ไม่ธรรมดาเพราะว่า… พิเศษ


คำว่าพิเศษเมื่อเข้าไปอยู่ท้ายคำใดก็มักจะให้ความหมายในแบบที่คนฟังจะรู้สึกว่าไม่ธรรมดาและแตกต่างรวมถึงว่าจะต้องมีรายละเอียดที่ลึก หรือว่ามากมายกว่าสิ่งอื่นใดที่ธรรมดา ที่กำลังจะพูดถึงใน Kid's Issue ฉบับนี้ไม่เกี่ยวข้องกับก๋วยเตี๋ยวหรือของกินแต่อย่างใดนะคะ ที่กำลังจะนำเสนอนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเด็กๆ น้องๆ ที่ไม่ธรรมดา ทั้งในกลุ่มที่มีความสามารถพิเศษ และกลุ่มที่มีความต้องการพิเศษ และเด็กที่ผิดปกติทางสติปัญญา ทำไมเด็กสามกลุ่มนี้จึงต้องการการดูแลที่พิเศษกว่าเด็กทั่วไป ไปค้นหาคำตอบนั้นพร้อมๆ กันค่ะ


เด็กที่มีความต้องการพิเศษ

ดร.กุลยา ก่อสุวรรณประธานโครงการจัดตั้งสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้มีความสามารถพิเศษและเด็กที่มีความต้องการพิเศษแห่งชาติ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ อธิบายเกี่ยวกับเด็กที่มีความต้องการพิเศษว่า “เด็กที่มีความต้องการพิเศษนั้น มีหลายประเภทเช่น เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา เด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้หรือที่เรียกว่าง่ายๆ ว่าเด็กแอลดีแอล เด็กออทิสติก เด็กสมาธิสั้น เด็กที่มีความบกพร่องทางการมองเห็นและการได้ยิน เป็นต้น เด็กที่มีความต้องการพิเศษบางประเภทโดยเฉพาะเด็กแอลดีแอล เด็กออทิสติกและเด็กสมาธิสั้นปัจจุบันนี้มีอัตราการเกิดเพิ่มขึ้นอย่างมากทั้งในบ้านเราและในต่างประเทศทั่วโลก”

สาเหตุของการเกิดเด็กที่มีความต้องการพิเศษ

สำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษแต่ละประเภทนั้นมีสาเหตุของการเกิดที่แตกต่างกันออกไป แต่มีสาเหตุหลักๆ อยู่สองอย่างคือ สาเหตุทางพันธุกรรมและสาเหตุทางสิ่งแวดล้อมสำหรับสิ่งแวดล้อมนั้นสามารถเกิดได้ในระยะต่างๆ เช่น ในระยะตั้งครรภ์ ระยะขณะคลอด และระยะหลังคลอด ตัวอย่างของความผิดปกติได้แก่ การติดเชื้อจากมารดาที่เป็นหัดเยอรมัน การได้รับสารพิษจากการที่มีมารดาดื่มสุราเป็นประจำ ภาวะที่สมองเด็กขาดออกซิเจนฯ

การให้บริการของโครงการฯ

โครงการจัดตั้งสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้มีความสามารถพิเศษและเด็กที่มีความต้องการพิเศษแห่งชาติ จะได้รับบริการช่วยเหลืออย่างถูกต้องเหมาะสม โดยเน้นที่การทำงานร่วมกับผู้ปกครองเพราะผู้ปกครองคือส่วนที่สำคัญในการพัฒนาเด็ก เด็กที่มีความต้องการพิเศษนั้นไม่ใช่โรค จึงไม่มีการรักษาใดๆ ที่ทำให้หายขาด แต่การช่วยเหลือให้ถูกวิธีจะทำให้เด็กเหล่านี้อยู่ร่วงกับสังคมได้อย่างมีความสุข

ระหว่างความสามารถพิเศษและความต้องการพิเศษต่างกันอย่างไร ?

ดร.กุลยา อธิบายเพิ่มเติมถึงความแตกต่างระหว่างเด็กที่มีความสามารถพิเศษและเด็กที่มีความต้องการพิเศษว่า “ความจริงแล้วเด็กทั้งสองกลุ่มเป็นเด็กที่มีความต้องการพิเศษแตกต่างไปจากเด็กปกติเหมือนกัน เพียงแต่เด็กแตกต่างไปคนละด้านสำหรับเด็ก Gifted หรือเด็กที่มีความสามารถพิเศษนั้น บางคนอาจมีความสามารถสูงกว่าเด็กปกติในบางด้าน เช่น มีความสามารถทางด้านคณิตศาสตร์สูง ด้านดนตรี หรือด้านกีฬา แต่เด็กที่มีความต้องการพิเศษนั้นบางคนก็อาจต้องการมีความพิเศษด้วย เช่นเด็กที่เก่งคณิตศาสตร์แต่มีลักษณะคล้ายเด็กออทิสติก หรือเด็กที่มีปัญหาด้านการเรียนรู้อาจจะมีความสามารถด้านกีฬาก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นบางครั้งเด็กที่มีความสามารถพิเศษ และเด็กที่มีความต้องการพิเศษอาจมีความคาบเกี่ยวกันได้”

เด็กมีความสามารถพิเศษ หรือ Gifted Child

เด็กมีความสามารถพิเศษ หรือ เรียกทับศัพท์ “กิ๊ฟเต็ด” (Gifted) คือเด็กที่มีความสามารถเป็นเลิศทางด้านใดด้านหนึ่ง เป็นเด็กที่รู้จักสร้างสรรค์ทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งได้ดีเกินวัย ซึ่งเด็กกลุ่มนี้จะต้องได้รับการเรียนการสอนทมี่แตกต่างจากเด็กธรรมดาทั่วไป

ผศ.ดร.อุษณีย์ อนุรุทธ์วงศ์ รองประธานโครงการจัดตั้งสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้มีความสามารถพิเศษและเด็กที่มีความต้องการพิเศษแห่งชาติ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรจน์

กล่าวว่า “เด็ก Gifted นั้นเป็นปรากฏการณ์ทางปัญญากับคนที่มีศักยภาพเรื่องนั้นตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอก เด็กบางคนที่อยู่บ้านเฉยๆ ไม่ได้ถูกกระตุ้นนั้นก็คงไม่อาจที่จะเป็นเด็กที่มีความสามารถพิเศษได้ และเด็กที่มีความสามารถพิเศษนั้นหายไป เพราะไม่ได้รับการกระตุ้น เด็กกลุ่มนี้จะมองทางลักษณะอาการไม่ได้ เพราะไม่ใช่อาการหรือสภาพร่างกายแต่จะเป็นปรากฏการณ์ที่มีในบางเรื่องที่มากกว่าบางคนและมากกว่าคนอื่น แต่การที่มีมากกว่าคนอื่นนั้นไม่ได้หมายความว่าคนนั้นจะแสดงออกได้มากกว่าคนอื่นถ้าไม่ได้รับการกระตุ้น พ่อแม่คือสถาบันที่สำคัญที่สุดที่จะดูแลลูก มีงานวิจัยที่ชี้ชัดว่าเด็กที่มีศักยภาพแล้วที่กลายเป็นเด็ก Gifted นั้นเป็นเพราะพ่อแม่หรือคนใกล้ชิดช่วยพัฒนา ดังนั้นพ่อแม่สังเกตว่าลูกทำอะไรได้ดีกว่าคนอื่น หรือโดดเด่นในด้านใดควรให้รีบส่งเสริมทันที”

ปัจจัยที่ทำให้เกิด Gifted Child

ปัจจัยหลักสำคัญที่ทำให้เกิดเด็กกลุ่มที่มีความสามารถพิเศษนั้นมีอยู่ 2 อย่างด้วยกัน คือ
  • พันธุกรรม คือเด็กได้รับความฉลาดหรือความเป็นเลิศทางสติปัญญาถ่ายทอดมาจากพ่อแม่หรือบรรพบุรุษ

  • การกระตุ้นสมอง เด็กกลุ่มนี้นอกจากพันธุกรรมแล้วยังสามารถสร้างได้ด้วยการกระตุ้นสมองให้เกิดการเรียนรู้เยอะๆ ให้เซลล์สมองแตกตัวเยอะๆ ซึ่งเป็นกระบวนการฝึกฝน

แล้ว…คนไหนคือ Gifted Child ตัวจริง

อาจารย์พริ้มพราย สุพโปฎก ประธานอำนวยการโรงเรียนไผทอุดมศึกษา โรงเรียนที่มีศูนย์พัฒนาอัจฉริยภาพอธิบายว่า “ความสามารถในการเรียนได้เกรด 4 ทุกวิชาไม่ใช่เครื่องยืนยันว่าจะเป็น Gifted Child เด็กประเภทนี้อาจจะเก่งวิชาหนึ่ง แต่ไม่ได้เก่งอีกวิชาหนึ่ง การคัดสรรหรือการที่จะรู้ว่าเด็กคนหนึ่งเป็น Gifted Child หรือไม่ จะต้องมีความหลากหลายของเครื่องมือที่จะทดสอบ ไม่ได้วัดจากผลการเรียนอย่างเดียว จะวัดจากเครื่องมือรวมทั้งมีแบบสำรวจให้ผู้ปกครองเช็คว่าชอบอะไร เขาเก่งด้านไหน แล้วจะนำมาวิเคราะห์ รวมกับผลสอบจากการเรียนและผลทดสอบของเรา พอดูจากผลทุกอย่างโดยรวมแล้วสอบแล้วก็จะรู้ แต่เด็กที่สอบได้คะแนนสูงสุด บางครั้งก็ไม่สามารถสรุปได้ว่าจะใช่ตัวจริงหรือเปล่า บางทีอาจจะมาจากพ่อแม่ที่บังคับให้เรียนพิเศษ ให้ลูกท่องมาเพื่อสอบให้ได้เต็ม”

พฤติกรรมของเด็ก Gifted

“เป็นเด็กกลุ่มที่มีความมั่นใจสูง และอยากแสดงออก ซึ่งจะต้องมีการเปิดโอกาสให้พวกเขาแสดงออกด้วย แต่เราเองก็จะพยายามให้เขาไม่ไปข่มเพื่อนคนอื่นว่าตัวเองเก่งกว่า เขาจะอารมณ์ร้อนด้วยในเด็กกลุ่มนี้ บางทีอาจจะมีอารมณ์ก้าวร้าวเนื่องจากต้องเรียนในสิ่งที่รู้หมดแล้ว บางครั้งอาจจะทำให้เพื่อนไม่เข้าใจ เพราะฉะนั้นในเด็กกลุ่มนี้จึงจะต้องมีการแยกเรียนต่างหากอีกพฤติกรรมที่เห็นได้ง่ายๆ เลยคือ ถ้าเรามีหนังสืออยู่เล่นหนึ่งแล้วเอามาให้เด็กกลุ่มนี้อ่าน เขาอาจจบก็จะวิเคราะห์และบอกได้ทันทีเลยว่าหนังสือเล่มนี้ดีอย่างไรไม่ดีอย่างไร จะสามารถสรุปออกมาได้เลย”


เด็กผิดปกติทางสติปัญญา

ความผิดปกติทางสติปัญญาของเด็กๆ หรือที่เรียกกันทั่วๆ ไปว่า ภาวะปัญญาอ่อนนั้น แม้ทุกวันนี้จะยังไม่มีวิธีการรักษาให้หายขาดได้ แต่ยังน่าดีใจค่ะที่ว่า ปัจจุบันนี้เราก็มีการตรวจที่พัฒนาและทันสมัยสามารถที่ทำให้ทราบได้ว่าเด็กที่ผิดปกติทางสติปัญญานั้น เกิดมาจากสาเหตุอะไร…. ทั้งนี้เพื่อเป็นแนวทางให้พ่อแม่ได้ดูแลลูกที่ผิดปกติได้อย่างถูกวิธี รวมทั้งวางแผนการมีลูกคนต่อไปได้อย่างเหมาะสม Kid's Issue จึงขอพาทุกท่านมารู้จักกับเทคโนโลยีใหม่ ในการตรวจหาสาเหตุความผิดปกติทางสติปัญญาของเด็กๆ โดยเฉพาะที่มีผลมาจากความผิดปกติทางพันธุกรรม

สาเหตุของความผิดปกติทางสติปัญญา

นายแพทย์วีระยุทธ ประพันธ์พจน์ หัวหน้าศูนย์วิจัยพันธุศาสตร์การแพทย์ สถาบันราชานุกูล เล่าถึงวิธีการตรวจด้วยชุดตรวจ Subtelomeric FISH และสาเหตุความผิดปกติทางสติปัญญาของเด็กนั้นมีสาเหตุมาจากสองปัจจัย คือ
  • สิ่งแวดล้อม เกิดจากปัญหาในระหว่างที่คุณแม่ตั้งครรภ์ เช่น ติดเชื้อโรคบางชนิดเช่นหัดเยอรมัน หรือสัมผัสกับสารพิษบางชนิด, เกิดปัญหาในระหว่างทารกคลอด เช่น คลอดยาก หรือคลอดก่อนกำหนด, ไปจนถึงการกระทบกระเทือนที่สมองของลูกที่เกิดขึ้นภายหลังคลอดแล้ว

  • พันธุกรรม เกิดจากความผิดปกติของสารพันธุกรรม ตั้งแต่ความผิดปกติในระดับโครโมโซมไปจนถึงความผิดปกติในระดับยีนตัวอย่างเช่น เด็กกลุ่มอ่าการดาวน์ หรือดาวน์ซินโดรม เนื่องจากมีโครโมโซมคู่ที่ 21 เกินมาตัวหนึ่ง

จะทราบได้อย่างไรว่าลูกมีภาวะปัญญาอ่อน

อาการของภาวะปัญญาอ่อน คือการมีพัฒนาการล่าช้าในทุกด้าน เราอาจแยกเด็กที่มีภาวะปัญญาอ่อนออกเป็นสองกลุ่ม คือเด็กที่คลอดออกมาแล้วมีลักษณะที่บ่งบอกได้ว่ามีลักษณะแตกต่างจากเด็กทั่วไป เช่นลักษณะหน้าตา, ความพิการทางร่างกาย เป็นต้น กับอีกกลุ่มหนึ่งที่คลอดออกมาแล้วจะดูเหมือนเด็กทั่วไป แต่แสดงออกในด้านพัฒนาการล่าช้าเมื่อเด็กโตขึ้น การวินิจฉัยภาวะปัญญาอ่อนทำได้โดยใช้นักจิตวิทยาทดสอบระดับสติปัญญา หรือที่เรียกว่าทดสอบไอคิว ในเด็กกลุ่มแรกมักจะได้รับการวินิจฉัยเร็ว เพราะมีลักษณะที่สามารถสังเกตเห็นได้ชัด ทำให้สามารถได้รับการบำบัดตั้งแต่เนิ่นๆ ในขณะที่เด็กกลุ่มหลังอาจจะถูกละเลยหรือได้รับการบำบัดช้า หากพ่อแม่ไม่ได้สังเกตพัฒนาการของลูก

การตรวจหาสาเหตุของความผิดปกติทางสติปัญญาด้วยชุดตรวจ Subtelomeric FISH

Subtelomeric FISH คือ การตรวจหาความผิดปกติที่บริเวณส่วนปลายโคมโมโซมมนุษย์ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของความผิดปกติทางสติปัญญาหรือภาวะปัญญาอ่อน เป็นอีกขั้นหนึ่งของการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การตรวจวิเคราะห์ความผิดปกติของโครโมโซม ทั้งนี้โดยทั่วไป ในกลุ่มเด็กที่สงสัยว่าจะมีสาเหตุจากความผิดปกติทางพันธุกรรมนั้น วิธีการตรวจในปัจจุบัน สามารถตรวจพบความผิดปกติได้ประมาณ 50% เท่านั้น ด้วยเทคนิคการตรวจ Subtelomeric FISH จะทำให้สามารถค้นพบสาเหตุได้เพิ่มขึ้นอีก 5-10%

เมื่อทราบผลตรวจว่าเด็กมีอาการผิดปกติ

เมื่อทราบผลตรวจแล้วว่าเด็กมีอาการผิดปกติทางสติปัญญาจากพันธุกรรมคุณหมอวีรยุทธบอกว่าสิ่งแรกที่ต้องทำคืออธิบายผลการตรวจนั้นให้แก่พ่อแม่และแพทย์ผู้เกี่ยวข้องรับรู้ เพื่อที่จะสามารถให้การดูแลลูกให้เหมาะสมยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังต้องให้คำปรึกษาทางพันธุกรรมในเรื่องการลักษณะแฝง หรือกลุ่มเสี่ยงในครอบครัวหรือเครือญาติที่จะนำไปสู่ความผิดปกติทางสติปัญญาได้

ขั้นตอนการทำ Subtelomeric FISH

ขั้นตอนการตรวจหาสาเหตุของความผิดปกติทางสติปัญญา ด้านเทคนิค Subtelomeric FISH โดยนายแพทย์วีรยุทธ เป็นผู้พาเรามารู้จักกับขั้นตอนการตรวจที่น่าสนใจ มีดังนี้
1. เจาะเลือดเพื่อนำไปเพาะเลี้ยงโครโมโซม
2. หยดโครโมโซมลงบนสไลด์
3. หยด FISH probe ลงบนสไลด์เตรียมโครโมโซมไว้
4. นำไปตรวจวิเคราะห์การเรืองแสงด้วยกล้องจุลทรรศน์ชนิดพิเศษ

Special Child Center

การดูแลเด็กพิเศษนั้นนอกจากพ่อแม่ที่ต้องการทำความเข้าใจในตัวเด็กให้ดีแล้วการให้ลูกได้เสริมสร้างหรือมีพัฒนาการในด้านที่ไม่ปกตินั้นก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่สามารถช่วยกระตุ้นพัฒนาการของน้องๆ กลุ่มนี้ได้โดยปัจจุบันนี้มีศูนย์ที่สามารถช่วยกระตุ้นพัฒนาของเด็กๆ ได้ ซึ่งเป็นศูนย์ที่มีกิจกรรมและการเรียนต่างๆ ที่ผู้เชี่ยวชาญและเข้าใจในพัฒนาการของเด็กๆ ได้ ซึ่งเป็นศูนย์ที่มีกิจกรรมและการเรียนต่างๆ ที่มีผู้เชี่ยวชาญและเข้าใจพัฒนาการของเด็กๆ มาดูแล ศูนย์แห่งนี้มีชื่อว่า ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการเด็กพิเศษ Special child Center ผศ.สุภาพร ชินชัยอาจารย์ประจำภาควิชากิจกรรมบำบัด คณะเทคนิคการแพทย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาของ Special child Center และยังเป็นผู้ที่ช่วยควบคุมคุณภาพในการกระตุ้นพัฒนาการเด็กว่า การจัดโปรแกรมการกระตุ้นพัฒนาการของ Special child Center นั้นจะจัดทำขึ้นมาเฉพาะเป็นรายบุคคล เพราะเด็กที่มีปัญหาที่ดูแล้วคล้ายกันแต่ตัวรายละเอียดของปัญหาก็อาจแตกต่างกันได้

ในปัจจุบัน คุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครองเป็นจำนวนมากที่เห็นความสำคัญของพัฒนาการ และให้ความสนใจในเรื่องของพัฒนาการหรือพฤติกรรมด้านต่างๆ ของลูก จะพาน้องมาพบเราที่ศูนย์เพื่อให้เราช่วยประเมินว่าน้องจำเป็นต้องได้รับการกระตุ้นพัฒนาการหรือไม่ถ้าเราประเมินแล้วไม่พบปัญหาหรือปัญหานั้นทางคุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยน้องได้เราก็จะให้คำแนะนำในการช่วยเหลือเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยน้องได้เราก็จะให้คำแนะนำในการช่วยเหลือเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่กลับไปกระตุ้นพัฒนาการน้องที่บ้านเอง แต่หากเราประเมินและพบปัญหาด้านพัฒนาการและน้องจำเป็นต้องได้รับการกระตุ้นพัฒนาการโดยนักวิชาชีพ เราก็จะมีตารางเวลาให้ โดยจะเป็นเวลาที่แน่นอน และหมุนเวียนกันมา บางคนอาจจะ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ บางคนอาจมากกว่าหรือน้อยกว่านั้น แล้วแต่ความมากน้อยของปัญหาคุณแม่ผู้ปกครองท่านไหนที่สนใจพาน้องๆ ไปใช้บริการก็ลองแวะไปนะคะ.


(update 4 เมษายน 2007)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.162 January 2007]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600