เบ่งอึ...ขอวิธีแก้ลูกทรมาน


Q - ลูกชายอายุ 2 เดือนครึ่ง หนัก 5.5 กก. เลี้ยงด้วยนมผง ถ่ายวันละประมาณ 2 ครั้ง แต่สังเกตว่าลูกทุกข์ทรมานมากกับการเบ่งอึ ร้องเสียงดังและดิ้นถีบขาตลอดเวลา บางวันอึออกมาเหนียวสีเหลืองค่อนไปทางเขียวเล็กน้อยและมีปริมาณเยอะมากค่ะ

พรปวีณ์/กรุงเทพฯ


A - ในเด็กเล็กๆ ชีวิตเขาจะวนเวียนแต่เรื่องการกิน การนอน และการขับถ่าย ซึ่งเป็นเรื่องลำบากสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องใช้วิธีสังเกตดูปัญหาสุขภาพต่างๆ ที่เกิดจากพฤติกรรมเหล่านี้ว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือไม่

การจะบอกว่าลูกเป็นท้องผูกหรือไม่ต้องสังเกตจาก 2-3 เรื่องที่สำคัญค่ะ
ประการแรก คือ ถ้าอุจจาระมีลักษณะเหลวๆ เละๆ หรือเนียนๆ คล้ายกับยาสีฟันกรณีนี้ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่ถ้าเมื่อไรก็ตามอุจจาระนั้นมีขนาดใหญ่ บางครั้งเหมือนกับว่ามีก้อนเล็กๆ อยู่ในก้อนใหญ่ๆ หรือที่เราเรียกว่า ขี้แพะ แสดงว่าอุจจาระมีลักษณะแห้ง เพราะน้ำถูกดูดซึมไปหมดส่งผลให้อุจจาระเกาะกันเป็นก้อนใหญ่จึงไม่สามารถผ่านออกมาจากลำไส้ได้อย่างง่ายดาย ทำให้ต้องมีการเบ่งร่วมด้วยอย่างนี้แสดงว่าเด็กท้องผูกค่ะ

ประการที่สอง คือ เรื่องของการเบ่งอุจจาระแห้ง ก้อนใหญ่ ทำให้รูก้นบานและฉีกจนเลือดออก สร้างความเจ็บปวดแก่ลูกเวลาโดนน้ำ เพราะฉะนั้น คุณแม่คงต้องสังเกตดูว่าลักษณะทั้งสองอย่างนี้มาผสมผสานกันอย่างไร

บางครั้งหมอจะเห็นว่า อุจจาระของเด็กมีอยู่ 2 รูปแบบได้ในเวลาเดียวกันก็คือในช่วงต้นของการถ่ายจะเป็นอุจจาระแข็งถ่ายลำบาก แต่หลังจากจุดแรกผ่านไปลำของอุจจาระจะค่อยๆ นุ่มลงและจะตามด้วยอุจจาระที่อ่อนนิ่ม และอาจมีน้ำตามตอนจบ ซึ่งปัญหานี้แก้ไขได้ง่ายกว่าปัญหาอุจจ่าระแข็งตลอดทาง

และประการสุดท้าย คือ ความถี่ของการถ่ายอุจจาระ ซึ่งเด็กบางคนอาจถ่ายได้วันละหลายครั้ง บางคนถ่ายทุกครั้งหลังดื่มนม แต่กรณีนี้ลูกต้องดื่มนมแม่เท่านั้นหากเป็นการถ่ายจากการดื่มนมวัว ส่วนมากจะไม่เกินวันละ 1-2 ครั้ง หรือในบางครั้งอาจน้อยกว่านั้นซ้ำไป
คุณแม่ต้องถอยกลับไปถ้าลูกมีปัญหาการเปลี่ยนแปลงลักษณะอุจจาระรวมทั้งในเรื่องการเบ่งที่สัมพันธ์กันหรือไม่ ถ้าหากลูกมีอาการเบ่งที่ทรมานร่วมกับอุจจาระที่ออกมทาแข็ง แห้ง และก้อนใหญ่ ก็เข้าข่ายว่าเป็นอาการท้องผูกค่ะ

ส่วนการแก้ไขนั้นต้องทำเป็นกรณีไปเด็กที่กินนมผง คุณแม่ต้องยอมรับว่าลูกมีโอกาสท้องผูกได้ หากทำอย่างไรก็ไม่หายคุณแม่อาจต้องเปลี่ยนนมไปเลยค่ะ เพราะเด็กแต่ละคนมีระบบการขับถ่ายที่เหมาะกับนมบางชนิดเท่านั้น

ส่วนเรื่องปริมาณนมที่ดื่ม คุณแม่ต้องระวังว่าน้ำนมที่ลูกได้จากนมผงนั้น จะไม่สามารถควบคุมได้เหมือนกับนมแม่ ฉะนั้นเด็กวัยนี้ไม่ควรจะให้นมเกินวันละ 1 ลิตร หากเกินก็ค่อยๆ ลดปริมาณลงให้เหมาะสมหากลูกยังไม่อิ่มอาจเพิ่มอาหารเสริมบ้างนิดหน่อยเพื่อให้เกิดความหิวน้อยลง

ถึงแม้เราจะแนะนำว่าให้นมตลอด 6 เดือนแรก แต่ที่แนะนำเป็นการให้นมแม่เพียงอย่างเดียว กรณีที่ใช้นมผสมเราอาจต้องเริ่มอาหารเสริมเร็วหน่อย เพราะถ้าเด็กได้นมผสมแล้วต้องเพิ่มปริมาณมากขึ้นคุณแม่จะได้ลูกที่อ้วนมากในช่วงขวบแรก

มาถึงเรื่องการเบ่งอุจจาระแล้วร้องไห้คุณแม่ต้องคอยเป็นผู้ช่วยลูกค่ะถ้าอึแข็งก้อนใหญ่ อาจใช้วาสลีนทารอบๆ ก้นเด็กช่วยให้เกิดความนุ่มลิวบริเวณนั้นทนต่ออุจจาระที่ออกมาได้ นอกจากนี้ คุณแม่ต้องช่วยลูกยกขาขึ้นทั้ง 2 ข้าง เหมือนการนั่งยองๆ ช่วยลูกเบ่งนิดหน่อย ก็จะช่วยให้ความรู้สึกทรมานหายไป ที่สำคัญ คุณแม่จะต้องคอยสังเกตก้นหรือไม่ จะได้ดูแลตามความเหมาะสมต่อไปค่ะ

หมอดูภาพรวมที่คุณได้เล่ามา อุจจาระของน้องมีลักษณะปกติ มีสีเหลืองปนเขียวมีปริมาณ ซึ่งไม่ใช่ลักษณะของท้องผูกแต่ร้องไห้จาการเบ่ง เนื่องจากยังปรับตัวให้เข้ากับการปวดท้องถ่ายอุจจาระไม่ได้

เพราะฉะนั้นคุณแม่ต้องแยกประเด็น คือร้องไห้เพราะท้องผูกซึ่งจะต้องดูแลเป็นขั้นๆ แต่ถ้าลูกไม่มีลักษณะของท้องผูกแต่ร้องไห้ทุกครั้งที่ถ่าย แสดงว่ายังไม่คุ้นกับการถ่ายอุจจาระ ซึ่งเมื่อเด็กอายุมากขึ้นก็จะปรับตัวได้

คุณแม่ควรใช้วิธีปรับพฤติกรรมง่ายๆ คือ เวลาที่ลูกถ่ายก็ควรจะเข้าไปอยู่ใกล้ๆ เอามือจับท้อง จับขาลูก ช่วยให้ผ่อนคลายและรู้สึกว่าการถ่ายอุจจาระนั้นไม่ทรมานเพราะมีแม่อยู่ใกล้ๆ ในที่สุดลูกก็จะปรับตัวกับการถ่ายอุจจาระได้ค่ะ


(update 3 มกราคม 2008)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 25 ฉบับที่ 298 พฤศจิกายน 2550 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600