เลี้ยงลูก… อย่าให้เกมครอบงำลูก


“ลูกสาวผลักแม่ล้มศรีษะกระแทกพื้นจนสลบ เพราะโมโหที่แม่ดุและห้ามไม่เล่นเกม”

“ลูกชายเรียนอยู่ชั้น ม.5 เตะแม่ เพราะแม่ขัดใจไม่ให้เล่นเกม”

“หลานสาวเรียนอยู่ชั้น ป.3 ไม่ไปโรงเรียนโดยโกหกว่าไม่สบาย เพื่อที่จะได้อยู่บ้านเล่นเกม”

นี่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับหลายๆ ครอบครัวที่ลูกหลานอยู่ในอาการที่เรียกว่าติดเกมจนงอมแงม ถึงขั้นเห็นเกมดีกว่าพ่อแม่แล้วค่ะ แล้วหากบ้านใดต้องเจอะเจอกับสถานการณ์แบบนี้ คงจะพูดไม่ออกบอกไม่ถูกกันเลยทีเดียว


ป้องกันก่อนถึงวัยเล่นเกม

แม้ว่าเด็กที่เล่นเกมได้นั้นมักอยู่ในช่วงวัยเรียน เป็นเพราะวัยที่ใช้มือได้แคล่วคล่อง กล้ามทเนื้อมัดเล็กและสายสัมพันธ์กันได้ดี แต่การป้องกันต้องเริ่มตั้งแต่เล็กๆ เลยค่ะ เพราะนักจิตวิทยาบอกว่า ส่วนหนึ่งของการติดเกมเป็นเพราะการควบคุมตัวเองในวัยเด็กมีปัญหา


แล้วต้องเริ่มในวัยไหนล่ะ…

เริ่มตั้งแต่อายุ 2-3 ขวบเลยค่ะ ด้วยการสอนให้ลูกรู้จักควบคุมตัวเอง การมีระเบียบวินัย ซึ่งเป็นเรื่องที่พ่อแม่หลายๆ บ้านอาจมองข้าม มักมาเริ่มสอนลูกเมื่อโตแล้ว เริ่มก้าวเข้าสู่วัยรุ่นแล้ว ถึงตอนนั้นไม่ทันการแล้วค่ะ


เกมทำไมเด็กๆ ติดกันจัง

จากวงเสวนา Brain Forum จัดโดย คณะกรรมการเบรนฟอร์ม สถาบันรักลูก ประเด็นเด็กติดเกมและความรุนแรงในเยาวชนและวิทยากร ศ.(เกียรติคุณ)พญ.ชนิกา ตู้จินดา ได้เสนอข้อมูลของกรุงเทพมหานคร จากการสำรวจเด็กประถมจำนวน 215 คนที่กำลังเรียนอยู่ชั้น ป.4-ป.6 พบว่ามีเด็กเล่นเกมถึง 87.15% และมีอาการติดเกมไปแล้ว 18% และสาเหตุที่ทำให้เด็กติดเกมก็เพราะ…

วงจรแห่งความสุข หรือที่เรียกว่า rewardcicuit คือเมื่อมนุษย์ทำกิจกรรมหรือทำอะไรก็ตามที่ทำให้มีความสุข มีความตื่นเต้น เร้าใจ สมองจะหลั่งสารแห่งความสุข (โดปามีน) ออกมา ทำให้อยากทำพฤติกรรมแบบนั้นอีก ถ้าไม่ได้ทำก็จะหงุดหงิด โมโห ฯลฯ ในเชิงสรีระวิทยาถือว่าเป็นกลไกชนิดเดียวกับคนที่ติดยาเสพติด!

โลกแห่งความสุข ขณะที่เด็กเล่นเกมเขาจะรู้สึกเพลิดเพลิน ตื่นเต้น สนุกและมีความสุข ด้วยเหตุการณ์ในเกมสามารถทำให้ลืมได้ทุกอย่าง และเกมที่น่ากลัวมากๆ คือเกมออนไลน์ เป็นโลกไซเบอร์ที่มีคนมากมาย มีความท้าทาย มีความซับซ้อนสูง เทคนิคจากคอมพิวเตอร์ที่มองได้หลายมิติ ให้ความรู้สึกเหมือนคนเล่นอยู่ในเกมนั้นด้วยมีเทคนิคใหม่ๆ มาให้ตื่นเต้นเสมอๆ และที่น่ากลัวมากๆ คือทุกคนที่เข้ามาในโลกไซเบอร์นี้สามารถแสดงความดิบออกมาโดยไม่มีแรงกดดัน เรียกได้ว่าอยากทำอะไรก็ทำโดยไม่รู้สึกผิด เพราะไม่ใช่ตัวตนจริงๆ เพราะไม่ใช่โลกแห่งความจริง มีอิสระในการพูด ไม่มีใครมาคอยควบคุม (จริงๆ แล้วมันควบคุมไม่ได้ค่ะ) นึกอยากจะพูดคำหยาบหรือจะด่าก็ได้ โดยการพิมพ์คำด่าออกมาเลย

ท้าทายตลอดเวลา “อีกนิดหนึ่งก็จะชนะ” เกมถูกออกแบบทมาให้สนุก ตื่นเต้นและท้าทาย ด้วยการใช้เทคนิคที่ทุ่มทุนสูงมากๆ อย่างเกมที่นำเข้ามาจากประเทศเกาหลี 1 เกมมีมูลค่าประมาณ 2-3 ร้อยล้านบาท แต่สามารถทำกำไรได้เป็น 1,000 ล้านบาท มิน่าล่ะธุรกิจร้านเกมจึงขยายตัวอย่างรวดเร็วราวกับดอกเห็ดเชียวค่ะ

ทั้งนี้เพราะการออกแบบเกม จะเน้นความท้าทาย เล่นอีกนิดหนึ่งก็จะชนะ เอาเข้าจริงเล่นยังไงก็ไม่ชนะสักทีไม่มีเกิดแก่เจ็บตาย เพราะตายแล้วก็ไปเกิดใหม่ เรียกว่าเล่นง่าย ท้าทาย แต่ไม่มีจุดจบ

และด้วยความที่ต้องการเอาชนะ คนเล่นก็ต้องงัดทุกเทคนิคมาเพื่อเล่น แม้กระทั่งกลโกง เดี๋ยวนี้ในหนังสือเกมหลายๆ เล่มบอกเทคนิคในการเอาชนะหรือกลโกง เรียกว่าสอนให้โกงกันแต่เด็กๆ เฮ้อ…อ…อ


ถ้าไม่อยากให้ลูกติดเกม

การติดเกม เกิดจากการควบคุมตัวเองไม่ได้ ก็เหมือนกับอีกหลายๆ เรื่องที่ต้องสอนกันตั้งแต่วัยเล็กเลย นั่นคือ
สอนให้ลูกมีระเบียบวินัย โดยการไม่ตามใจหรือใจอ่อนเมื่อลูกร้องขอและต้องทำโทษเมื่อลูกทำความผิด

ให้เวลากับลูกอย่างเพียงพอ พ่อแม่หลายคนให้เวลากับลูกน้อยลง เหตุผลเพราะต้องสร้างฐานะ จึงทำให้ชีวิตเคร่งเครียดมากขึ้น บางครอบครัวมีลูกเพียงแค่ 1-2 คน แล้วก็พยายามเลี้ยงลูกให้ดีที่สุด จนกลายเป็นปกป้องลูกมากเกินไป ทำให้เด็กไม่สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยตัวเอง

ควรมีกิจกรรมที่ทำให้เด็กสนุกสนาน ที่ครอบครัวทำร่วมกันเพื่อไม่ให้เด็กเหงา เบื่อ จนหันไปหาความสุขสนุกจากเกม

อย่าให้เกมเป็นพี่เลี้ยง ข้อนี้สำคัญ เพราะมีพ่อแม่หลายคนค่ะที่อาจจะไม่ได้ทันคิด พอลูกมากวนใจให้พาไปโน่นนี่ ก็เปิดเกมให้ลูกเล่น จะได้ไม่ต้องมายุ่ง… ไม่ยุ่งตอนเด็กแต่ยุ่งตอนโตค่ะ

เล่นแบบสร้างสรรค์ ถ้าติดเกมสร้างสรรค์อย่างมากก็จะทำให้เด็กเสียเวลาทำกิจกรรมอย่างอื่น ซึ่งรักษาก็หาย แต่หากเป็นเกมรุยแรงอาจก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมาได้ เพราะเด็กจะซึมซับความรุนแรงไว้ แต่ก็มีเด็กหลายคนค่ะที่เล่นเกมแล้วประสบความสำเร็จ ซึ่งพบว่าเด็กเหล่านี้มีพื้นฐานหรือภูมิคุ้มกันจากครอบครัว

มีการแทรกแซงจากสิ่งแวดล้อม คือให้ลูกเล่นเกมในที่ๆ มีพ่อแม่อยู่ด้วย ไม่ใช่ให้ลูกเล่นตามลำพังในห้อง

ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเกมนั้นๆ ถึงแม้จะเป็นภาระหนักที่ต้องตามเทคโนโลยีให้ทัน แต่ก็ต้องทำค่ะ เพื่อเราจะได้รู้ว่าเกมที่ลูกเล่นมีเนื้อหาและรูปแบบอย่างไร จะได้คุยกับลูกรู้เรื่อง อย่าปล่อยให้ลูกเล่นโดยที่พ่อแม่ไม่รู้อะไรเลยนะคะ

สอนให้ลูกรู้จักควบคุมตัวเอง เรื่องนี้สำคัญค่ะ โดยการตั้งกฎกติกากับลูกไว้ล่วงหน้า เช่น กำหนดเวลาในการเล่นรับผิดชอบให้เสร็จก่อน อาจจะมีนาฬิกาวางอยู่ใกล้ๆ เมื่อหมดเวลาก็ต้องหยุดเล่นทันที หากลูกไม่ทำตามจะต้องมีการลงโทษที่ชัดเจน แต่ในขณะเดียวกันถ้าลูกสามารถทำได้ตามเวลาที่กำหนดต้องให้คำชมเชย

กลุ่มเสี่ยงต้องระวัง สำหรับเด็กที่อยู่ในกลุ่มมีความเสี่ยงที่จะติดเกมได้ง่าย คือเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้น เด็กที่มีปัญหาทางอารมณ์ เช่น ซึมเศร้า วิตกกังวล ขาดทักษะทางสังคม

อาการแบบนี้ติดเกมชัวร์
  • ควบคุมตัวเองไม่ได้ ใช้เวลาเล่นนานหลายชั่วโมง บางครั้งเล่นข้ามวันข้ามคืน
  • ถ้าพ่อแม่ไม่หยุดเล่น จะต่อต้าน มีปฏิกิริยารุนแรง บางครั้งถึงขั้นก้าวร้าว อาละวาด
  • ไม่สนใจการเรียน ไม่ทำการบ้าน หนีเรียนเพื่อไปเล่นเกม
  • โกหก ลักขโมย เพื่อนำเงินไปเล่นเกม ดื้อ ต่อต้าน แยกตัว เก็บตัว

เคล็ดลับแก้ลูกติดเกม
  • ฟื้นฟูสัมพันธภาพที่ดีระหว่างพ่อแม่และลูก ให้เขารู้ว่าเรารักเขามากแค่ไหน และทบทวนการเลี้ยงลูกที่ผ่านมาว่าเราขาดตกบกพร่องตรงไหน จับเข่าคุยกับลูก โดยหยิบยกให้เขารู้ว่าปัญหาที่เกดขึ้นนั้นมีผลกระทบกับตัวเขาแค่ไหนและทำให้เกิดความรู้สึกอะไรกับพ่อแม่บ้าง ด้วยการสื่อสารที่สร้างสรรค์ แม้เราจะโกรธ หรือเสียใจ แต่ภาษาที่บอกถึงอารมณ์นั้นควรชัดเจน ไม่กระฟัดกระเฟียด หรือประชดชัน แม้จะเป็นสิ่งที่ทำยากแต่ก็ต้องทำนะคะ

  • หลังจากที่เขาตระหนักถึงปัญหาแล้ว ต้องให้เขาควบคุมตัวเองให้ได้ เช่น จากที่เคยเล่นเกมวันละ 4-5 ชม. ค่อยๆ ลดลงเหลือ 2 ชม. และเหลือ 1 ชม. ตามลำดับไปเรื่อยๆ โดยการประคับประคองช่วยเหลือจากพ่อแม่

  • พาลูกพบจิตแพทย์เพื่อขอคำแนะนำ
ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้มีอยู่สองด้านค่ะ คือดีและไม่ดี เช่นเดียวกับ “เกม” สิ่งสำคัญคือพ่อแม่อย่างเราๆ ท่านๆ ต้องเลือกสิ่งที่ดีมีประโยชน์ ขณะเดียวกันก็ต้องรู้วิธีป้องกันสิ่งที่ก่อให้เกิดโทษกับลูกของเราด้วยค่ะ.


(update 10 กันยายน 2007)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 25 ฉบับที่ 295 สิงหาคม 2550 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600