ชิ่ว ชิ่ว ชิ่ว เจ้าแมลงร้าย


โอ๊ย… โกรธๆๆๆ ก็จะอะไรเสียอีกล่ะคะถ้าไม่ใช่พวกแมลงขี้ขโมย ที่ชอบมาลักกัดแก้มใสๆ ของลูก เรียกว่า เผลอเป็นไม่ได้เชียวล่ะ ยิ่งเนื้ออ่อนๆ โดนมด โดนยุงกัดก็แดงเป็นปื้นแล้วนี่ยังไม่นับรวมแมลงร้ายที่ไม่ได้รับเชิญอีกสารพัด ทั้ง ผึ้ง ต่อ แตน… เห็นทีต้องเตรียมรับมือกับมันซะแล้ว


เมื่อเจ้าตัวน้อยถูกจู่โจม

ถึงเราจะดูแลลูกดีแค่ไหน ก็มีบ้างล่ะที่เผลอปล่อยให้เจ้าแมลงร้ายหลุดรอดสายตาเข้ามาจู่โจมลูกน้อยจนได้… สิ่งแรกที่จะช่วยลูกได้ก็คือ ต้องตั้งสติดีๆ จากนั้น ดูว่าสัตว์หรือแมลง ชนิดใดที่กัดลูกเราและปฐมพยาบาลด้วยวิธีที่เหมาะสมค่ะ
  • ยุงตัวป่วน

    - โดยปกติเวลาที่ยุงกัด มันจะปล่อยน้ำลายและอุจจาระออกมา ทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นเกิดอาการแพ้แพ้และเป็นตุ่มแดงถ้าแพ้ไม่มากปล่อยไปสักพักตุ่มนั้นจะหายไปเอง แต่ถ้าไม่หายและตุ่มมีลักษณะใสมีน้ำเหลืองและคันให้ทำความสะอาดด้วยน้ำสะอาดอย่างเบามือ พยายามอย่าถูที่แผลและอย่าให้ลูกเกาเพราะอาจติดเชื้อแบคทีเรียได้

  • ตะขาบสารพัดพิษ VS แมงป่องจอมวางกล้าม

    - ส่วนใหญ่สัตว์เหล่านี้มักซ่อนตัวอยู่ในที่รกๆ พิษจะทำให้ปวดแสบปวดร้อนควรให้ลูกอยู่นิ่งๆ เพื่อไม่ให้พิษแผ่ขยายออกไป แล้วใช้น้ำแข็งห่อด้วยผ้าวางโปะลงไปบนแผลที่ถูกกัดหรือต่อย เพื่อให้เส้นเลือด หดตัวและพิษจะกระจายช้าลง

  • มดตัวร้าย

    - ถ้าลูกยังเล็ก และมีผิวที่บอบบางเกินกว่าจะใช้ขี้ผึ่งทาได้ ให้ใช้สำลีชุบน้ำต้มสุกเช็ดบริเวณที่ถูกกัดให้สะอาด แล้วทาแอมโมเนียเพื่อให้กรดมด (Formic acid) ที่ทำให้ลูกเราปวดแสบ มีค่าเป็นกลาง เห็บหมัดกัดก็ใช้วิธีนี้ได้ค่ะ

  • ผึ่ง ต่อ แตนจอมโหด

    - แม้โอกาสที่ลูกจะถูกต่อยมีน้อยแต่ถ้าถูกต่อยขึ้นมาก็แย่เหมือนกัน ต้องรีบบ่งเอาเหล็กในออก โดยใช้กุญแจที่มีรูกลวงกดลงไปตรงที่เหล็กในฝังอยู่ แต่ห้ามใช้นิ้วบีบออกเด็ดขาด เพราะจะทำให้ถุงน้ำพิษแตก จากนั้นทำความสะอาดแผลแล้วประคบด้วยน้ำเย็น อาการจะดีขึ้นภายใน 48 ชม. แต่ถ้าไม่กล้าบ่งเหล็กในลองใช้สำลีชุบน้ำส้มสายชูปิดบริเวณที่ถูกต่อยก็จะช่วยไล่พิษได้ค่ะ

ปฏิบัติการเฝ้าระวังและป้องกันแมลงร้าย

คงต้องเริ่มต้นด้วยการ สำรวจรอบๆ บ้านของเราก่อนค่ะ ดูว่ามีต้นไม่รกครึ้มเกินไปหรือเปล่า ถ้ามีต้องรีบจัดการ นอกจากจะไม่เป็นที่สุมหัวของยุง แล้วพวกสัตว์ร้ายอย่าง งู ตะขาบ แมงป่องก็จะได้ไม่มาซุกซ่อนตัวด้วย สำรวจน้ำขังบ้าง เพื่อไม่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์สารพัดยุง โดยเฉพาะยุงลาย และอาจหาต้นตะไคร้หอมมาปลูก เพื่อช่วยลดปริมาณยุงก็ได้ สำรวจตามพื้นบ้านและต้นไม้ใหญ่รอบบ้านว่ามีรังมด ผึ่ง ต่อ แตน ถ้ามีและไม่อยากเสี่ยง สามารถแจ้งไปที่สายด่วนร่วมด้วยช่วยกัน 1677 ให้มาช่วยย้ายรังออกไป จากนั้นก็เข้ามาสำรวจภายในบ้าน แห่งแรกที่ต้องใส่ใจคือเตียงนอนลูก ซึ่งควรจะโล่งโปร่งและห่างจากผนังเพื่อป้องกันมด ที่อาจไต่มาตามกำแพง และหมั่นทำความสะอาด สะบัดผ้าห่ม ผ้าปูที่นอนลูกบ่อยๆ เพื่อป้องกัน มด แมงมุม และพวกแมลงตัวเล็กๆ ที่เรามองไม่เห็นจัดเก็บข้าวของให้เป็นระเบียบ หากแมลงหรือสัตว์มีพิษแอบเข้ามาในบ้านจะได้เห็นชัดเจน ปิดประตูมุ่งลวดไว้เสมอ นอกจากจะกันยุงเข้าบ้านแล้ว ยังป้องกันแมลงอื่นๆ ได้

…แน่นอนว่าไม่มีใครอยากเห็นลูกน้อยร้องโอดโอย เพราะเจ็บปวดจากพิษแมลง และสัตว์ร้ายเหล่านี้แน่ ทางที่ดีป้องกันไว้ก่อนปลอดภัยกว่าลูกจะได้ไม่เจ็บตัว พ่อแม่ก็ไม่สติแตกแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า…คุณว่ามั้ย?



วิธีทำความสะอาดแผลที่เกิดจากแมลงกัดต่อยง่ายนิดเดียวค่ะ เพียงใช้สำลีชุบน้ำต้มสุกหรือน้ำสะอาด เช็ดเบาๆ ตรงบริเวณที่ถูกกัดหรือต่อยแล้วประคบเย็นเพื่อบรรเทาพิษ…ถ้าลองแล้วไม่หาย ลูกยังร้องโยเยและตุ่มขยายาวงกว้างขึ้น พืชสมุนไพรก็เป็นอีกตัวช่วยหนึ่งที่น่าลองนำมาใช้ดู

ขมิ้น ใช้เหง้าฝนกับน้ำต้มสุก หรือจะใช้ขมิ้นผงทาบริเวณที่ผื่นคันจากแมลง วันละ 3 เวลา

ใบตำลึง เลือกใบ สดๆ ล้างให้สะอาด ตำให้ละเอียดแล้วคั้นเอาเฉพาะน้ำ ทาบริเวณผื่นที่แมลงกัดจะช่วยรักษาและบรรเทาอาการแพ้หรืออักเสบ จากยุง มด หรือตัวบุ้ง สามารถทาได้เรื่อยๆ จนกว่าผื่นจะหายค่ะ

เสลดพังพอน นำใบสด ประมาณ 1 กำมือ ตำให้ละเอียดแล้วคั้นน้ำทาบริเวณที่ถูกแมลงสัตว์กัดต่อย หรือสูตรของมูลนิธิสุขภาพไทยจะใช้เสลดพังพอนผสมกับดินสอพอง มีสรรพคุณคล้ายๆ กับคาราไมล์แก้ผื่นคัน แต่ถ้าทำสารพัดวิธีแล้วยังไม่หาย คงต้องพาลูกไปหาหมอแล้วละค่ะ เพราะเขาอาจจะแพ้พิษแมลงเข้าให้แล้ว


(update 9 กรกฎาคม 2005)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 24 ฉบับที่ 286 พฤศจิกายน 2549 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600