อาหารเสริมเริ่มเมื่อไหร่ดี


“ในช่วงขวบปีแรกอาหารที่สำคัญสำหรับทารกก็คือนม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 6 เดือนแรก ซึ่งถ้าแม่มีสุขภาพดีและสามารถให้นมแม่แก่ลูกได้อย่างเต็มที่ นมแม่เพียงอย่างเดียวจะพอเพียงต่อการเติบโตของลูก แต่หลังจากนั้นการให้นมแม่อย่างเดียวคงไม่พอ ดังนั้นอาหารเสริมจะเข้ามามีส่วนสำคัญมากที่จะช่วยมิให้เด็กขาดสารอาหาร”

ถ้าพูดถึงเรื่องของสารอาหาร ต้องยอมรับว่าในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสำเร็จรูปหลากหลายยี่ห้อให้คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่เลือกซื้อจนไม่รู้ว่าจะเลือกแบบไหนดี เพราะแต่ละยี่ห้อต่างก็โฆษณาบรรยายสรรพคุณดีๆ ทั้งนั้น เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ไม่สับสนในเรื่องของอาหารเสริมว่าจะเริ่มให้ลูกเมื่อไหร่ เลือกซื้ออย่างไร มาดูรายละเอียดต่อไปนี้


รู้จักอาหารเสริม

อาหารเสริม หมายถึง อาหารอื่นๆ ที่ทารกได้รับนอกเหนือจากนมแม่ หรือ นมผสมในช่วงขวบปีแรก เพื่อให้ทารกได้รับสารอาหารครบถ้วนและพอเพียงสำหรับการเจริญเติบโต การให้อาหารเสริมที่มีคุณภาพและปริมาณที่เหมาะสมกับวัยเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทารกซึ่งร่างกายและสมองกำลังเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว และมีผลต่อสติปัญญาในระยะยาวได้

ในช่วงขวบปีแรกอาหารที่สำคัญสำหรับทารกก็คือนมโดยเฉพาะอย่างยิ่ง 6 เดือนแรก ซึ่งถ้าแม่มีสุขภาพดีและสามารถให้นมแม่แก่ลูกได้อย่างเต็มที่ นมแม่เพียงอย่างเดียวจะพอเพียงต่อการเจริญเติบโตของลูกแต่หลังจากนั้นการให้นมแม่อย่างเดียวคงไม่พอ เพราะโดยธรรมชาติน้ำนมแม่จะเริ่มลดลงหลังจาก 6 เดือน ดังนั้นอาหารเสริมจะเข้ามามีส่วนสำคัญมากที่จะช่วยมิให้เด็กขาดสารอาหาร ตรงจุดนี้เราจะให้ความสำคัญ เพราะในช่วง 2 ปีแรกของชีวิตเป็นช่วงที่สมองเด็กกำลังเติบโตเร็ว การขาดสารอาหารบางอย่าง เช่น การขาดธาตุเหล็ก จะมีผลเสียต่อเด็กอย่างถาวรได้ในด้านพัฒนาการ อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่เด็กไม่สามารถได้รับนมแม่อย่างเต็มที่ การให้สารอาหารแก่ทารกเพิ่มเติมจากนมแม่ หรือนมผสม อาจให้ในช่วงอายุ 4-6 เดือนแรก

อาหารเสริมแบ่งได้ 2 ประเภท
1. อาหารเสริมที่เตรียมขึ้นเอง โดยใช้อาหารที่มีอยู่แล้วมาดัดแปลงเพื่อให้เหมาะกับลูก

2. อาหารเสริมเชิงพาณิชย์ หรืออาหารเสริมที่ผลิตออกมาเพื่อจำหน่าย โดยกลุ่มนี้จะมีทั้งประเภทสำเร็จรูปที่ตักป้อนได้เลย และกึ่งสำเร็จรูปต้องเอาไปผสมน้ำ หรือต้มก่อน
อาหารเสริมสำเร็จรูปทั้ง 2 ประเภท ก็มีหลากหลายมาก บางยี่ห้อก็มีสารอาหารครบทุกอย่างตามที่ทารกต้องการไม่ว่าจะเป็นโปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน เร่ธาตุ ขณะเดียวก็มีอีกหลายยี่ห้อเหมือนกันที่มีสารอาหารไม่ครบ ซึ่งส่วนใหญ่จะมีเฉพาะอาหารจำพวกข้าวและแป้ง เวลาจะป้อนทารกก็ต้องเติมกับข้าว หรือสารอาหารที่ขาดลงไป เช่น เติมไก่ เติมปลา เติมผัก หรือบางชนิดจะมีเฉพาะข้าวกับถั่ว เวลาจะกินต้องเติมผัก เนื้อสัตว์ลงไป อาหารเสริมบางชนิดผลิตออกมาในรูปแบบเดี่ยวๆ เช่น อาหารเสริมสำเร็จรูปเป็นผลไม้ เป็นผัก เป็นแป้ง ดังนั้นก่อนซื้อจะต้องอ่านฉลากให้ชัดเจนก่อน เพราะแต่ละยี่ห้อมีคุณค่าทางโภชนาการที่แตกต่างกัน

ถ้าไม่อยากสิ้นเปลืองก็สามารถเตรียมอาหารเสริมเองได้ วิธีการไม่ได้ยุ่งยากและยังประหยัดอีกด้วย เพียงแค่นำวัตถุดิบบางอย่างที่เป็นอาหารสำหรับผู้ใหญ่รับประทารอยู่แล้วมาปรุง เช่น ในช่วงอายุ 4-6 เดือน ก็นำข้าวมาบดให้ละเอียดแล้วเติมกับข้าวลงไป เช่น น้ำแกงจืด ไข่แดง หรือเนื้อสัตว์ที่สุกบดให้ละเอียด เช่น ไก่ ปลา หรือตับ ผักสุก บด เช่น ฟักทอง โดยในช่วงที่คุณพ่อคุณแม่ควรผสมอาหารลงไปหรือไม่ประมาณ 1-2 สัปดาห์ ถ้าปกติดีก็ให้เริ่มอาหารใหม่ชนิดอื่นต่อไปได้


เสริมอะไรในแต่ละช่วงวัย
อายุ 6 เดือน ควรให้อาหารเสริม 1 มื้อ โดยไม่ต้องบดละเอียดมากเกินไป เพื่อทารกมีความคุ้นเคยกับอาหารที่มีลักษณะกึ่งแข็งกึ่งเหลวจากนั้นตามด้วยผลไม้สุกบดเป็นอาหารว่างวันละครั้ง ในแต่ละมื้อทารกควรได้รับเนื้อสัตว์ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ หรือไข่แดง 1 ฟอง ผสมกับข้างบดและผักบด

อายุ 7 เดือน ให้ไข่ทั้งฟองได้ ที่เป็นเช่นนี้เพราะทารกมีโอกาสแพ้ไข่ขาวมากว่าไข่แดง ดังนั้นจึงเริ่มให้ไข่ขาวเมื่ออายุ 7 เดือนขึ้นไป

อายุ 8-9 เดือน อาหารเสริมเพิ่มเป็น 2 มื้อ อาหารว่างวันละครั้ง

อายุ 12 เดือน อาหารเสริมเพิ่มเป็น 3 มื้อ อาหารว่างวันละครั้งทั้งนี้ ภายหลังจากอายุครบ 6 เดือน จำนวนมื้อของนมแม่จะค่อยๆ ลดลงตามจำนวนมื้อของอาหารเสริม จนกระทั่งเมื่อทารกอายุประมาณ 1 ปี อาหารเสริมจะกลายเป็นอาหารมื้อหลัก 3 มื้อ และนมแม่วันละ 3-4 มื้อ ถือว่าเป็นอาหารเสริม การเตรียมอาหารเสริมเองอาจจะเกิดปัญหาในเรื่องของความสะอาด เพื่อป้องกันโรคอุจจาระร่วง ปัจจุบันนี้ได้ยกเลิกคำแนะนำกานให้น้ำส้มคั้นแก่ทารก เพราะถ้าเตรียมไม่สะอาดอาจเกิดโรคอุจจาระร่วงได้ และทารกวัย 4-6 เดือนแรกจะได้รับวิตามินซีเพียงพอจากนมมารดาหรือนมสูตรดัดแปลงสำหรับทารกอยู่แล้ว
อีกเรื่องคือ รสชาติ ขอแนะนำว่าไม่ควรปรุงรส โดยการเติมน้ำปลา ซีอิ้ว เกลือ น้ำตาล ลงไป เพราะทารกฝึกอย่างไรก็จะชินอย่างนั้น ถ้าปรุงรสให้ทานเด็กจะติดรสชาติ ส่งผลต่อพฤติกรรมการรับประทานอาหาร เพราะปัจจุบันคนไทยมีปัญหาติดหวาน ติดเค็ม เนื่องจากอาหารที่มีรสเค็มจัดหรือมีโซเดียมสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโรคอ้วน ฟันผุ ไขมันในเลือดสูง ซึ่งเกิดจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารไม่เหมาะสม

นอกจากนี้ในการเตรียมอาหารเสริมเองหากคุณแม่ไม่มีความรู้ให้เด็กกินแต่ข้าวกับกล้วย มิได้คำนึกถึงเนื้อสัตว์ซึ่งมีธาตุเหล็กมาก นอกจากนมแม่ที่ให้จะไม่เพียงพอแล้ว เด็กยังอยู่ในช่วงที่สมองเติบโตจะทำให้สมองของเด็กขาดธาตุเหล็ก เรื่องนี้มีผลการวิจัยว่า หากเด็กขาดธาตุเหล็กจะมีพัฒนาการผิดปกติช้ากว่าเด็กทั่วไป

ขณะเดียวกันการให้อาหารเสริมเร็วเกินไป ก่อนอายุ 6 เดือน ก็อาจทำให้เด็กเกิดโรคขาดสารอาหารได้ ในชนบทบางแห่งทารกจะได้รับอาหารเสริมซึ่งเป็นกล้วยและข้าวบดตั้งแต่อายุ 1 เดือน หรือน้อยกว่านั้นเนื่องจากคุณแม่เข้าใจผิดว่าว่าจะทำให้เด็กอิ่มและหลับง่าย ผลเสียคือ ทารกได้รับนมแม่ไม่เพียงพอ แต่กลับได้รับสารอาหารที่ยังไม่สามารถย่อยได้ดีแทนและอาจทำให้ท้องอืด หรืออุจจาระร่วงได้ ยิ่งไปกว่านั้น การดูดนมแม่น้อยลงจะทำให้ปริมาณน้ำนมแม่ลดลงด้วย


Tips การเลือกซื้ออาหารเสริมให้ลูก
1. เลือกอาหารเสริมที่มีประโยชน์ ต้องอ่านฉลากว่ามีส่วนประกอบอะไรบ้าง สารอาหารครบถ้วนหรือไม่และวิธีการเตรียมให้ลูกทำอย่างไร

2. ราคาประหยัด ถ้าอาหารเสริมที่มีราคาเท่ากัน ควรเลือกอาหารเสริมที่มีส่วนประกอบดีกว่ากัน

3. มีความปลอดภัย ที่สำคัญ คือ ไม่ควรเลือกอาหารเสริมที่มีการปรุงแต่งรส กลิ่น ให้มีรสหวาน หรือรสหอม เพราะจะทำให้เด็กเกิดการติดต่อไป เด็กจะกินข้าวยากหากรสและลกิ่นผิดไปจากธรรมชาติ


(update 15 กันยายน 2007)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ Vol.169 August 2007]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600