ลมพิษ เป็นอาการหนึ่งที่พบได้บ่อยในเด็ก อาการคันจากลมพิษนั้นสามารถสร้างความหงุดหงิดใจให้เจ้าตัวเล็กได้ไม่น้อย และถ้าคุณปล่อยให้ลูกเกา อาการก็จะลุกลามบานปลายเข้าไปอีก ฉะนั้นรีบหาสาเหตุให้พบแล้วรักษาให้หายโดยเร็วดีกว่าค่ะ
ลมพิษมาจากไหน ?
ลมพิษเป็นอาการหนึ่งของโรคภูมิแพ้ที่เกิดขึ้นที่ผิวหนัง โดยผิวหนังจะเป็นผื่นบวม นูนแดง มีขอบเขตที่ชัดเจน มีอาการคัน ตั้งแต่คันน้อยจนถึงคันมาก ผื่นลมพิษทั่วไปมักจะหายภายใน 24 ชั่วโมง แต่จะมีผื่นขึ้นในตำแหน่งใหม่อีก สำหรับสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้เกิดลมพิษในเด็ก ได้แก่
1. แพ้อาหาร โดยเฉพาะ นมวัว ไข่ และอาหารทะเล โดยเด็กที่แพ้อาหารจะแสดงอาการภายใน 24 ชั่วโมงหลังรับประทานอาหารในรายที่มีอาการแพ้รุนแรงจะแสดงอาการภายในครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง
2. แพ้ยา ยาที่อาจทำให้เกิดอาการแพ้ ได้แก่ กลุ่มเพนนิซิลิน แอมพิซิลิน อะมอกซิลิน กลุ่มเซปาโรสอรินยา ต้านการอักเสบ เช่น แอสไพริน และกลุ่มที่ไม่ใช่แอสไพริน นอกจากนี้ยังมียาแก้ไอ กลุ่มโคดีอีน หรือสารที่ฉีดทึบแสงในการตรวจไต
3. ติดเชื้อ การติดเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรียบางชนิด เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดลมพิษได้พยาธิบางชนิดก็เป็นสาเหตุของลมพิษได้เช่นกัน
4. แมลงกัดต่อย ที่พบบ่อยคือ ยุงและมด นอกจากนี้ยังมีผึ้ง ต่อ และแตน ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดลมพิษแล้วยังทำให้ผู้ที่ถูกต่อยมีอาการแพ้อย่างรุนแรงด้วย สารพิษที่ตัวต่อปล่อยออกมา ถ้าร่างกายได้รับมากเกินไปอาจทำให้เกิดปัญหากับไตได้
ผื่นลมพิษจะมีอยู่ 2 ประเภท คือ ประเภทเฉียบพลัน อาจมีอาการเป็นๆ หายๆ ไม่เกิน 6 สัปดาห์ ส่วนประเภทเรื้อรัง จะมีอาการเป็นๆ หายๆ นานกว่า 6 สัปดาห์ ซึ่งลมพิษเฉียบพลันจะสามารถหาสาเหตุได้ง่ายกว่าแบบเรื้อรัง วิธีการตรวจหาสาเหตุของลมพิษนั้นมีตั้งแต่ การซักประวัติ กาตรวจร่างกายโดยทั่วไปเพื่อหาต้นตอของลมพิษ และการตรวจร่างกายแบบเฉพาะเจาะจง เช่น ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ หรือ ทำ Skin Test
สำหรับการรักษา คุณหมอจะพิจารณาให้ยาตามอาการ ยาที่ใช้ได้ผลดีคือ ยาต้านฮีสตามีน (Antihistamine) นอกจากนี้จะมีครีมหรือโลชั่นทาเพื่อช่วยบรรเทาอาการคัน ที่นิยมใช้คือ คาลาไมล์ แต่ต้องระวังไม่ให้เด็กใช้มือสัมผัสบริเวณที่ทาเพราะถ้าเผลเอามือไปขยี้ตาหรือหยิบอาหารเข้าปากอาจทำให้เกิดอันตรายได้ค่ะ.
(update 18 เมษายน 2007)
[ ที่มา..
นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.164 March 2007]
|