จินตนาการเป็นสิ่งที่สำคัญมาก โดยเฉพาะในเด็ก 3-6 ปี เพราะนำไปสู่ความคิดสร้างสรรค์ หากลูกรักของคุณยังแยกไม่ออกว่าแบบไหนคือโลกความจริง แบบไหนคือสิ่งสมมุติ ย่อมก่อให้เกิดผลร้ายได้ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงต้องคอยดูแลและให้คำแนะนำลูกอย่างถูกวิธีด้วยค่ะ
วัยแห่งจินตนาการ
เพียเจย์ นักจิตวิทยา ชาวสวิตเซอร์แลนด์ กล่าวว่า
การเล่นสมมติ ทำให้ผู้เล่นรู้สึกพึงพอใจในตัวเอง ในการเปลี่ยนความจริงให้เป็น ความปรารถนา เป็นการก่อรากฐานทางอารมณ์ และพัฒนาความคิดให้กว้างไกลออกไป อันเป็นจุดเริ่มต้นของความเชื่อมั่นในตนเอง
และในช่วงวัยอนุบาล 3-6 ขวบนี้ เด็กจะเริ่มก้าวสู่โลกกว้าง ไปโรงเรียน มีเพื่อน มีสังคม เริ่มอ่านหนังสือได้ ดูหนังเป็นเรื่องเป็นราวเข้าใจ และสามารถนำเรื่องราวมาปะติดปะต่อเข้ากับตัวเอง สร้างเรื่อง สร้างจินตนาการ ซึ่งเด็กแต่ละคนจะมีมากน้อยแตกต่างกันไป
แม้ว่าจินตนาการจะเป็นส่วนสำคัญในการเจริญเติบโตและเป็นสิ่งที่ควรส่งเสริม แต่คุณพ่อคุณแม่ควรดูแลให้อยู่ในขอบเขตที่พอดี และสอนให้ลูกเรียนรู้ถึงโลกแห่งความจริงกับโลกแห่งจินตนาการด้วยนะคะ
แบบไหน
เข้าข่ายน่าเป็นห่วง
หากลูกเราพูดจาเป็นตุเป็นตะเลียนแบบจากสิ่งที่ได้เห็นในละคร ภาพยนตร์ การ์ตูน ฯลฯ นั่นเป็นเพราะเขายังเด็กเกินกว่าที่จะแยกแยะได้ระหว่างเรื่องจริงกับเรื่องสมมุติ ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมปกติของวัยนี้
แต่เมื่อใดที่ลูกเริ่มพฤติกรรมก้าวร้าว ใช้ความรุนแรง คิดว่าตัวเองเป็นฮีโร่เหมือนภาพยนตร์หรือในการ์ตูนที่ดู เช่น หยิบมีดในครัวมาวิ่งไล่ คล้ายออกรบ เหมือนในหนัง ชก เตะ ต่อยคนอื่นแล้วภาคภูมิใจ หรือคิดว่าตัวเองมีความพิเศษสามารถกระโดดตึกแล้วเหาะกลางอากาศได้ เหมือนยอดมนุษย์ในหนัง ถ้าลูกเกิดอาการแบบนี้ก็น่าเป็นห่วงค่ะ
ตัวอย่างผลร้ายจากจินตนาการ
- กรณีของเด็กอายุ 6 ขวบ ในประเทศอังกฤษ ที่จินตนาการตัวเองเป็นสไปเดอร์แมนไปไต่ตึก และพลาดท่าตกลงมาจากหน้าต่างชั้นสอง จนแพทย์ต้องเอกซเรย์และสแกนสมอง
- อีกกรณีหนึ่งคือ เด็กชาวตุรกี อายุ 7 ขวบ ดูการ์ตูนโปเกม่นแล้วกระโดดตึกลงมา จนได้รับบาดเจ็บสาหัส
เหล่านี้ล้วนเกิดจากจินตนาการและการเลียนแบบทั้งสิ้นค่ะ
จินตนาการก่อผลร้ายในเด็ก
1. เด็กไฮเปอร์ (Hyper Active) เผลอไม่ได้
เด็กพิเศษแบบที่เรียกว่า ไฮเปอร์แอ็กทีฟ จะมีลักษณะเฉพาะคือ นั่งไม่ค่อยติด วิ่งเล่น ซุกซนตลอดเวลา และด้วยวัยที่โตขึ้น คล่องแคล่วมากขึ้น เขาจะชอบเล่นผาดโผนไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย บวกกับพลังที่มีอยู่เหลือเฟือในเด็กวัยนี้ โอกาสที่จะทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยจึงมีสูง คุณพ่อคุณแม่ควรต้องคอยดูแลการเล่นที่จะทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยจึงมีสูง คุณพ่อคุณแม่ควรต้องคอยดูแลการเล่นการแยกแยะระหว่างจินตนาการและความเป็นจริงในความเข้าใจของลูกด้วยค่ะ
2. หนูชอบเก็บตัว
โลกส่วนตัวสูง
โดยทั่วๆ ไป เด็กในวัยนี้จะชอบการอยู่รวมกันเป็นกลุ่มกับเพื่อนๆ แม้ว่าเขาจะเล่นคนเดียวได้แต่ก็ชอบการเล่นเป็นกลุ่มมากกว่า แต่ก็มีเด็กบางคนที่ชอบเก็บตัวชอบเล่นคนเดียว อยู่กับทีวี หรือขอให้มีหนังสือการ์ตูนเป็นเพื่อนก็พอ เพราะเขามีความสุขกับการได้อยู่กับจินตนาการในโลกส่วนตัว หากเป็นหนังสือประเภทที่อ่านแล้วกล่อมเกลาจิตใจก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แต่หากเด็กรับเอาสื่อที่รุนแรงและก้าวร้าวมากๆ แล้วเด็กทำตาม แบบนี้น่าเป็นห่วงค่ะ
3. เด็กโจ๋
หัวหน้าแก๊ง
ด้วยมีความสามารถในการเป็นผู้นำ ในการเล่น ช่างคิด เล่นเป็น เล่นเก่ง และมีของเล่นใหม่ๆ มาให้เพื่อนเสมอๆ เด็กที่มีลักษณะเช่นนี้จึงมักจะถูกยกให้เป็นหัวหน้า แก๊ง
ข้อดีคือเขาได้ฝึกความเป็นผู้นำ แต่เมื่อใดที่เขาโกรธหรือไม่พอใจ เขาก็อาจใช้อำนาจ ใช้พละกำลัง และหากบวกเข้ากับจินตนาการ หรือลอกเลียนแบบมาจากสื่อ เช่น คิดไปว่าตัวเองเป็นคนมีพลังเป็นที่ยอมรับ หรือเป็นยอดมนุษย์มาพิทักษ์โลก การเล่นรุนแรง ใช้กำลัง เตะต่อย หรือพูดจาหยาบคายแล้วไม่ผิดก็อาจทำให้เกิดพฤติกรรมไม่เหมาะสม อาจนำไปสู่พฤติกรรมที่ไม่ดีตอนโตได้ค่ะ
ชวนลูกใช้จินตนาการ
บวก
อย่างที่บอกค่ะว่า จินตนาการนั้นนำไปสู่พฤติกรรมของเด็กๆ ซึ่งก็มีทั้งบวกและลบ คุณพ่อคุณแม่จึงเป็นบุคคลสำคัญที่ช่วยส่งเสริมให้จินตนาการของลูกไปสู่กิจกรรมที่จะหล่อหลอมให้เขาเป็นเด็กดี เด็กเก่ง กล้าคิด กล้าแสดงออกในทางที่ถูกต้อง ด้วยวิธีการที่ไม่หักหารน้ำใจลูกจนเกินไป ตัวอย่างเช่น
- คำพูดสร้างความเข้าใจ คำพูด สำหรับเด็กๆ วัยนี้ ถือเป็นเรื่องสำคัญเขาสามารถเข้าใจคำพูดของผู้ใหญ่ได้ดีขึ้น พ่อแม่ควรใช้คำพูดอธิบายให้ลูกเข้าใจเหตุผลว่า อะไรคือเรื่องจริงหรือเรื่องสมมติ เช่น หนังทำอย่างนี้ได้เพราะอะไร เราทำไม่ได้เพราะอะไร เพราะบางครั้งการผจญภัยอันน่าตื่นเต้นของตัวละครการ์ตูน หรือ ซูเปอร์ฮีโร่ทั้งหลายอาจทำให้เด็กๆ คาดหวังในสิ่งที่เกินความจริง
- เน้นกิจกรรมสร้างสรรค์จินตนาการ คุณพ่อคุณแม่อาจใช้จังหวะทองที่ลูกมีความสุขกับโลกจินตนาการ ชักชวนให้ลูกทำกิจกรรมที่เขาสามารถเพลิดเพลินไปกับจินตนาการได้อย่างปลอดภัย เช่น พาลูกไปเข้าค่ายต่างๆ ที่จัดสำหรับเด็กอาจเป็นค่ายศิลปะ แสดงละคร พากย์การ์ตูน ตามแต่ความสนใจของเขา อีกทั้งยังเป็นการให้เขาได้ค้นหาความชอบและความถนัดอีกด้วย
- จินตนาการสร้างวินัย คุณพ่อคุรแม่สามารถใช้จินตนาการหรือการชอบเลียนแบบของลูกสร้างวินัยให้เขา เพราะธรรมชาติของเด็กวัยนี้จะกระตือรือร้นช่วยทำงานบ้าน อยากรับผิดชอบกิจวัตรของตัวเอง ก้อาจจะบอกลูกว่าเขาเป็นเด็กดีและคนเก่งที่สุดเลย คนดีคนเก่งต้องเล่นของเล่นแล้วเก็บทุกครั้ง คนเก่ง ต้องมีน้ำใจ ไม่ก้าวร้าว ไม่พูดคำหยาบคาย เป็นต้น
จินตนาการของเด็กเป็นสิ่งดีและควรค่าแก่การสนับสนุน แต่ก็ต้องพอเหมาะพอดี และไม่ล้ำเข้ามาในโลกของความจริงมากจนเด็กเองควบคุมไม่อยู่ค่ะ
(update 13 กันยายน 2007)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 25 ฉบับที่ 295 สิงหาคม 2550 ]
|