สร้าง (สรรค์) ลูกให้คิดสร้างสรรค์


ความเก่งและฉลาดเป็นสิ่งที่พ่อแม่อยากให้ลูกทุกคนมี แต่ในปัจจุความเก่งและฉลาดเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ แต่เด็กยุคใหม่นั้นต้องมีความคิดที่สร้างสรรค์นอกเหนือไปจากความรู้เดิมๆ ที่มีด้วยจึงจะจะสามารถเอาตัวรอดในสังคมที่ความรู้ต่างๆ มีอยู่เต็มไปหมดได้เด็กคนหนึ่งเติบโตขึ้นมามีสมองที่มีโครงสร้างเหมือนๆ กันแต่ความคิดสร้างสรรค์จะเกิดขึ้นมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับเซลล์สมองว่าของใครจะแตกกิ่งเครือข่ายออกไปรับข้อมูลและประมวลผลประยุกต์ใช้ได้เร็วกว่ากันนั่นเองค่ะ


เซลล์สมองกับความคิดสร้างสรรค์

คุณแม่คงจำเซลล์ประสาทสมองที่เล่าให้ฟังในฉบับที่แล้วนะคะ ในสมองของลูกมีเซลล์สมองอยู่ถึงประมาณ 100 ล้านล้านเซลล์ และพร้อมจะแตกขยายกิ่งก้านสาขาออกไป โดยส่วนยื่นที่ว่าของเซลล์สมองเรียกว่า เดนไดรท์ (Dendrite) ที่ซึ่งจะสัมผัสสื่อสารกันเป็นวงจร โดยในหนึ่งเซลล์สมองจะยื่นเดนไดรท์ไปสัมผัสกับเซลล์ประสาทอื่นๆ เช่น เซลล์ประสาทตาเพื่อรับภาพ หรือถ่ายทอดความคิดความรู้สึกและเกิดการเรียนรู้ใหม่ๆ ขึ้นมาค่ะ

ว่ากันว่ายิ่งเซลล์ประสาทสมองสร้างเครือข่ายออกไปมากเท่าไหร่เซลล์นั้นก็สามารถถ่ายทอดข้อมูลได้ดี โดยเซลล์สมอง 1 จุด สามารถเชื่อมสัมผัสกับเซลล์อื่นได้ถึง 25,000 จุด ด้วยเหตุนี้สมองของลูกจึงสามารถรับ เก็บข้อมูลความจำ สื่อสาร และประมวลผลข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ


Enriched Enviropment

แล้วจะทำอย่างไรให้เดนไดรท์ของเซลล์สมองสามารถแตกเครือข่ายออกไปได้มากที่สุด ง่ายๆ คือพ่อแม่ควรจะจัด Enriched Enviropment ให้ลูก ซึ่งประกอบหลัก คือ อาหาร กายภาพ และจิตใจหากมีครบถ้วนจะช่วยทำให้สมองเกิดการเรียนรู้ตลอดเวลาและทำให้เกิดเครือข่ายใยสมองเพิ่มขึ้นนั่นเอง โดยสามารถทำได้ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงเติบโตได้เลย เพราะสมองของเราไม่เคยที่จะหยุดเรียนรู้เลย ไม่ว่าจะมีอายุเท่าไหร่ก็ตาม
สารอาหาร สำหรับแม่ท้องควรใส่ใจในเรื่องโภชนาการเป็นสำคัญโดยเฉพาะโฟลิกเอซิดที่ช่วยในการแบ่งตัวของสมอง ส่วนเมื่อคลอดแล้วก็ควรส่งเสริมให้ลูกได้กินนมแม่ให้นานที่สุด เมื่อลูกเติบโตขึ้นก็ควรจัดให้ลูกกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ก็จะช่วยให้สมองและร่างกายเจริญเติบโตได้ดีค่ะ

การมองเห็น การสบตา สามารถเริ่มได้ตั้งแต่แรกเกิดเลยนะคะ เช่น เมื่อทารกได้เล่นพูดคุยสบตากับพ่อแม่ เมื่อโตขึ้นมาก็สนับสนุนให้ลูกได้อ่านหนังสือทุกประเภทที่ลูกอยากอ่าน ความรู้ก็จะผ่านเข้าสู่กระบวนการคิดของลูก แล้วเก็บเป็นประสบการณ์นำมาใช้วิเคราะห์เรื่องต่างๆ ในภายหลังได้อีกด้วยค่ะ

การได้ยิน เสียงดนตรีช่วยกระตุ้นให้สมองของลูกหลั่งสารแห่งความสุขเพิ่มมากขึ้น ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์สามารถเพิ่มการเชื่อมโยงของเซลล์สมองให้เกิดเครือข่ายมากขึ้น เพราะเสียงร้อง ทำนอง จังหวะ และความถี่ของเสียงคุณแม่เริ่มต้นปลูกฝังให้ลูกรักดนตรีได้ โดยเริ่มตั้งแต่เพลงกล่อมลูกที่ร้องให้ลูกฟัง จนถึงการสนับสนุนให้ลูกเล่นฟังดนตรีเมื่อลูกโตขึ้น

การเคลื่อนไหว การเล่นและทำกิจกรรมตามวัย เป็นการเปิดประตูสู่การเรียนรู้สำคัญของลูกสมองทำงานได้ดี เพราะไม่เกิดความเครียดลูกยังได้จินตนาการว่าจะเล่นแบบไหนดี คิดเป็นทำเป็น ในเด็กหญิงเล็กๆ ก็มักจะชอบเล่นบทบาทสมมุติ เด็กชายเล่นตัวต่อเลโก้แค่นี้ความคิดสร้างสรรค์มหาศาลได้ถูกถ่ายทอดออกมาแล้วล่ะค่ะ
โดยทั้งหมดของ Enriched Enviropment นั้น จะทำให้ลูกได้สั่งสมประสบการณ์มากๆ ก็จะเป็นคนที่รู้เยอะและคุณสมบัตินี้ก็นับว่าเป็น 1 ในองค์ประกอบสำคัญของ Creative Intelligence จากแนวคิดของ Alan J. Rowe (Professor ด้านบริหารธุรกิจ University of Southern California) ระบุว่าการมีแรงบันดาลใจใหม่ๆ ชอบคิดหาคำตอบใหม่ในโจทย์เก่า ระบุว่าคิดใหม่ทำใหม่ตลอดและการหยั่งรู้จากประสบการณ์เดิม และการหยั่งรู้จากประสบการณ์เดิมก็ยิ่งทำให้ลูกพัฒนาความคิดสร้างสรรค์มากขึ้นค่ะ

ด้านคุณหมออุดม เพชรสังหาร ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาอัจฉริยภาพเด็กและเยาวชน สถาบันรักลูก เล่าให้ฟังว่า ในต่างประเทศมีการถอดรหัสของผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบลไพรซ์ว่า บุคคลเหล่านี้เขามีคุณสมบัติเด่นๆ อะไรบ้าง ก็พบว่าตรงกับแนวคิดข้างต้นค่ะ คือเป็นผู้ชอบตั้งคำถามใหม่เสมอ ไม่เชื่อคำตอบเดิมที่มีอยู่และใช้ศาสตร์ทุกศาสตร์ในการอธิบายและแก้ปัญหา

รู้แบบนี้แล้วพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกเก่งและมีความคิดสร้างสรรค์อย่าลืมลองนำไปใช้ดูนะคะ

และสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากพ่อแม่ไม่เป็นผู้สนับสนุนให้เกิดขึ้น โดยหลักคิดคือพ่อแม่ต้องไม่กีดขวางการเรียนรู้ของลูกสนับสนุนให้ลูกตั้งคำถาม และไม่ออกคำสั่ง แต่มีข้อเสนอให้ลูกได้ขวนขวายหาวิธีการใหม่ๆ ในการทำงานเองหากลูกจะทำอะไรแปลกๆ ไม่อยู่ในกฎเกณฑ์บ้างพ่อแม่ก็ควรจะปล่อยวางบ้าง วิธีนี้จะช่วยสนับสนุนให้ลูกเกิดความคิดสร้างสรรค์ได้ดี แม้ว่าความคิดสร้างสรรค์ไม่สามารถเกิดได้ในวันนี้พรุ่งนี้ได้อย่างทันอกทันใจ แต่ขอให้คุณแม่เชื่อไว้เถอะว่าการสั่งสมความรู้เป็นสิ่งสำคัญของเด็กทุกๆ คนค่ะ.


(update 18 พฤษภาคม 2007)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่ Vol.12 No.137 March 2007]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600