กิน…เพื่อสุขภาพเจ้าตัวเล็ก


ได้อ่านข่าวสุขภาพวัยเบบี๋ของประเทศอังกฤษ เขาบอกไว้ว่าขณะนี้พ่อแม่อังกฤษให้ลูกกินผิดหลักโภชนาการค่ะ โดยให้ลูกกินน้ำอัดลม ขนมไขมันสูง รวมไปถึงให้ดูดมิลค์เชคจากขวดนมด้วยผลก็คือ หนูๆ อังกฤษพากันอ้วนเอาๆ ขนาดเด็กบางคนอายุเพียง 6 เดือน ก็เป็นโรคอ้วนแล้วค่ะ

อ่านข่าวนี้แล้วทำให้รู้สึกห่วงสุขภาพเด็กๆ บ้านเราขึ้นมาทันทีเพราะเด็กไทยเราก็พาเหรดเป็นโรคอ้วนกันมิใช่น้อย จึงต้องรบกวนให้ นายแพทย์สุริยเดว ทริปาตี กุมารแพทย์ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ผู้จัดการแผนงานสุขภาวะเด็กและเยาวชน และรองผู้จัดการและโฆษณาโครงการเด็กไทยไม่กินหวานมาบอกถึงสถานการณ์ความอ้วนและวิธีดูแลสุขภาพของลูกให้คุณพ่อคุณแม่ชาวรักลูกได้ทบทวนกันค่ะ


เบบี๋-1 ขวบ

อะไรทำให้หนูอ้วน
ความอ้วนในวัยแรกเกิด-1 ขวบส่วนใหญ่ เกิดจากปัญหาในเรื่องกรรมพันธุ์ หรือโรคทางพันธุกรรมบางประเภททำให้อวัยวะใหญ่ขึ้นมา อย่างเช่น ตับ ม้ามโต หรือแม้กระทั่งต่อมใต้สมองที่มีปัญหาควบคุมการหลั่งของฮอร์โมนในการเจริญเติบโตขาดความสมดุล ตัวอย่างเช่น Growth Hormone ถ้าสารชนิดนี้หลั่งมากเกินไปก็อาจทำให้เด็กตัวค่อนข้างใหญ่ได้

ส่วนสาเหตุทารกอ้วนที่เกิดจากโภชนาการเกินนั้นสามารถพบได้ แต่มีจำนวนน้อยมาก ตัวอาจใหญ่บ้าง เนื่องจากกิจกรรมส่วนใหญ่ยังอยู่ในเรื่องการกินและนอน ไม่ค่อยมีกิจกรรมอย่างอื่นในวัยนี้จึงไม่ได้เรียกว่าอ้วน แต่เรียกว่าโครงสร้างใหญ่ค่ะ
ลักษณะการกินที่ดี
เป็นที่ทราบกันดีว่า การเลี้ยงดูลูกวัยทารกด้วยนมแม่จะช่วยแก้ปัญหาเด็กอ้วน น้ำหนักเกินได้ แต่ปัจจุบัน ในประเทศไทยมีคุณแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมขวดอยู่เป็นจำนวนมาก อาจจะเป็นเพราะไม่สะดวกในการให้นมลูกเนื่องจากต้องทำงาน หรือเมื่อลูกอายุเกิน 6 เดือนแล้ว นมแม่มีไม่เพียงพอ จึงหันมาให้ลูกดูดขวดนมแทนทั้งที่จริงแล้วมีคุณแม่หลายท่านสามารถให้ลูกกินนมแม่ไปจนถึงอายุ 1 ขวบ ซึ่งก็จะเป็นผลดีต่อสุขภาพลูกโดยตรง

การให้ลูกกินนมนั้น ถ้าลูกอิ่มแล้วคุณแม่ไม่ควรคะยั้นคะยอให้ดูดจนเกลี้ยงขวด เพราะจะทำให้ลูกได้รับสารอาหารเกิน และฝึกนิสัยกินไม่รู้จักพอตามมา นอกจานี้ ธรรมชาติของวัยนี้เวลานอนหลับจะขยับตัวทุก 1 ชั่วโมง บางคนนั้นเลี้ยงง่าย ขยับนิดเดียวแล้วก็หลับต่อได้เอง แต่บางคนเลี้ยงยาก พอขยับก็จะตื่นมาร้องโยเย พ่อแม่หลายคนคิดว่าลูกร้องเพราะหิวก็เอาขวดนมใส่ปากพยายามกล่อมลูกนอน ซึ่งเป็นวิธีที่ผิด เพราะทำให้ลูกติดขวดนมและยังเป็นการฝึกให้ลูกหลับเองไม่เป็นอีกด้วย

สำหรับคุณแม่ที่ให้นมลูกในปริมาณที่พอเหมาะถือเป็นสิ่งที่ดีแต่ควรเป็นนมรสธรรมชาติ หลีกเลี่ยงนมที่ผ่านการปรุงแต่งให้มีรสหวานมัน เพราะการให้หนูน้อยชินกับรสชาติหวานมันของนมจะทำให้เข้าสู่วงจรติดหวาน สุดท้ายก็ลงเอยกลายเป็นเด็กอ้วน

เตาะแตะ 1-3 ขวบ

อะไรทำให้หนูอ้วน
ในความเป็นจริงเมื่อเด็กอายุเกิน 1 ขวบ นมจะแปลงสภาพจากอาหารหลักเป็นอาหารเสริม แต่พ่อแม่คนไทยส่วนใหญ่ยังยืดให้นมเป็นอาหารมื้อหลัก จัดให้ลูกดูดนมได้ไม่จำกัด จนทำให้เกิดการติดขวดนมในวัยเตาะแตะได้มาก ทั้งที่จริงๆ แล้วเด็กในวัยนี้สมควรเลิกขวดนมได้แล้ว

กุมารแพทย์ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการให้นมเด็กวัยนี้ว่าในแต่ละวัน เด็กควรดื่มนมประมาณ 2-3 แก้ว แก้วละประมาณ 250 ซีซี รวมแล้ววันหนึ่ง เด็กไม่ควรดื่มนมวันละ 750 ซีซี แต่หากเด็กดูดมากเกินกว่าคำแนะนำที่แพทย์ให้ไว้หลายเท่าตัวแสดงว่าเด็กไม่ได้หิวนม แต่ขวดนมจะกลายสภาพเป็นเรื่องของเครื่องปลอบใจกล่อมให้เด็กนอนไป

และหากไม่ว่าเด็กจะทำกิจกรรมอะไรก็ต้องมีขวดนมคาอยู่ที่ปากทุกครั้ง ก็จะทำให้เด็กมีโอกาสได้รับเนื้อนมเข้าไปด้วย และยิ่งถ้าคุณแม่บางคนนิยมใช้นมที่มีความหวานมัน ลูกน้อยก็คงต้องพบกับปัญหาความอ้วนอย่างแน่นอน
ลักษณะการกินที่ดี
ทุกสิ่งที่ให้ลูกกินควรเป็นธรรมชาติ ไม่ปรุงแต่งรส หากสอนให้หลีกหนีจากความเป็นธรรมชาติเท่าไร ผลเสียต่อสุขภาพก็มากเท่านั้น เมื่อหล่อหลอมเด็กในลักษณะนี้ หนูน้อยก็จะบริโภคเป็นกินผักผลไม้และนมรสจืดได้ โดยที่พ่อแม่ไม่ต้องมานั่งฝึกกันใหม่

เมื่อลูกย่างเข้า 1 ขวบ คุณพ่อคุณแม่ควรเริ่มฝึกพัฒนาการให้ลูกกินอาหารจากถ้วย และทุกครั้งที่ลูกทำได้ ก็ต้องชื่นชมเพื่อให้กำลังใจแก่ลูก

คุณพ่อคุณแม่หลายคนมักจะไม่ยอมปล่อยให้ลูกลองหยิบ จับกินเอง เพราะกลัวว่าลูกจะกินมูมมาม เลอะเทอะ ซึ่งเท่ากับเป็นการตัดบทพัฒนาการของลูกน้อย ส่งผลให้ในอนาคตลูกจะกลายเป็นเด็กที่ติดการดื่ม เคี้ยวเป็น และขาดทักษะในการเคี้ยวกลืน นอกจากนี้ เมื่อติดขวดนมมากๆ ก็จะทำให้ฟันผุ อ้วน น้ำหนักเกินที่สำคัญ คือหนูน้อยจะกลายเป็นเด็กที่มีปัญหาทางด้านพฤติกรรมอารมณ์และสังคม ควบคู่กันไปด้วย

หนูอ้วนหรือยังนะ
  • ดูด้วยตา
    ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ถ้าลูกน้อยเริ่มจ้ำม่ำ แก้มยุ้ย ก็ถือว่าอ้วนแต่เกณฑ์นี้ใช้วัดในเด็กทารกไม่ได้ เพราะเป็นวัยที่กินแล้วก็นอนแก้มอาจยุ้ยไปบ้างซึ่งไม่ถือว่าผิดปกติ พอเริ่มคืบคลานได้ รูปร่างหนูน้อยก็จะค่อยๆ เข้าที่เข้าทางเอง แต่หากวัยเตาะแตะ 1-3 ขวบ ไปแล้ว ยังมีลักษณะแก้มยุ้ยลงพุง อย่างนี้คุณแม่สามารถฟันธงได้เลยว่าลูกอ้วน

  • ดูด้วยสูตรการคำนวณ 2n+8
    เป็นค่าคำนวณแบบคร่าวๆ ในเด็กอายุ 1 ขวบขึ้นไป n ก็คืออายุเป็นปี สมมติหนูน้อยอายุ 1 ขวบครึ่ง ผลก็คือ 1.5 คูณด้วย 2 เป็น 3
    8 ฉะนั้น น้ำหนักควรจะอยู่ที่ประมาณ 11 กก. ถ้าหนูน้อยคนนี้น้ำหนักเกิน 13.4 กก. แสดงว่าเริ่มอ้วน

  • ดูด้วยกราฟการเจริญเติบโต
    ให้ดูว่าค่าเฉลี่ยน้ำหนักตัวของลูกในสมุดคู่มือสุขภาพประจำตัวดูว่าพุ่งเข้าหาเส้นบนสุดหรือไม่ เหตุที่ต้องยึดเส้นบนสุดเป็นเกณฑ์เพราะเป็นเส้นที่ชี้ว่า หนูน้อยไม่ควรน้ำหนักเกินกว่าเส้นนี้

    เด็กแรกเกิดถึง 3 ขวบ ต้องพบเจอคุณหมอบ่อยๆ เนื่องจากต้องฉีดวัคซีน คุณแม่ถามคุณหมอได้เลยว่ากราฟการเจริญเติบโตของเจ้าตัวน้อยอยู่บริเวณเส้นมาตรฐาน พุ่งเข้าหาเส้นบนสุด หรือเกินเส้นบนสุดหรือยัง ซึ่งจะทำให้ทราบได้ทันทีว่าลูกน้อยน้ำหนักตัวปกติ หรือมากจนเกินพอดี

5 ข้อสอนฉลาดกิน
1. อย่าทำให้หนูติดขวดนมจากพฤติกรรมการนอน เพราะพออายุ 6 เดือน หนูก็จะสามารถนอนหลับได้เองโดยไม่ต้องกินนมตลอดคืนก็ยังได้

2. ขอนมจืดใส่ขวดนะแม่ เพราะทำให้หนูสุขภาพดี และอนาคตหนูก็จะไม่ติดอาหารรสหวานมันจัดที่สามทารถทำให้หนูอ้วนได้ด้วย

3. หนูขออาหารเสริมจากธรรมชาติ อาจจะมีความยุ่งยากบ้างในการตระเตรียม เพราะต้องทำความสะอาด สับ ซอย ปั่น ปรุง แม้รสชาติอาจจืดชืด ฝืด ขม ไปบ้างแต่สิ่งเหล่านั้นก็ดีกับหนูนะ

4. สร้างทักษะความผิดหวังให้หนูหน่อย เวลาที่พ่อแม่ต้องให้หนูเลิกขวดนม หนูจะเกิดความผิดหวังเล็กๆ ขึ้นบ้าง เพราะฉะนั้นพ่อแม่อย่าลืมตบมือเป็นกำลังใจให้หนู เพื่อจะได้สามารถผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปได้

5. ขอตัวอย่างเรื่องที่ดีให้หนู เพราะทุกๆ อย่างที่พ่อแม่ทำจะสะท้อนออกมาเป็นตัวของหนูยังไงล่ะ
อย่าเพิ่งท้อใจหรือคิดว่าเป็นภาระ อาจจะดูยุ่งยากในช่วงแรกแต่เมื่อทำสำเร็จแล้ว ทุกอย่างจะง่ายขึ้นและช่วยสร้างพฤติกรรมการที่ดี ซึ่งแน่นอนว่าสุขภาพที่ดีก็จะตามมาด้วยค่ะ.


(update 25 ตุลาคม 2007)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 25 ฉบับที่ 296 กันยายน 2550 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600