สมัยนี้ทารกศัลยกรรมตกแต่งเพื่อให้ตัวเองสวย ดูดีขึ้นตามความต้องการก็คงจะไม่ใช่เรื่องแปลก แล้วถ้าเป็นการทำศัลยกรรมเพื่อปรับภาพลักษณ์ให้คนที่เป็นดาวน์ซินโดรมล่ะ Modern Mom อย่างคุณจะคิดอย่างไร
จริงๆ คงต้องบอกก่อนว่าตัว Mama M. เองก็ไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน จนกระทั่งได้ไปอ่าน GRAZA นิตยสารชื่อดังของเกาะอังกฤษ แล้วเจอบทสัมภาษณ์ของคุณพ่อคุณแม่คู่หนึ่งที่มีลูกเป็นดาวน์ซินโดรมและมีความคิดที่จะทำศัลยกรรมพลาสติกเพื่อแก้ไขให้ลูกสาวดูเหมือนคนปกติ
ครอบครัว Kiswan นี้จะว่าไปแล้วก็เรียกได้ว่าน่าจะเป็นครอบครัวที่น่าอิจฉาครอบครัวหนึ่งเลยทีเดียว นพ. ลอเรนซ์ สามีเป็นศัลยแพทย์ตกแต่งฝีมือดีชื่อดังของอังกฤษที่มีดาราและคนดังมาให้ช่วยทำสวยทำหล่ออย่างสมบูรณ์แบบมากมาย ในขณะที่ภรรยาสาวคนสวย เชลซีก็ช่วยดูแลเรื่องธุรกิจของสามี พร้อมกับดูแลลูกสาวฝาแฝดวัยสามขวบครึ่งที่กำลังซน เรียกได้ว่าทั้งงานและครอบครัวกำลังไปได้ด้วยเลยทีเดียว
แต่แล้วก็เหมือนโลกทั้งใบถล่มลงมาตรงหน้า เมื่อกุมารแพทย์แจ้งว่าพบความผิดปกติของลูกสาววัย 24 ชั่วโมง สมาชิกใหม่ของครอบครัว และคาดว่าน่าจะเป็นดาวน์ซินโดรม!!!
คุณหมอลอเรนซ์เล่าในบทสัมภาษณ์ว่า พอรู้สิ่งที่เกิดขึ้นมันเหมือนถูกรถชนอย่างจังแล้วเฝ้าคิดแต่ว่าลักษณะดาวน์ซินโดรมเป็นอย่างไร แน่นอนภาพที่เกิดขึ้นในหัวของศัลยแพทย์หนุ่มใหญ่ก็คืออ้วน เชื่องช้า ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ คุณหมอช็อกและสับสนให้จนต้องหนีไปตั้งสติที่บ้าน แต่ในที่สุดก็สรุปกับตัวเองว่า โอฟีเลียต้องการคนเคียงข้างโดยเฉพาะคนที่เป็นพ่อ เมื่อกลับไปหาภรรยาที่กำลังนั่งกอดลูกอยู่ที่โรงพยาบาล คุณหมอลอเรนซ์ก็เข้มแข็งพร้อมเผชิญความจริงเป็นกำลังใจกับภรรยาและลูกสาวให้ก้าวเดินต่อไป
แน่นอนการมีลูกสาวที่พิเศษคนนี้ทำให้ชีวิตของทั้งคู่เปลี่ยนไปจากที่เคยทุ่มเทเวลาให้กับงานเป็นหลัก ตอนนี้การดูแลลูกสาวนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ที่สอนให้คุณพ่อคนนี้เปลี่ยนผ้าอ้อมเป็นครั้งแรก ได้นอนห้องเดียวกันกับลูก (ทั้งๆ มีลูกมาก่อนแล้วถึง 6 คน คือจากภรรยาเก่า 4 และพี่สาวแฝดของโอฟีเลีย) ส่วนคุณแม่ที่ต้องเผชิญกับปัญหาความเครียดและความซึมเศร้าอยู่ดูแลลูกสาวคนนี้เป็นงานหลัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน การดูแลเรื่องพัฒนาการ รวมถึงการพูดและการออกเสียงด้วย
ซึ่งจะว่าไปแล้วความรู้สึกที่ว่ามานี้สำหรับคนเป็นพ่อแม่แล้วก็คงไม่แตกต่างกันมากเท่าไรนัก แต่ด้วยความที่น้องหนูโอฟีเลียมีคุณพ่อเป็นหมอศัลยกรรมฝีมทิอยี่ยมที่ช่วยให้คนอื่นๆ แฮปปี้กับตัวเองมาแล้วมากมายทำให้คุณพ่ออดนึกกังวลถึงเรื่องรูปร่างหน้าตาว่าจะมีผลกับอนาคตของลูกสาวคนนี้ จึงทำให้เกิดแนวคิดที่จะผ่าตัดเพื่อแก้ลักษณะเด่นของความเป็นดาวน์ซินโดรมอย่างจมูกแบน ริมฝีปากแบะ คอหนา ก็เพื่อให้ดูไม้แตกต่างจากคนอื่น
ผมไม่เคยชักชวนใครให้มาทำศัลยกรรมตกแต่ง แต่ผมคิดว่าสำหรับโอฟีเลียแล้วน่าจะดีกว่าถ้าเธอจะดูปกติเหมือนคนอื่นๆ ทั่วไป เพราะคนอื่นที่พบอาจตัดสินลูกสาวผมคนนี้จากเพียงภาพลักษณ์ภายนอกที่เห็น ถ้าสามารถแก้ไขจุดนี้ให้ลูกได้ก็อยากทำ แต่ผมคงไม่ลงมือทำให้ด้วยตัวเองหรอก เพราะลูกสาวคนที่อายุ 19 จะมาขอทำจมูกผมก็ยังบอกไปเลยว่าลูกดูดีอยู่แล้วแต่สุดท้ายแล้วก็คงอยู่ที่เขาตัดสินใจเองอยู่ดี
ส่วนคุณแม่เองก็คิดไม่แตกต่างจากคุณพ่อนัก ฉันกับสามี เราสองคนคุยกันเรื่องทำศัลยกรรมให้โอฟีเลีย ถึงแม้จะรู้ว่าคงจะเป็นเรื่องที่มีคนไม่เห็นด้วยและถูกวิพากษ์วิจารย์ แต่เราก็คิดว่ามันเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับลูกที่จะดูปกติ ไม่ใช่เรื่องน่าอายที่จะพยายามทำให้รูปร่างของตนดูดี ไม่ว่าคุณจะพิการหรือเปล่า แม้จะอดกังวลถึงอนาคตไม่ได้ แต่ฉันหวังว่าต่อไปชีวิตของคนที่เป็นดาวน์ซินโดรมคงจะเปลี่ยนไป เรารอสิ่งดีๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่ก็คงไม่มีอะไรมาเปลี่ยนความจริงที่ว่าลูกสาวของเราเป็นดาวน์ซินโดรมได้ เพียงแค่ลูกที่ดีทีสุกในแบบของตัวเองก็พอแล้ว
อ่านแล้วก็เห็นใจนะคะ Mama M. ไม่ได้คิดว่าทั้งคู่อายหรอกแต่น่าจะเป็นเพราะความรักและอยากให้ลูกสาวรู้สึกกับตัวเองดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในเมื่อพร้อมทั้งฐานะและความคิดตรงกัน การตัดสินใจก็เลยไม่ยาก
จะว่าไปแล้วการทำแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องผิดบาปอะไร แล้วกฎหมายก็เปิดทางให้กับการตัดสินใจของผู้ทำและให้สิทธิ์พ่อแม่ช่วยตัดสินใจให้ จะมีก็อดสงสารว่าจะต้องมาเจ็บตัวจากมีดหมอก็เท่านั้นแหละ
แต่สิ่งที่สะท้อนออกมาให้พวกเราต้องเก็บไปคิดให้มากๆ ก็คงจะเป็นการแสดงออกของคนรอบข้างกับพวกเขาต่างหากที่ไปกดดันจนทำให้มีพ่อแม่ทนไม่ได้และหาทางออกด้วยวิธีนี้เพื่อปกป้องลูกจากสายตารวมถึงท่าทางที่แสดงออกของคนปกติทั้งหลาย
แม้จะบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ แต่เราหลายคนก็เผลอทำร้ายเขาเข้าไปเต็มเปาแล้วล่ะ
(update 19 มิถุนายน 2007)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ Vol.12 No. 138 April 2007]
|