การกินของลูกถือเป็นพัฒนาการเรื่องใหญ่ที่สำคัญมากทีเดียวค่ะ เพราะการพัฒนาทักษะจากดูดไปจนกระทั่งเคี้ยวกลืนถ้าไม่ได้ฝึกให้เป็นไปตามวัยปัญหายุ่งยากอื่นๆ จะตามมาให้แก้อีกเยอะเชียวค่ะ
ลูกไม่ยอมเคี้ยว ลูกอมข้าว ลูกไม่กินอาหารชิ้นๆ ฯลฯ สารพัดสารพันปัญหาหนักอกเรื่องการกินของลูกที่คุณแม่หลายคนเขียนจดหมายเข้ามาถามหนทางแก้ไขกับ Modern Mom เป็นประจำ ซึ่งคำตอบส่วนใหญ่ที่คุณหมอแนะนำก็คือให้เริ่มจากปรับพฤติกรรมการกินของลูกแทบทุกคนเพราะปัญหามาจากการที่เด็กได้รับการฝึกฝนที่ไม่เหมาะสมสอดคล้องไปตามพัฒนาการมาตั้งแต่เล็ก เลยส่งผลให้มีปัญหาเรื่องการกินเมื่อโตขึ้น
เพื่อไม่ให้คุณแม่ต้องกลุ้มใจ และไปนั่งฝึกฝนภายหลัง (ซึ่งยากกว่ามาก) มาเริ่มทำความรู้จักกับกลไกในปากของลูกน้อยและพัฒนาการทางการกินตั้งแต่ต้นทางกันเลยดีกว่าค่ะ
รู้จัก
กลไกการหม่ำ
ในปากน้อยๆ ของเบบี๋มีกล้ามเนื้อมัดเล็กๆ รวมตัวกันอยู่ประมาณ 31 มัดที่ต้องคอยทำหน้าที่ประสานงานกันอย่างดี ผ่านการควบคุมของระบบประสาทอัตโนมัติที่ควบคุมการกินโดยเฉพาะ หากคุณแม่ลองสังเกตจะเห็นว่า เบบี๋วัยแรกเกิดหันปากเข้าหาสิ่งที่มากระตุ้นบริเวณมุมปาก งับและดูดนมทันที แล้วค่อยๆ เริ่มพัฒนาการไปตามวัย จนสามารถเคี้ยวและใช้ลิ้นตวัดอาหารได้
บันไดพัฒนาการ "การหม่ำ"
คงพอจะนึกออกแล้วใช่ไหมคะว่าพัฒนาการการกินของลูกนั้น ต้องประกอบไปด้วยอวัยวะ ระบบต่างๆ และประสบการณ์การเรียนรู้ที่เหมาะสม คราวนี้มาดูกันค่ะพัฒนาการของเบบี๋แต่ละช่วงเป็นอย่างไรบ้าง
0-4 เดือน การกินของวัยนี้ใช้สัญชาตญาณเป็นหลัก คือถ้ามีอะไรมาสัมผัสที่ใกล้ๆ มุมปาก ลูกจะเอาปากงับและดูดทันทีและใช้ลิ้นช่วยตวัดในการดูดด้วย
4-6 เดือน เบบี๋จะเริ่มใช้ริมฝีปากงับช้อน แต่ริมฝีปากบนยังกวาดอาหารจากช้อนได้ไม่ดีนัก ยังมีการใช้ลิ้นดุนอาหารบ้างเพราะติดมาจากการดูดนมในช่วงแรกๆ
6-8 เดือน ช่วงนี้เบบี๋เริ่มเคี้ยวอาหารได้แต่ยังไม่ละเอียด และเริ่มรู้จักใช้ลิ้นในการควบคุมทิศทางของอาหารมากขึ้น
8-12 เดือน พัฒนาการของลิ้นช่วงนี้ดีขึ้นมากจนเกือบจะสมบูรณ์ เพราะลูกจะสามารถใช้ลิ้นตวัดอาหารไปในช่องปากได้หลายทิศทาง เพื่อให้ฟันที่เริ่มขึ้นช่วยเคี้ยว
1 ปีขึ้นไป การเคี้ยวเริ่มสมบูรณ์มากขึ้น เพรากามและขากรรไกรขยับบดอาหารไปมาได้ในทุกทิศทุกทาง และเริ่มกินอาหารที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งยังอยากถือช้อนกินเองด้วย
ส่วนกระบวนการกลืนของลูกนั้นเพียง 2-3 วินาที หลังจากที่ลิ้นตวัดน้ำนมและอาหารไปที่ส่วนหลังของคอ ลูกก็จะกลืนโดยอัตโนมัติค่ะ
เบบี๋กินไม่ยากถ้า
อ่านมาแล้วคุณแม่หลายคนคงบอกว่าพูดเหมือนฝึกกันง่ายๆ (เนอะ) แต่ที่จริงเพียงยืดเทคนิคหลักๆ เอาไว้ไม่ยากจนเกินไปค่ะ
- ฝึกทักษะและพัฒนาการการกินไปตามวัย เช่น เปลี่ยนจากอาหารเหลวเป็นบดละเอียด บดหยาบ จนกระทั่งลูกได้เคี้ยวเองจะทำให้ลูกมีความสุขเมื่อได้ลองทำอะไรใหม่ๆ และเขาสามารถทำได้
- กระตุ้นช่องปาก เมื่อถึงวัยเอาสิ่งของเข้าปาก ควรหาอาหารประเภท Finger Food หรือผักสด เช่น แตงกวา แครอต หั่นแท่งต้มสุก มาให้ลูกอมๆ เคี้ยวๆ ด้วยเหงือก จะช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัสต่างๆ ในช่องปาก
- ใส่ใจ ให้เวลา เพราะการฝึกลูกเคี้ยวอาหารนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย สับหลีกเวลาของตัวเองสักหน่อย เพื่อให้เวลากับการกินของลูกมากขึ้น
- หาทางออกที่ถูกต้อง หากลูกไม่ยอมเคี้ยวอาหาร คุณแม่ไม่ควรหาหาออกด้วยการบดหรือปั่นอาหารให้ลูก แต่ควรให้เริ่มฝึกกระบวนการเคี้ยวให้ลูกใหม่ และเพิ่มโอกาสให้ลูกได้ทดลองเคี้ยวบ่อยขึ้น
ผลเสีย
เมื่อลูกไม่เคี้ยว
- จะพูดช้า เพราะขากรรไกร กล้ามเนื้อ กระพุ้งแก้ม และลิ้นของลูกไม่แข็งแรง และขาดการทำงานที่สัมพันธ์กัน
- จะขาดความมั่นใจในตัวเอง และกลัวที่จะเลือกหรือทดลองอาหารใหม่ๆ บางชนิด
- จะเป็นเด็กทานอาหารน้อย เสี่ยงกับการที่น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ ไม่ให้ความสำคัญกับมื้ออาหาร ทำให้ได้รับสารอาหารน้อย ซึ่งส่งผลต่อพัฒนาการสมองและพัฒนาการด้านอื่นๆ ด้วย
เพื่อป้องกันปัญหา 108 พันประการที่จะเกิดขึ้นจากการกินเมื่อลูกโต คุณแม่ควรฝึกฝนพัฒนาการการกินให้ลูกอย่างถูกต้องและเหมาะสมตั้งแต่แรกเริ่มค่ะ
(update 24 มกราคม 2007)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ Vol.12 No.134 December 2006]
|