IQ กับ EQ ต้องอยู่คู่กัน


จะมีสักกี่คนที่ไม่ต้องการให้ลูกน้อยเกิดมาฉลาด ด้วยเหตุผลนี้เอง คุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่ต่างก็วิ่งกันฝุ่นตลบ เพื่อหาวิธีว่าจะทำอย่างไรให้ลูกเกิดมาแล้วเป็นเด็กฉลาด ระดับอัจฉริยะจะเป็นการเข้าร่วมในสัมมนาต่างๆ ในหัวข้อที่เข้าข่ายว่าจะทำอย่างไรให้ลูกเป็นเด็กอัจฉริยะหรือจะเป็นการหาสารอาหารหลายๆ ชนิดที่มีการโฆษณาว่าช่วยให้สมองลูกพัฒนาการจนเข้าขั้นอัจฉริยะหรือจะเป็นการปฏิบัติเพื่อกระตุ้นสมองตั้งแต่ลูกยังอยู่ในท้องเป็นต้นว่าการเปิดเพลงให้ลูกฟัง การปฏิบัติเหล่านี้จะได้ผลจริงหรือไม่ หรืออย่างน้อยทำให้ลูกคุณฉลาดเข้าขั้นอัจฉริยะจริงหรือไม่ ยังเป็นเรื่องที่อยู่ในความสงสัย แต่สิ่งที่คุณๆ ควรทำความเข้าใจเสียก่อน นั่นคือเรื่องของ IQ และ EQ

IQ ย่อมาจาก Intelligent Quotient หมายถึง ความฉลาดทางความคิด ฉลาดทางสมอง

EQ ย่อมาจาก Emotion Quotient หมายถึง ความฉลาดทางอารมณ์ มีสุขภาพจิตที่ดี ดังนั้นเมื่อว่ากันถึงความเป็นจริงแล้ว ความฉลาดหรือการทำให้ลูกมีความฉลาดทั้งสองด้านไปพร้อมๆ กัน

ส่วนมากของพ่อแม่มักจะเน้นแต่ในเรื่องของ IQ แต่เพียงอย่างเดียวโดยไม่คำนึงถึงเรื่อง EQ พร้อมกันไป เช่นการกระตุ้นสมองของทารกตั้งแต่อยู่ในครรภ์ของแม่ จะเป็นเรื่องของการใช้เสียง ใช้แสง หรือการเคลื่อนไหวต่างๆ โดยจงใจจะกระตุ้นทารกในครรภ์ นั่นจะทำให้สมองพัฒนาจริง เป็นเรื่องของ IQ แล้ว EQ ล่ะ คุณคิดบ้างหรือเปล่าว่าทารกในครรภ์จะชอบหรือ Enjoy ไปด้วยหรือไม่ ในขณะที่ทารกเองนอนสบายอยู่ในท้อง และไม่มีทางเลือกต่อการกระตุ้นที่คุณๆ คิดว่าดีแล้ว ซึ่งตรงกันข้ามกับการกระตุ้นสมองทารก เมื่อเด็กคลอดออกมาแล้ว ซึ่งเด็กมีทางเลือกที่จะสนุกสนานกับภาคปฏิบัติในขณะเดียวกันก็เป็นการพัฒนา IQ ไปในตัว ตัวอย่างเช่น การเลือกสนุกสนานกับของเล่นชนิดต่างๆ ซึ่งคุณๆ คงจะเคยเห็นแล้ว และจะเห็นว่าของเล่นของเด็กสมัยนี้เขาจะมีในระดับที่เหมาะสมกับวัยและอายุของเด็ก นั่นก็เพื่อประโยชน์ทั้งในด้าน IQ และ EQ พร้อมๆ กันไปนั่นเอง

ผลเสียของการกระตุ้นทารกในครรภ์เพื่อให้เด็กคลอดออกมาแล้วเป็นเด็กฉลาด เป็นเด็กอัจฉริยะ โดยไม่คำนึงถึงอารมณ์ของทารกว่าจะเป็นอย่างไร มีเด็กจำนวนไม่น้อยที่คลอดออกมาแล้วมีพัฒนาการของสมองที่ไม่สมวัย ซึ่งพบว่าจะสร้างความสับสนในสมองของทารกให้เกิดขึ้นมาได้ เขาเปรียบเหมือนว่าเป็นสนามบินที่ใหญ่โต โอ่โถงมีเครื่องไม้เครื่องมือมากมายแต่คนใช้ใช้ไม่เป็น สุดท้ายก็จะสร้างความสับสนให้เกิดขึ้นในสนามบิน เครื่องบิน ขณะขึ้นจะลงก็สับสนวุ่นวาย

คุณคงรู้จักเด็กที่เป็นออทิสซึมหรือที่เป็นออทิสติก ซึ่งทางการแพทย์คาดว่าน่าจะเกิดจากการเขริญเติบโตของสมองที่มีมากกว่าร่างกาย ทั้งสองอย่างไม่ไปพร้อมๆ กัน สร้างความสับสนในความคิดในวัยนั้นจนเกิดเป็นโรคแยกตัวจากสังคม ดังในชื่อที่รู้จักโดยทั่วกันว่าเป็นเด็กออกทิสติก

คำสอนของพระพุทธองค์ใช้ได้ดีเสมอนั่นคือการเดินสายกลางเอาไว้เป็นดีที่สุด มากไปก็ไม่ดี น้อยไปก็ไม่ดีการดำเนินชีวิตตามพระราชดำรัสขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ของปวงชนชาวไทย ที่ให้มีการดำรงชีวิตอย่างเศรษฐกิจพอเพียง เป็นหนทางนำไปสู่ความสุขที่แท้จริงไม่ว่าจนเกินไปหรือรวยจนเกินไป ก็จะหาความสุขที่แท้จริงไม่ได้ ชีวิต ถ้าหากไม่มี โลภ โกรธ หลง วนเวียนอยู่ในห้วงแห่งความคิด ชีวิตก็จะมีความสุข

ทารกซึ่งนอนสบายอยู่ในครรภ์ ยังไม่รู้จักกับคำว่า โลภ โกรธ หลง แต่ทารกพร้อมที่จะรับสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ใส่เข้าไป ซึ่งผมคิดว่าการเดินทางสายกลางที่พอดี น่าจะให้ผลที่ออกมาที่ดีที่สุดกับทารกในครรภ์ทั้งในด้าน IQ และ EQ ทั้งสองอย่างนี้ต้องเกี่ยวก้อยกันไปอย่าแยกกันโดดเดี่ยว ไม่ดีแน่ครับ


(update 22 มีนาคม 2007)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.162 January 2007]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600