ความสำคัญของอาหารต่อการพัฒนาสมองของลูกได้เป็นที่ตระหนักแก่หญิงตั้งครรภ์ทุกคน ทำให้ทุกคนรู้ดีว่าลูกในครรภ์จำเป็นต้องได้รับสารอาหารครบทุกชนิดในจำนวนที่เพียงพอเช่นกัน มิใช่เพียงเพื่อการเจริญเติบโตเท่านั้น หากยังเพื่อให้สมองของลูกได้รับการพัฒนาเต็มที่ แต่ที่แม่หลายคนกังวลมากเห็นจะเป็นปัญหาเรื่องการกินของลูก จึงควรมาดูแต่ละปัญหาว่าจะแก้ไขอย่างไร หรือไม่จำเป็นต้องแก้ไข เพราะปัญหาเหล่านั้นจะคลี่คลายได้เองภายหลัง
ทารกจำนวนมากที่ดูดนมแม่ แล้วร้องกวนคล้ายกับว่าน้ำนมแม่มีไม่เพียงพอ พอดูดนมแล้วยังร้องมาก จนคุณแม่หาทางออกไม่ได้จึงซื้อนมผงมาเสริมให้ลูก ควรเข้าใจปัญหานี้ให้ดี แม่มีเต้านม 2 เต้า จะสร้างน้ำนมเพียงพอสำหรับเลี้ยงลูกได้ 2 คนเสียด้วยซ้ำ การสร้างน้ำนมแม่ที่ดีนั้นต้องให้ลูกดูด ตั้งแต่แรกคลอดใหม่ๆ ให้ดูดทั้ง 2 เต้าทุกครั้งในระยะแรก เพื่อเป็นกระตุ้นในการสร้างน้ำนม แม่ควรทำจิตใจให้สบายต้องมั่นใจว่า น้ำนมแม่มีเพียงพอแน่นอน อย่าตกอยู่ในความกังวลหรือเครียดจัด เพราะอารมณ์ก็มีส่วนที่ทำให้การสร้างน้ำนมแม่ลดลงแม่ควรดื่มนม น้ำและทานอาหารให้ครบทุกหมู่ ทั้งหมดที่กล่าวมานี้มีส่วนทำให้ร่างกายสร้างน้ำนมแม่ได้มาก ในระยะ 2-3 วันแรกหลังคลอดน้ำนมแม่อาจจะมีน้อยกว่าความต้องการของลูก แม่อาจจะป้อนน้ำเปล่าจากถ้วยเล็กๆ เพื่อให้ลูกได้สงบลงบ้าง แต่อย่าให้มากให้ลูกดูดนมแม่ก่อนทุกครั้ง แล้วรอดู อย่าตามด้วยน้ำทันที ให้ลูกได้รับแต่นมแม่ให้นานที่สุด แล้วจะประสบผลสำเร็จ พยายามให้ลูกดูดนมแม่ จากแต่ละข้างให้นานที่สุด โดยใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที เพราะการดูดนมให้หมดเต้านั้น ลูกจะได้รับน้ำนมแม่ส่วนท้ายๆ ของเต้า ซึ่งจะมีไขมันและพลังงานสูงกว่าน้ำนมแม่ส่วนต้นๆ ของเต้า จึงทำให้ลูกอิ่มนานและเมื่อลูกดูดเสร็จจะทำให้เคลิ้มหลับได้ แต่ก่อนที่ลูกจะเลิกดูด ควรให้ลูกดูดน้ำนมแม่ส่วนต้นของอีกเต้าหนึ่งเล็กน้อย เพื่อเป็นการล้างคอล้างปากให้ลูก อย่าให้นมผสมแก่ลูกเพื่อแก้ปัญหาเพราะเมื่อลูกได้นมผสมตามทุกมื้อ เมื่อทำเช่นนี้เป็นประจำ น้ำนมแม่จะถูกสร้างน้อยลงเรื่อยๆ จนในที่สุดจะหยุดสร้าง หรือมีน้อยมากจนแม่ถอดใจไม่อยากให้นมแม่ หรืออีกกรณีคือ น้ำนมแม่มีน้อยมากจนลูกเบือนหน้าหนี
ปัญหานี้พบได้บ่อยมากและไม่ควรยอมแพ้ เพราะถ้าปล่อยผ่านไปจะเป็นปัญหาใหญ่ติดตามมาภายหลัง ควรมีความเข้าใจว่า การดูดนมแม่ การดูดนมผสมและการทานอาหารเสริมนั้น ใช้คนละกลไก การดูดและกลืนนมแม่นั้นเป็นไปตามสัญชาตญาณที่ธรรมชาติสร้างมาให้ลูกเข้าใจตั้งแต่แรกเกิด ถ้าให้นมผสมแก่ลูกตั้งแต่แรกเกิด ลูกจะลืมกลไกการดูดนมแม่ไปทันที สำหรับการทานอาหารเสริมควรรอให้ลูกมีความพร้อม ซึ่งมักจะราวอายุ 4-6 เดือน และเป็นไปตามการพัฒนาการของสมองที่ลูกจะควบคุมศรีษะได้ดี ทำให้ชันคอ อ้าปาก กลืนอาหารได้คล่องให้ลองอาหารเสริมเพียง ? ช้อนชา และเป็นน้ำข้าวบดใสๆ ก่อนเมื่อลูกอ้าปากให้ตักน้ำข้าวบดใส่ข้างๆ กระพุ้งแก้มของลูก อย่าวางอาหารบนปลายลิ้น เพราะลูกจะปิดปากแล้วดันอาหารออกมาจึงเหมือนลูกปฏิเสธอาหาร แต่ความจริงเป็นกลไกในการดูดนมแม่ เพราะลูกยังไม่เคยหัดทานอาหารเสริมมาก่อน หลายคนจะถอดใจเมื่อลูกดันอาหารออกมาทุกครั้งที่ป้อน จึงเลิกป้อนอาหารเสริมไปเลย จึงขอย้ำเตือนอีกครั้งว่า จุดตั้งต้นในป้อนอาหารเสริมนี้มีความสำคัญที่สุด ที่จะชี้การทานอาหารทุกชนิดของลูกในเวลาต่อมา
ปัญหานี้เป็นปัญหาที่เกิดจากความไม่สำเร็จในการให้อาหารเสริมตามเวลาหรือให้นมมากเกินไป การเริ่มให้อาหารเสริมแก่ลูกตั้งแต่อายุ 4 เดือนขึ้นไป โดยให้ข้าวบดค่อนข้างใสๆ ก่อนเมื่อลูกประสบผลสำเร็จในการทานอาหารขั้นแรกนี้ ก็ให้อาหารเสริมที่เพิ่มมากขึ้นและหลายมื้อขึ้นในที่สุดอาหารเสริมก็จะกลายเป็นอาการหลัก ที่อายุ 1 ปี แล้วนมแม่หรือนมขวดจะกลายเป็นอาหารเสริม ในกรณีที่ลูกติดแต่นมขวดและไม่ยอมทานอาหารเสริมแล้วจะทำอย่างไร ก็ไม่ควรท้อแท้ในการแก้ไขปัยหานี้ควรจำกัดนมขวดที่ให้แก่ลูกไม่เกินวันละ 4 ขวด ขวดละ 8 ออนซ์เมื่อมีอายุ 8 เดือนขึ้นไป และงดมื้อกลางคืนจนถึงเช้า ทั้งนี้เพื่อให้ลูกตื่นนอนตอนเช้า จะได้หิวและเกิดความอยากในการที่จะทานอาหารเสริมนอกจากนี้ไม่ควรให้ลูกดูดน้ำเปล่าชดเชยการลดการดูดนมในช่วงลดนมขวดนี้ พยายามลดนมขวดที่ให้แก่ลูกได้ว่า ลูกเริ่มชอบทานอาหารเสริมขึ้นมา
ในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิตลูกจะอาเจียนง่ายอยู่แล้วและถ้าลูกคลอดก่อนกำหนดด้วยแล้วจะยิ่งอาเจียนง่าย ทั้งนี้เพราะหูรูดที่ติดต่อระหว่างหลอดอาหารกับกระเพาะอาหารนั้นยังไม่แข็งแรง เมื่อลูกต้องมาทานนมเป็นจำนวนมาก เพื่อให้เพียงพอต่อการเจริญเติบโตในช่วงนี้ กระเพาะอาหารจึงโป่งตึงมาก จึงมีโอกาสที่จะอาเจียนได้ง่าย จึงควรระวังอย่าให้ลูกทานนมแต่ละมื้อมาก แต่ละมื้อควรห่างกันอย่างน้อย 3 ชั่วโมง เพราะกระเพาะอาหารจะใช้เวลาย่อยอาหาร 1-2 ชั่วโมง ถ้าให้นมถี่ไปในกระเพาะอาหารของลูกจะยังมีนมของมื้อที่แล้วคั่งค้างอยู่ เมื่อทานนมใหม่เข้าไปก็จะทำให้อาเจียนได้ง่าย ในกรณีที่พบลูกกำลังอาเจียนอยู่นมออกทั้งทางจมูกและปาก ไม่ควรตกใจ ให้จับศรีษะลูกลงต่ำกว่ากระเพาะอาหารของลูกทันที เพื่อป้องกันการสำลักของนมเข้าไปในปอดของลูก แล้วเช็ดปากเช็ดจมูกของลูกให้สะอาดปล่อยทิ้งไว้สักพัก อย่าเพิ่งให้ลูกทานนมทิ้งช่วงให้ห่างจากนมมื้อนั้นอีกประมาณ 2 ชั่วโมงในเด็กบางคนที่มีอาการอาเจียนบ่อยผิดปกติและเป็นมาแต่แรกเกิดจนทำให้น้ำหนักตัวไม่ขึ้นตามเกณฑ์ของเด็กทั่วไป เมื่อพบกรณีเช่นนี้ ก็ควรนำไปพบแพทย์เพื่อการวินิจฉัยและหาสาเหตุให้ชัดเจน
การที่ลูกไม่ยอมกลืนข้าวที่ป้อนให้และอมไว้อยู่ในปากมักมี 2 สาเหตุ คือ ลูกเป็นคนติดรสหวานเมื่อทานข้าว จะอมไวสักพักหนึ่งเพื่อให้น้ำย่อยในปากช่วยย่อยแป้งจากข้าวให้เป็นน้ำตาลกลูโคส พอมีรสหวานบ้าง ลูกจึงยอมกลืนลงไป อีกสาเหตุหนึ่งเกิดจากลูกไม่หิวจึงไม่ชอบข้าว เมื่อถูกบังคับให้ทาน ลูกจะอมข้าวนั้นไว้นานๆ เพราะว่าถ้ากลืนข้าวคำนั้นเมื่อใดจะถูกป้อนอีกคำตามมา จึงควรดูว่าอะไรเป็นสาเหตุไม่ควรให้ลูกชอบรสหวานตั้งแต่เล็กเพราะจะทำให้ลูกไม่รับรู้รสอาอาหารอื่นๆ การให้อาหารรสหวานจะได้ผลเพียงช่วงสั้น ในระยะยาวลูกก็จะเบื่ออีก จึงควรหลีกเลี่ยงกลูโคสและน้ำตาลทราย หรือของหวานในอาหาร รวมทั้งของกินเล่นทั้งหลาย ควรควบคุมการทานนมแต่ละวันให้พอเหมาะ อย่าให้มากเกินไป ให้อาหารในเวลาที่เหมาะสม เช่น เวลาเช้า เที่ยงและเย็น ในแต่ละมื้อไม่ควรให้อาหารนานกว่า 20 นาที เกิน 20 นาทีแล้ว แต่ถ้าให้ก็เลิกป้อนอาหารมื้อนั้น บ่อยครั้งที่ลูกใช้เวลาทานอาหารมาเล่นของเล่นจนเพลิน จนลืมทานอาหาร จึงควรทำให้เวลาทานอาหารเป็นเวลาทานอาหารจริงๆ ไม่ควรเล่น เมื่อทานเสร็จจึงค่อยไปเล่นต่อ
การที่ลูกติดใจอาหารชนิดเดียวนั้นเกิดจากความไม่สำเร็จในการฝึกให้ทานอาหารเสริมในหลายรูปแบบช่วงอายุ 1 ปีแรก การติดใจอาหารอื่นอย่างหนึ่งอย่างใด เช่น อาหารที่มีรสหวาน หรืออาหารแห้งๆ เมื่อพบปัญหานี้ ไม่ควรตามใจให้อาหารชนิดที่ลูกชอบทุกมื้อ หรือแม้แต่วันละ 1 ครั้ง ก็ถือว่ามากเกินไป ควรทำอาหารอื่นที่มีความใกล้เคียงกับอาหารชนิดนั้นมาทดแทน เช่น ลูกชอบข้าวไข่เจียว วันต่อมาให้เติมต้นหอมลงไปเล็กน้อยหรือหัวหอมหั่นฝอยลงไปบ้าง อย่าใจอ่อนเมื่อเห็นว่าลูกทานน้อยลงกว่าวันก่อน ค่อยๆ ทำและค่อยๆ เพิ่มขึ้น ลูกจะยอมรับรสชาติอาหารอื่นได้มากขึ้น
เด็กบางคนที่แข็งแรงดี ไม่ได้เจ็บป่วยอะไร อยู่ดีๆ เกิดเบื่อนมขึ้นมา ซึ่งพบได้ตั้งแต่อายุ 5-6 เดือนขึ้นไป พอให้ขวดนม จะเบือนหน้าหนี สาเหตุมักเกิดจากการได้รับสารอาหารมากเกินไปจนร่างกายไม่ต้องการเพิ่มหรือเกิดจากขาดการเคลื่อนไหวถูกอุ้มตลอดเวลาไม่ได้ใช้พลังงาน บางคนแก้ไขปัญหานี้ไม่ถูกทาง ลองให้น้ำเปล่าใส่ขวดนมลูกดื่ม ลูกชอบดื่มขึ้นมา จึงให้น้ำเปล่าลูกดื่มก่อนดูดนมเป็นประจำ ซึ่งไม่ควรทำเพราะในระยะยาวจะทำให้น้ำหนักตัวของลูกไม่เพิ่มขึ้น เมื่อพบปัญหานี้ ให้แก่ที่สาเหตุร่วมกับการป้อนด้วยช้อนทุกมื้อ และให้อาหารเสริมมากขึ้นระยะหนึ่ง
ปัญหานี้พบได้ในเด็กบางคน ที่เกิดเบื่อนมขึ้นมาชอบจะทานแต่นมเปรี้ยว หรือโยเกิร์ต ถ้าให้ลูกทานแต่นมโยเกิร์ตจะเกิดอะไรขึ้นหรือไม่
นมโยเกิร์ตส่วนใหญ่ทำมาจากนมวัวที่ขาดมันเนย มีเชื้อแบคโตแบซิลไลที่เติมลงไปหมัก ทำให้น้ำตาลนมแล็กโตสเปลี่ยนไปเป็นกรดไขมัน ทำให้นมนี้มีรสเปรี้ยว และปรุงแต่งรสชาติโดยเฉพาะรสหวาน ประโยชน์ทางด้านโภชนาการจึงไม่ได้ดีกว่านมวัว อาจด้อยกว่าด้วยซ้ำ เนื่องจากการขาดไขมัน ดังนั้นการทานโยเกิร์ตจึงเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นโดยไม่คุ้มค่า เมื่อเปรียบเทียบกับนมวัวปกติ นอกจากนี้ลูกจะติดใจรสหวานและรสเปรี้ยวในโยเกิร์ต ในระยะยาวจะเบื่อนมขึ้นมา ปัญหานี้แก้ไขง่าย ให้จำกัดการดื่มนมเปรี้ยวในแต่ละวันเพียงแค่ 50 มิลลิลิตรก่อน จนถึงจุดหนึ่งก็ให้เลิกทานไปเลย หรือนานๆ จะทานสักครั้งก็ได้
- ผัก-เนื้อสัตว์-หนังสัตว์หนูไม่ชอบ
ปัญหานี้เกิดจากความไม่ประสบผลสำเร็จในการให้อาหารเสริมช่วง 6 เดือนขึ้นมาถึงอายุ 1 ปี ที่ควรค่อยๆ เพิ่มผัก เนื้อสัตว์หรือหนังสัตว์และค่อยๆ ให้อาหารที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อเตรียมตัวรับอาหาร เช่น ผู้ใหญ่เมื่อลูกอายุ 1 ปีขึ้นไป จากการศึกษาพบว่าเด็กที่ผอมมักจะไม่ชอบอาหารมันๆ และอาหารที่มีเนื้อสัตว์มากๆ ในขณะที่เด็กอ้วนมักจะชอบอาหารที่มีไขมันสูงและอาหารที่มีเนื้อสัตว์มาก ถึงอย่างไรก็ไม่ควรยอมแพ้โดยเฉพาะการให้ลูกทานอาหารที่ต้องการเพียงอย่างเดียว ควรจัดการปัญหานี้ตั้งแต่ต้นโดยอาจจะเปลี่ยนรูปแบบการทำอาหาร เช่น นำผักหรือเนื้อสัตว์มาชุบแป้งทอด ลูกอาจจะยอมรับมากขึ้น
ปัญหานี้เกิดจากการให้อาหารบดปั่นนานเกินไป ปริมาณอาหารน้อยทำให้เด็กผอมและตัวเล็ก เพราะข้าวต้มมีแต่น้ำให้พลังงานน้อย แม้แต่ข้าวสวยก็มีน้ำเป็นส่วนผสมมากอยู่แล้ว เมื่อทานข้าวต้มแล้วจะได้แต่น้ำ ซึ่งไม่ให้พลังงาน ควรแก้ไขทันทีเมื่อพบปัญหานี้ ถ้าอยากทานข้าวต้มก็ให้ทานต่อ แต่ถ้าลูกมีน้ำหนักตัวน้อยก็ให้ทานต่อ แต่ถ้าลูกมีน้ำหนักตัวน้อยกว่าเด็กคนอื่น ให้เลิกทานข้าวต้ม เปลี่ยนเป็นข้าวสวยพร้อมกับข้าว ให้มีน้ำซุปทานคู่กันได้คำต่อคำในระยะแรก ต่อไปในระยะยาวจึงเลิกการให้ทานซุปคู่กับข้าวคำต่อคำ
- ชอบน้ำหวาน ขนมหวาน และน้ำอัดลม
อาหารเหล่านี้จัดเป็นอาหารทำลายสุขภาพ ฟันลูกจะอ่อนไหวต่อน้ำตาลทรายมาก ซึ่งพบมากในอาหารเหล่านี้ และรสหวานในอาหารเหล่านี้ ซึ่งเป็นรสแรกที่ลูกรับรู้ได้ตั้งแต่แรกเกิด จะไปบดบังรสชาติอาหารอื่นๆ ทำให้มีผลเสียต่อการทานอาหารอื่นตามมา นอกจากที่อาหารเหล่านี้ทำให้ฟันผุแล้วอาหารเหล่านี้ยังทำให้ลูกเบื่ออาหาร ในระยะยาวจะทำให้ลูกตัวเล็กกว่าเด็กคนอื่น
ควรเข้าใจว่าฟาสต์ฟู้ดนั้น หอม กรอบ เพราะส่วนใหญ่เกิดจากการทอดอาหารที่มีน้ำมันเป็นส่วนประกอบ อาหารฟากสต์ฟู้ดจึงให้พลังงาน และโปรตีนสูง แต่เนื่องจากอาหารเหล่านี้มีราคาแพง มีผักน้อย ถ้าทานบ่อยลูกจะเบื่ออาหารไทย ซึ่งมีผักมาก และมีน้ำมากกว่าอาหารไทยที่มีน้ำมากจึงเหมาะสำหรับประชากรเขตร้อน ที่ต้องเสียเหงื่อบ่อย โดยเฉพาะลูกในวัยนี้จะซนมาก และเสียเหงื่อตลอดเวลา จึงควรระวังอย่าให้ลูกทานฟาสต์ฟู้ดบ่อย จะทำให้ลูกหิวน้ำบ่อย ถ้าทานแต่น้ำหวาน น้ำอัดลม ก็จะยิ่งทำให้อ้วนเร็วขึ้น
สารพันปัญหาการทานอาหารของลูกนั้นพันธุกรรมมีส่วนร่วมด้วย ถ้าซักประวัติให้ดีมักพบว่า จะมีพ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่งที่ขณะวัยเด็กจะเป็นคนที่มีปัญหาการทานอาหารเช่นเดียวกับลูก บางครั้งพันธุกรรมจะบ่งชี้ว่าระยะนี้ลูกจะยังไม่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ความต้องการในการทานอาหารก็จะน้อย เมื่อพบปัญหานี้อาจจะเร่งให้ลูกทานอาหารมากขึ้นโดยการให้เล่นกีฬาจนเพลินในช่วงบ่ายๆ เช่น ว่ายน้ำ หลังเล่นกีฬาจึงให้อาหารแก่ลูกทันที ช่วงหลังเล่นกีฬาจึงเป็นช่วงทองในการให้อาหารที่ให้พลังงานผักและโปรตีน เช่นเดียวกับช่วงหลังตื่นในเวลาเช้า ถ้าปัญหาการทานอาหารของลูกไม่มากเกินไป ก็ไม่ต้องบังคับลูกให้มากมาย จนเกิดความเครียดขึ้นมาทั้งบ้าน แต่ก็ไม่ควรให้ปัญหาการทานอาหารที่ไม่ถูกต้องนี้ดำเนินไปยาวนานเกินไป ควรรีบแก้ไขแต่เนิ่นๆ เพิ่สุขภาพของลูกในอนาคต.
(update 15 ตุลาคม 2007)
[ ที่มา..
นิตยสารบันทึกคุณแม่ Vol.169 August 2007]
|