อยๆ เข้าไปหา หรืออาจเปิดเพลงให้ลูกฟังเพื่อให้ลูกได้รู้สึกผ่อนคลาย ได้รู้สึกคุ้นเคย มีเพื่อน ไม่รู้สึกอยู่คนเดียว และต้องสังเกตดูว่าลูกชอบสภาพแวดล้อมแบบไหน ชอบเสียงดัง หรือชอบเงียบๆ ชอบกระโดดโลดเต้นหรือชอบอยู่เฉยๆ การสังเกตนี้ก็เพื่อจะได้ตอบสนองความต้องการได้ตรงใจลูกค่ะ


ควบคุมกล้ามเนื้อ

เด็กแต่ละคนจะมีพฤติกรรมเฉพาะตัวที่แตกต่างกันไปความใกล้ชิดและช่างสังเกตของพ่อแม่ จะทำให้รู้ได้ว่าขณะนี้ลูกมีพฤติกรรมอย่างไร ควรได้รับการส่งเสริมแบบไหน เช่น
  • การที่ลูกน้อยกลิ้งตัวไปมาบนที่นอน หรือบางครั้งก็สามารถลุกขึ้นมานั่งเองได้ โดยเรียนรู้จากการใช้มือทั้ง 2 ช่วยพยุงตัวนั่ง คุณแม่ต้องให้ลูกน้อยอยู่ในท่าที่แตกต่างกันไปนะคะ ไม่ว่าจะเป็นการนั่ง การกลิ้งตัวไปมา หรือการคลานเขาจะได้ฝึกลุกขึ้นนั่ง นอน ได้ฝึกฝนศักยภาพของร่างกายค่ะ

  • อย่าลืมกระตุ้นให้ลูกขยับตัว เอื้อมมือคว้าจับ ด้วยการหาของเล่นมาหลอดล่อนะคะ

  • ของเล่นก็ควรมีความหลากหลาย ทั้งรูปร่าง น้ำหนัก เพื่อให้ลูกใช้กล้ามเนื้อนิ้ว มือ ในการหยิบจับ พยายามให้ลูกเล่นสลับกันไปมาด้วยมือทั้ง 2 โยน หรือดันไปมา

การเล่นของลูก

ขณะที่ลูกกำลังง่วนอยู่กับการเล่น นอกจากความสนุก ความรู้สึกดีๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการเล่นแล้ว ยังเกิดการเรียนรู้ด้วยค่ะแต่ไม่มีของเล่นชิ้นไหนจะสนุกเท่ากับการได้เล่นกับคุณพ่อคุณแม่หรอกนะคะ
  • ขณะเล่นกับลูก เป็นโอกาสที่คุณจะสอนและส่งเสริมพัฒนาการทางร่างกาย และทักษะในการเรียนรู้อื่นๆ เช่น เมื่อลูกน้อยส่งเสียงออกมาด้วยโทนเสียงที่แตกต่างกัน ลูกจะเรียนรู้ว่าเสียงที่เปล่งออกมาในแต่ละครั้งไม่เหมือนกัน และเขาก็พยายามที่จะทำเสียงต่างๆ ออกมาเหมือนกำลังจะบอกให้รู้ว่าเขาก็สามารถพูดได้นะ

  • การเขย่าของเล่นที่มีเสียง ลูกจะเกิดความสงสัยและพยายามที่จะหาที่มาของเสียง ว่าอยู่ที่ไหน และมาได้อย่างไรและลูกก็จะพยายามทำซ้ำแล้วซ้ำอีก

  • คุณแม่จึงควรหาของเล่นหลอกล่อ เพื่อให้ลูกคว้าจับหรือพยายามจับด้วยมือของเขาเอง และเมื่อลูกทำได้จะทำให้เขารู้สึกมั่นใจในตัวเองมากขึ้น

  • ของเล่นของลูกควรหลากหลาย ทั้งรูปร่าง น้ำหนัก ผิวสัมผัส ฯลฯ ด้วยค่ะ

มือไม้เริ่มซุกซน

เมื่ออายุครบ 4 เดือน ความสามารถในการใช้มือจะดีขึ้นจากที่เค้าเคยใช้ 2 มือ ก็จะเหลือแค่การใช้มือเดียวเพราะกล้ามเนื้อนิ้วมือของลูกมีการพัฒนามากขึ้น

ดังนั้น คุณควรนำของเล่นที่มีขนาดน้ำหนัก และผิวสัมผัสที่แตกต่างให้ลูกหยิบขึ้นมาถือด้วยนะคะ เขาจะได้เรียนรู้เรื่องการสัมผัสและน้ำหนักที่แตกต่าง

ลูกน้อยโตเร็วนะคะ แล้วก็เป็นนักเรียนรู้ที่ดีเสียด้วย ลูกจะรู้สึกอยู่เสมอว่าพ่อแม่คือคนพิเศษ คนที่เมื่อเขาบอกถึงความต้องการแล้ว เขาจะได้รับการตอบสนอง พ่อแม่อย่างเราจึงต้องพยายามทุกวิธี ที่จะช่วยให้ลูกคุ้นเคยกับโลกใหม่ ขณะเดียวกันก็ใช้เวลาที่อยู่กับลูกให้เกิดสิ่งดีๆ มากที่สุดด้วย.


(update 19 พฤษภาคม 2007)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 24 ฉบับที่ 279 เมษายน 2549 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600