พื้นฐานชีวิต…ต้องสร้างตามวัย


ไม่อยากให้ลูกถูกตราหน้าว่าเป็นภัยสังคมหรือมีชีวิตเหลวแหลก หาอนาคตไม่เจอ ก็ต้องเลี้ยงลูกให้ถูกวิธี เลี้ยงอย่างไม่ให้โตแต่ตัว แต่ต้องรู้ดีรู้ชั่วควบคู่กันพื้นฐานจิตใจลูกต้องแข็งแกร่งและผู้ที่จะวางเสาเข็มต้นนี้ให้ลูกได้ก็คือพ่อแม่นั่นเอง น.พ. ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ นักจิตวิทยาเด็กและวัยรุ่น ได้ให้ความรู้ที่สำคัญเรื่องจิตวิทยาพัฒนาการเด็กไว้ว่า “พื้นฐานชีวิต…ต้องสร้างตามวัย” ถ้าไม่อยากมาตามแก้ปัญหาลูกพ่อแม่และผู้เลี้ยงดูเด็กและควรเริ่มสร้างพื้นฐานทางจิตใจที่สำคัญให้เหมาะสมตามวัยแก่ลูก


เริ่มจากวัยแรกเกิด- 2 ขวบ

ในทางจิตวิยาพัฒนาการเรียกว่าเป็นพื้นฐานแห่งความเป็นมนุษย์คือการรู้จักสัมพันธ์กับคนอื่นและสร้างความไว้วางใจต่อโลกภายนอก พ่อแม่จะต้องบ่มเพาะความผูกพันและความไว้วางใจกับลูกก่อน ด้วยการตอบสนองต่อความต้องการของลูกทั้งร่างกายและจิตใจอย่างเหมาะสมและทันท่วงที เช่น กินนมแม่ไม่สบายก็ปลอบโยน กอดอุ้มใกล้ชิดให้ความรัก พูดคุย ยิ้มหยอกล้อ เป็นต้น

เมื่อเด็กรู้สึกผูกพันกับแม่ เขาจะมีทัศนคติที่ดีต่อตัวเองและโลกภายนอก รักตัวเองและคนอื่น มีความหวังในชีวิตและมองโลกในแง่ดี แต่เมื่อไรที่เด็กขาดความรักความอบอุ่นและการเลี้ยงดู อย่างเอาใจใส่หรือถูกทอดทิ้ง เช่น เด็กกำพร้า เขาจะเติบโตขึ้นเป็นคนที่ขาดความไว้วางใจต่อโลกภายนอก มองโลกในแง่ร้าย ไม่รู้จักรักตัวเองและคนอื่นไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง ก็มีแนวโน้มจะฆ่าตัวตาย ติดยาเสพติด ฯลฯ


วัยเรียน 6-12 ขวบ… สอนเรื่องการรู้จัก…
ประหยัดอดออม โดยการให้ค่าขนมที่เหมาะสม ถ้าพ่อแม่เคยประเคนของเล่นให้หรืออยากได้อะไรก็ได้เมื่อยังเล็ก ก็อย่าหวังเลยว่าลูกวัยรุ่นจะหยุดฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยได้

การสอนให้รู้จักความเพียร ความพยายาม และความรับผิดชอบ เช่น ให้ลูกช่วยงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ ล้างจาน กวาดบ้าน รดน้ำต้นไม้

เรื่องระเบียบวินัย ต้องรู้จักตรงต่อเวลาเคารพสิทธิของผู้อื่น ฯลฯ วินัยจะพัฒนาขึ้นจากภายนอกที่พ่อแม่ฝึกสอนเขาซึ่งต่อไปก็จะฝังรากลึกเป็นตัวของเขาเอง โดยที่พ่อแม่ไม่ต้องไปจ้ำจี้จำไช ปากเปียกปากแฉะอยู่ตลอดเวลา

ความใฝ่รู้ ต้องพัฒนาความใฝ่รู้ด้วยการได้ไปค้นคว้าหาความรู้จากแหล่งอื่นๆ ด้วยการคิดค้นทำเองไม่ใช่แค่ความรู้สำเร็จรูปอย่างการเรียนในห้องเรียน เมื่อเด็กได้ลงมือคิดและทำด้วยตัวเอง มีการลองผิดลองถูก จนเกิดความเข้าใจแจ่มแจ้งจะเกิดความอยากเรียนรู้สร้างสรรค์ในเรื่องอื่นๆ ต่อไปได้ตลอดชีวิตและวัยรุ่นควรสอนเรื่องการมองตัวเองโดยเฉพาะเรื่องเพศศึกษาอย่าให้เขาหาทางศึกษาเอง พ่อแม่ควรจะหาเวลาคุยเพื่อทำความเข้าใจ รวมทั้งการเรียนรู้ทางสังคมด้วย
ถ้าสามารถสอนเด็กและปลูกฝังรากฐานชีวิตสำคัญๆ ได้ตามลำดับนี้ ชีวิตของเด็กก็จะขับเคลื่อนไปได้อย่างมีคุณภาพแต่ถ้าละเลยช่วงใดช่วงหนึ่ง การพัฒนาคุณลักษณะช่วงต่อไปก็จะบกพร่องเป็นลูกโซ่ต่อไปในอนาคตได้ แต่เมื่อพลาดไปแล้วคุณหมอแนะนำว่าควรรีบแก้ไข หรือชดเชยสิ่งที่ลูกไม่ได้ปลูกฝังตามวัยของเขาเสีย


ลูกนิสัยเสีย! ซ่อมด้าย!!!!….
ซ่อมที่พ่อแม่ พ่อแม่ต้องรู้และเข้าใจ ควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ดี

ซ่อมที่ลูก การกำหนดตารางชีวิต ทำโครงสร้างครอบครัวให้เอื้อต่อการปรับพฤติกรรมลูก บทเรียนควรแทรกอยู่ในชีวิตประจำวัน เช่น อยากให้ลูกรู้จักรับผิดชอบ พ่อแม่ก็ต้องแทรกในตารางเวลาว่าลูกต้องเก็บที่นอนตอนเช้า ช่วยล้างจานตอนเย็น เป็นต้น ทำให้เกิดความเคยชิน และพ่อแม่ควรเสมอต้นเสมอปลายด้วย

ซ่อมในเรื่องที่จำเป็นและสมดุล ชื่นชมลูกในจุดดี ส่วนที่เป็นจุดอ่อน ก็ยังต้องกำกับดูแลให้ปรับปรุง มีวิธีการลงโทษที่เหมาะสมให้ลูกเรียนรู้ การที่คนคนหนึ่งจะมีหลักคิดเพื่อพัฒนาตนเองเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ มีจริยธรรม ศีลธรรม มีหลักคิดในการพัฒนาชีวิตตนเอง เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ มีสำนึกต่อตัวเองและไม่เบียดเบียนสังคม จึงขึ้นกับสองมือพ่อแม่ที่เป็นผู้วางรากฐานโครงสร้างชีวิตให้ลูกทั้งสิ้น

ถามตัวเองดูว่า ณ ขณะนี้เราได้สร้างและซ่อมคุณลักษณะพื้นฐานเหล่านี้ให้ลูกหลานเราแล้วหรือยัง


(update 30 มกราคม 2007)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.161 December 2006]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600