เลี้ยงลูกอย่างไรให้เป็นคนดี


สำหรับพ่อแม่หลายๆ คน ไม่มีอะไรจะสำคัญไปกว่าการสอนลูกให้รู้จักถูกรู้จักผิด แต่เมื่อไหร่ล่ะคือจุดเริ่มต้นของความรู้สึกผิดชอบ

คุณเมล์ยิ้มขณะที่ยังเล่าถึงตอนที่น้องปาล์มลูกชายวัย 3 ขวบเอาศรีษะไปชนลิ้นชักแรงจนเกือบได้เลือด ไม่ใช่เธอจะเห็นว่าการที่ลูกน้อยเจ็บตัวเป็นเรื่องน่าขบขัน แต่ก็มีเรื่องฟ้าหลังฝนอยู่ว่า ขณะที่น้องปาล์มร้องไห้อยู่นั้นน้องอาร์มน้องชายวัย 2 ขวบของเขาก็เข้ามาปลอบประโลมอย่างซื่อๆ ด้วยการยื่นน้ำให้ปาล์มพร้อมกับหนังสือบาร์นี่เล่มโปรดของเขา พลางถามว่า “บาร์นี่มั้ยปาล์ม” คุณเมล์ชอบความแสดงความเห็นใจแบบมีไหวพริบของอาร์ม “ฉันรู้สึกตื่นเต้นที่มนุษย์ตัวเล็กๆ สามารถสื่อความคิดที่ยิ่งใหญ่อย่างนี้ออกมาได้” เธอกล่าว “เขาก้าวขึ้นมาพร้อมกับการหยิบยื่นความชื่นใจและความบันเทิงให้ปาล์มเพื่อที่จะดึงความสนใจของปาล์มออกจากความรู้สึกเจ็บปวด”

พ่อแม่ทุกคนมีเป้าหมายสำหรับลูกทั้งนั้น ไม่ว่าจะมุ่งไปที่การจบระดับมัธยมศึกษาหรือการได้รางวัลโนเบล แต่สำหรับพ่อแม่อีกหลายๆ คน ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการเลี้ยงลูกให้เป็น “คนดี” ที่สามารถแยกแยะความถูกความผิดมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น และเหมือนกับอาร์มคือ ยึด “กฎทอง” ในการดำเนินชีวิต แม้ว่าเขายังไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร กระนั้นก็ดี จริยธรรม เป็นลักษณะนิสัยซึ่งยากที่จะเข้าใจและเป็นนามธรรมอย่างมากผู้ปกครองส่วนใหญ่จะรู้ก็ต่อเมื่อได้เห็นแต่จะทำอย่างไรที่จะปลูกฝังลักษณะเช่นนี้ให้กับลูกน้อย ตัวผู้ปกครองเองจะต้องเป็นตัวอย่างที่ดี

เดวิด เอลไคน์ นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยทัฟท์กล่าว “วิธีที่จะเลี้ยงดูเด็กให้มีจริยธรรมนั้น ถ้าคุณเป็นคนตรงไปตรงมาและมีจิตใจดี มีเมตตา เด็กๆ ก็จะเรียนรู้สิ่งเหล่านั้นเอง”

มนุษย์เราโดยส่วนลึกมีแนวโน้มที่จะมีพฤติกรรมที่เห็นอกเห็นใจผู้อื่น แม้แต่เด็กยังรู้สึกตามเด็กอื่นได้ดู้อย่างการร้องไห้ตามๆ กันของทารกแรกเกิดตามห้องเด็กอ่อนในโรงพยาบาลก็ได้ นอกจากนั้นไม่ใช่ว่าลูกของฆาตกรหรือผู้ที่โกงภาษีจะเดินตามรอยเท้าพ่อแม่ “สิ่งที่น่าแปลกใจก็คือ มีเด็กหลายคนที่เติบโตขึ้นมาในบ้านที่ไม่มีจริยธรรมและกลายเป็นคนที่มีจริยธรรมในที่สุด” อัลวิน โรเซนเฟลต์ นักจิตวิทยาชาวนิวยอร์คกล่าว

พ่อแม่ส่วนใหญ่ต่างก็ครุ่นคิดหาวิธีที่จะปลูกฝังค่านิยมด้านจริยธรรมให้กับลูกๆ แต่ในโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว ที่ซึ่งหาตัวอย่างดีๆ ได้ยากและพฤติกรรมรุนแรงในเด็กกำลังกลายเป็นเรื่องปกติ การเลี้ยงดูเด็กให้มีจริยธรรมได้กลายเป็นประเด็นเร่งด่วนอาชญากรเด็กมีอายุน้อยลงเรื่อยๆ ในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย เด็กหญิงอายุ 6 ปีกับเพื่อนวัย 5 ปี ร่วมกันฆาตกรรม น้องชายวัย 3 ขวบด้วยการใช้หมอนอุดจมูกให้ขาดลมหายใจ อาชญากรรมที่น่าสยดสยองเช่นนี้ปลุกสำนึกความกลัวอันน่ามืดมิดในจิตใจของพ่อแม่หลายๆ คน พร้อมคำถามว่า นี่ลูกของเราสามารถที่จะทำสิ่งที่น่ากลัวเช่นนี้ได้หรือไม่แล้วทำอย่างไร เราจึงจะแน่ใจได้ว่า ลูกของเราจะไม่มีวันทำอย่างนี้

คำตอบก็คือ ไม่มีใครรับประกันได้ แต่พ่อแม่ผู้ปกครองกำลังมีความตื่นตัวว่าแม้กระทั่งเด็กเล็กๆ ก็สามารถเข้าใจและแสดงออกถึงพฤติกรรมที่มีจริยธรรมได้ แม้ว่าวัยที่จะสามารถ “แยกแยะผิดชอบ” จะยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ ตามศาสนจักรโรมันคาธอลิก เด็กจะเติบโตถึง “วัยของเหตุผล” ก็เมื่อมีอายุ 7 ปี ทางกฎหมาย ในแต่ละรัฐมีเกณฑ์ตัดสินว่าอายุที่เด็กจะต้องรับผิดชอบ ต่อการกระทำของตนเองอยู่ระหว่าง 7 ถึง 15 ปี ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเด็กที่ยังลังเลที่จะให้ตัวเลขอายุที่ควรจะมีความรับผิดชอบ แต่พวกเขาเห็นด้วยว่าการที่เด็กจะรับผิดชอบในการกระทำด้านจริยธรรมนั้น เด็กจะต้องมีความตระหนักรู้ทั้งในด้านอารมณ์และความคิด พูดง่ายๆ คือ จะต้องรู้ในสมอง และรู้สึกในหัวใจว่าการกระทำของเขานั้นผิดการมีจริยธรรมเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน

ในงานวิจัยล่าสุดพบว่ารากฐานของจริยธรรมปรากฏขึ้นครั้งแรกในเดือนต้นๆ ของชีวิตของทารก “เริ่มตั้งแต่วันที่เขาเกิดและจะไม่พัฒนาจนสมบูรณ์จนกว่าวันที่เขาตาย” อลิซาเบ็ธ เบอร์เกอร์ จิตแพทย์เด็ก ผู้เขียนหนังสือเรื่อง “Raising Children with Character” กล่าว

ไม่สายไปถ้าจะเริ่มตั้งแต่แรก อย่างน้อยพ่อแม่ที่ตอบสนองการร้องของทารกได้วางรากฐานสำคัญของจริยธรรมไว้แล้ว “คุณกำลังพยายามทำความเข้าใจกับความรู้สึกของลูกน้อย” บาร์บาร่า โฮวาร์ด ผู้เชีร่ยวชายในเรื่องของการพัฒนาพฤติกรรมเด็กแห่งคณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยจอห์น ฮ็อบกิ้นส์กล่าว “จากนั้น เด็กก็จะพยายามที่จะเข้าใจว่าคนอื่นๆ รู้สึกอย่างไร แน่นอน การเอาใจเขามาใส่ใจเราเป็นอารมณ์ทางด้านจริยธรรมแรกๆ ที่เริ่มพัฒนาแม่กระทั่งก่อนอายุ 2 ปี เด็กๆ ก็พยายามที่จะปลอบประโลมเพื่อนหรือพ่อแม่ที่กำลังอารมณ์เสีย แม้ว่าจะเป็นไปในทางที่ค่อนข้างจะเอาตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางก็ตาม” มาร์วิน เบอร์โควิทซ์ ศาสตราจารย์ด้านการศึกษาลักษณะนิสัยแห่งมหาวิทยาลัยมิสซูรี่ มลรัฐเซ็นต์หลุยกล่าว “ฉันอาจจะให้ตุ๊กตาหมีของฉัน แม้ว่าตุ๊กตาหมีของเธอก็อยู่ตรงนั้น” อย่างที่น้องอาร์มทำ นั่นคือ เอาหนังสือเล่มโปรดของตัวเองมาให้พี่ชาย

จริยธรรมไม่เพียงแต่ประกอบไปด้วยความเอาใจใส่ดูแลคนอื่น แต่ต้องปฏิบัติตามกฎความประพฤติพื้นฐาน เป็นต้นว่า การทำร้ายเด็กคนอื่นเป็นพฤติกรรมต้องห้ามในทุกสถานการณ์ แต่วิธีที่คุณจะรับมือก็ขึ้นอยู่กับอายุของลูกน้อย ถ้าเด็กอายุ 1 ขวบ ตีหรือกัด “คุณก็เพียงแต่บอกว่า “ไม่ได้” อย่างหนักแน่น และนำลูกออกไปจากสถานการณ์นั้น”

เครก รามี่ ผู้เขียนหนังสือเรื่อง “Right from Birth” กล่าวว่า “แต่ถ้าลูกเริ่มมีทักษะทางด้านภาษาเพิ่มขึ้น ผู้ปกครองก็สามารถที่จะให้รายละเอียดเพิ่มขึ้นได้ คุณสามารถบอกเพิ่มจะให้รายละเอียดเพิ่มเติมได้ว่า เราไม่ตีกันในครอบครัวนี้”

เดวิด เฟสเลอร์ ประธานคณะกรรมการเด็กวัยรุ่นและครอบครัวแห่งสมาคมกุมารแพทย์แห่งอเมริกาอธิบาย “คุณสามารถบอกได้ว่า ทุกคนอาจจะรู้สึกอยากตีหรือกัดในบางครั้ง หน้าที่ของพ่อแม่คือช่วยลูกคิดว่าจะทำอย่างไรดีเวลาเกิดความรู้สึกเหล่านั้นขึ้นมาแล้วเสนอวิธีอื่น เช่น ตีหมอน วาดรูปเพื่อระบายอารมณ์หรือนอนนิ่งๆ บนเตียง”

เด็กๆ จะมีจริยธรรมเพิ่มขึ้นตามเวลา เช่นเดียวกับที่ ลอว์เรนซ์ โคเบิร์ก แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาดกล่าว เด็กๆ จะผ่านการพัฒนาทางจริยธรรมตามลำดับขั้นอย่างต่อเนื่อง ระหว่างอายุ 1 ถึง 2 ปี เด็กเข้าใจว่ามีกฎเกณฑ์ แต่จะทำตามก็ต่อเมื่อมีผู้ใหญ่จับตาดูอยู่

บาร์บาร่า โฮวาร์ด กล่าวว่า หลังจาก 2 ปี พวกเขาเริ่มทำตามกฎอย่างไม่สม่ำเสมอแม้ว่าผู้ใหญ่จะไม่อยู่ก็ตาม เช่นเดียวกับผู้ใหญ่ที่ขับรถเร็วกว่า 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงบนทางด่วน ทุกคนทราบ คนเราจะมี “จริยธรรมตามสถานการณ์” ต่อเนื่องในชีวิต

โฮวาร์ด กล่าวต่อว่า “คนเราไม่มีใครสมบูรณ์แบบ แม้ว่าเขาจะรู้ว่าสิ่งที่ควรทำคืออะไร” แม้ว่าเด็กทุกคนจะเกิดมาพร้อมกับความสามารถที่จะประพฤติอย่างมีจริยธรรมแต่ความสามารถนั้นก็หายไปได้ เด็กที่ถูกทำร้ายหรือทอดทิ้งมักจะไม่มีความรู้สึกไว้วางใจและไม่รู้สึกว่ามีส่วนร่วม ซึ่งจะมีความรู้สึกนี้จะส่งผลกับพฤติกรรมของเขาเมื่อโตขึ้น “พวกเขาอาจจะใจดำเพราะไม่มีใครแสดงความเอาใจใส่เขามากพอที่จะปลูกฝังสิ่งเหล่านี้ในระบบของเขา”

รามี่กลับโตแย้งว่า “เราชินกับโลกในแบบที่เราได้เคยสัมผัส” ไม่ว่าจะเป็นความเย็นชาและหมางเมิน หรือเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความรักตามความเห็นของวิลเลี่ยม เดมอน นักจิตวิทยาพัฒนาการแห่งแสตมฟอร์ด ที่ว่า จริยธรรมจะถูกกำหนดได้ด้วย “จำกัดความสัมพันธ์” คือ การจำกัดการติดต่อระหว่างเด็กกับโลก โดยจำกัดอยู่เพียงแค่คนที่เหมือนกับพวกเขา แทนที่จะเป็นการ “เชื่อมสัมพันธ์” หรือเปิดโอกาสให้เขาสัมผัสกับผู้คนที่มีภูมิหลังแตกต่างกัน “คุณสามารถเอาใจเขามาใส่ใจเรากับทุกคนที่เหมือนคุณและเรียนรู้ที่จะแยกทุกคนที่ไม่เหมือนออกไป” เดมอนกล่าว อาชญากรเด็กอาจจะอ่อนโยนกับน้องสาว แต่ทุบตีหญิงชราเด็กอาจจะอ่อนโยนกับน้องสาว แต่ทุบตีหญิงชราที่มีผิวต่างกัน “การเชื่อมสัมพันธ์จะช่วยให้เด็กมีจริยธรรมมากขึ้นได้” เดมอนกล่าว

ไม่ว่าคุณจะพยายามขนาดไหนก็ตามคุณไม่สามารถบังคับให้ลูกมีจริยธรรมได้ แต่มีบางอย่างที่คุณสามารถทำเพื่อช่วยส่งให้เขาเดินไปในทิศทางที่ถูกต้องได้

ตัดสินใจว่าค่านิยมอะไรเป็นค่านิยมที่สำคัญสำหรับคุณ เช่น ความซื่อสัตย์ ความขยัน หลังจากนั้น ทำอย่างที่คุณต้องการให้ลูกของคุณทำ “ถ้าคุณเป็นอาสาสมัครในชุมชนของคุณ และพาลูกของคุณไปด้วย เขาจะทำอย่างนั้นเหมือนกัน” โจเซฟ เฮเกน ประธานคณะกรรมการเกี่ยวกับจิตวิทยาและสังคมของเด็กและครอบครัว แห่งสมาคมกุมารแพทย์แห่งอเมริกา “ถ้าคุณทำของตกใส่เท้าแล้วสิ่งที่คุณพูดออกมามีแต่คำสบถ ก็เดาได้เลยว่าลูกลูกของคุณจะพูดว่าอะไรเวลามีของตกใส่เท้าเขา”

ชมเชยลูกของคุณเรื่อยๆ “คุณจะต้องทำเป็นเฉยๆ กับพฤติกรรมที่คุณไม่ต้องการและชมพฤติกรรมที่คุณต้องการให้เขาทำ” โครี่ สกิตมอร์ นักจิตวิทยาแห่งโรงพยาบาลเด็กในชิคาโกกล่าว แทนที่จะวิจารณ์ลูกวัยเตาะแตะเกี่ยวกับห้องที่รกไปหมดของเขา ให้ชมมุมที่เขาเก็บของเป็นที่เป็นทาง แกรี่ การ์ดเนอร์ กุมารแพทย์แห่งโรงพยาบาลแกเรี่ยน III แนะนำ ใช้คำว่า “ไม่” อย่างมีวิจารณ์ญาณ ไม่เช่นนั้นเด็กจะเริ่มรู้สึกว่า “ฉันทำผิดอยู่เรื่อยเลย” เฟสเลอร์แห่งสมาคมกุมารแพทย์กล่าว “ถ้าคุณต้องการให้ลูกของคุณเรียนรู้การแบ่งปัน ก็ชมเขาเวลาที่เขาแบ่งของให้คนอื่น ไม่ใช่เอาแต่ดุเวลาที่เขาลังเลที่จะแบ่งปัน”

ฉวยโอกาสในช่วงเวลาที่เหมาะกับการสอน เมื่อลูกๆ ของคุณแหม่ม อายุ 3 และ 4 ปี พบเงิน 100 บาทหน้าร้านแห่งหนึ่งคุณแหม่มคุยให้ลูกๆ ฟังถึงค่าของเงิน และในที่สุด ลูกๆ ก็ยอมเอาเขาไปคืนให้กับพนักงานในร้าน เผื่อว่ามีใครกลับมาตาม หาเงินที่หายไปพวกเขาตกลงกันว่า ควรใช้หากของชิ้นนั้นมีมูลค่ามากกว่า 25 สตางค์ เพราะคุณคงไม่กลับไปแล้วบอกว่า “ฉันเจอเหรียญ 25 สตางค์” พ่อแม่สามารถเล่านิทานอย่างเช่นเรื่อง “เด็กเลี้ยงแกะ” หรือเรื่องธรรมะสอนใจ คำสอนต่างๆ เพื่อช่วยให้เข้าใจประเด็นชัดเจนขึ้น

ดูสิ่งที่ลูกของคุณดู โทรทัศน์และเกมคอมพิวเตอร์มักจะทำให้พฤติกรรมที่ไม่มีจริยธรรมดูเป็นสิ่งน่าชื่นชม “ถ้าเด็กไม่ได้รับการดูแลใกล้ชิดในขณะที่ดูความรุนแรงหรือเรื่องเพศทางทีวี พวกเขาก็จะมีความเห็นที่ผิดๆ ในการปฏิบัติต่อผู้อื่น” คาเน โบลิน ผู้อำนวยการศูนย์จริยธรรมและลักษระนิสัยขั้นสูงแห่งมหาวิทยาลัยบอสตันกล่าว “โดยธรรมชาติเด็กทำอะไรตามความต้องการและต้องการคำแนะนำเพื่อที่จะสร้างนิสัยที่ดี ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็จากผู้ดูแลที่มีความรัก และคอยอยู่เคียงข้างเพื่อสอนให้เล่นอย่างสุภาพ ปลอดภัย ยุติธรรมมีการผลัดกันเล่น สอนให้เก็บของเป็นที่เป็นทางและพูดจาอย่างมีความเคารพ”

คุยถึงเรื่องของผลของการกระทำ กล่าวว่า “ดูสิว่า แพมเศร้าขนาดไหนที่หนูทำตุ๊กตาของเธอหัก” เบอร์โควิทซ์ กล่าว การที่อนุญาตให้เด็กสามารถเลือกได้แม้กระทั่งในเรื่องเล็กๆ เช่น จะทานอะไรเป็นอาหารกลางวัน จะช่วยให้พวกเขาสามารถเลือกการกระทำที่มีจริยธรรมในอนาคต “ถ้าเขาไม่สามารถตัดสินใจเรื่องเนยถั่วกับแยมได้ตอนอายุ 2 ขวบ เขาจะไปตัดสินใจว่าจะดื่มแอลกอฮอร์ตอนอายุ 16 ได้อย่างไร” แนนซี่ ดิ๊กกี้ บรรณาธิการของเมเด็ม ศูนย์ข้อมูลผู้ป่วยออนไลน์

ช่วยให้เขามองต่างมุม โดยอธิบายมุมมองของผู้อื่น ถ้าเขาแกล้งชนน้องคนใหม่ลองสะท้อนมุมมองของน้องเล็กให้เขาเห็น “ท่าทางเจ็บน่าดูเลย ลูกจะรู้สึกยังไงจ๊ะถ้ามีใครทำอย่างนั้นกับลูก” โฮวาร์ด กล่าว ส่วนการ์เนอร์สนับสนุนให้พ่อแม่ของลูกที่พบตุ๊กตาหมีตกอยู่ถามลูกว่า พวกเขาจะรู้สึกอย่างไรถ้าเขาทำตุ๊กตาตัวโปรดของเขาหายและจะดีใจแค่ไหนถ้ามีคนเอากลับมาคืน “การฟังจากการเทศน์ในวัดเป็นเรื่องหนึ่งและอีกเรื่องหนึ่งคือ กฎของการกระทำต่อผู้อื่นในชีวิตจริง”

ท้ายที่สุด บททดสอบที่แท้จริงว่าพ่อแม่ได้เลี้ยงดูลูกให้มีจริยธรรมหรือไม่นั้นคือพฤติกรรมของลูกเมื่ออยู่ลับหลังพ่อแม่ด้วยความรักที่เต็มเปี่ยมและโชคดี ลูกของคุณจะเติบโตขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกเป็นสุขและพอใจกับสิ่งที่มีอยุ่ และต้องการที่จะช่วยเหลือคนที่ไม่มีโชคดีเหมือนเขาและนั่นแหละคือสิ่งที่น่าภาคภูมิใจเป็นที่สุด


(update 15 กันยายน 2007)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.166 May 2007]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600