ในขณะคุณแม่เริ่มค้นพบว่าการให้นมคือสิ่งอัศจรรย์แห่งชีวิต แต่หากเกิดมีอุปสรรคเข้ามาขัดขวางความรักอันพิเศษนี้ระหว่างคุณกับลูกน้อย เหตุการณ์จะเป็นอย่างต่อไปติดตามได้เลยค่ะ
สำหรับคุณแม่ที่ให้ลูกกินนมจากอกอย่างราบรื่นอยู่ดีๆ แต่แล้ววันหนึ่งเกิดมีเหตุจำเป็นต้องให้ลูกหยุดกิน ไม่ว่าจะชั่วคราวหรือถาวรเชื่อว่าจะสร้างความปวดร้าวให้คุณแม่อย่างยิ่ง เพราะการได้กอดลูกนั้นให้ความสุข สร้างความผูกพันให้ทั้งแม่และลูกไม่น้อย ลูกน้อยอาจจะโตขึ้นและรู้สึกถึงความอยากเป็นอิสระ อยากทำอะไรด้วยตัวเองแต่สำหรับคนเป็นแม่แล้วอย่างไรก็ยังรัก ยังหวงและห่วงลูกอยู่เสมอ
ที่ต้องเกริ่นนำแบบนี้ก็เพราะอยากให้คิดถึงคุณแม่ของเราที่ฟูมฟักทะนุถนอมเรามาจวบจนเราเป็นแม่คน ความรักความห่วงใยของแม่ไม่ได้น้อยลงเลยสักนิด ซึ่งตอนนี้ใครที่ได้กอดลูกคงไม่ปฏิเสธความรู้สึกล้ำลึกอันนี้นะคะ แต่คงต้องทำความเข้าใจกันสักนิดว่าการหยุดให้นมชั่วคราวแบบนี้จะมีโอกาสเกิดขึ้นเมื่อไรบ้าง และสาเหตุอะไรทำให้ต้องหยุดและไม่หยุดก็ไม่ได้
สาเหตุที่ต้องจากกัน
หยุด
จนกว่าจะจบการรักษาหรือหมดระยะที่ยาตกค้างในน้ำนม
- แม่ได้รับยาที่จะเป็นอันตรายกับลูก เช่น ยารักษาโรคมะเร็ง สารกัมมันตภาพรังสี ยาที่จะมีฤทธิ์ตกค้างในน้ำนม
- แม่ป่วยเป็นโรคที่มีอันตรายต่อสุขภาพแม่โดยตรง เช่น อยู่ใน ICU หรือต้องทำผ่าตัดรักษา หรือการเจ็บป่วยที่ต้องการการพักฟื้นเพื่อให้สุขภาพแม่มีความพร้อมมากขึ้น เช่น ช่วงที่มีไข้สูง เป็นต้น
- แม่ที่เป็นโรคอันตรายที่สามารถผ่านไปยังลูกทำให้ลูกเจ็บป่วยได้มักเป็นโรคติดเชื้อร้ายแรง
ยังให้นมต่อได้
- อาการปวดหัว เป็นไข้ เป็นหวัดเล็กๆ น้อยๆ คุณแม่สามารถรับประทานยาลดไข้ ยาแก้อักเสบ ยาแก้แพ้ โดยแจ้งคุณหมอว่ายังให้ลูกกินนมอยู่ คุณหมอจะเลือกให้เหมาะสม คุณแม่ต้องไม่ลืมดูแลสุขภาพตัวเองนะคะ กินให้เพียงพอ นอนพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อเราจะได้มีแรงเลี้ยงลูก ถ้าเหนื่อยก็หยุดพักได้โดยบีบน้ำนมเก็บไว้ให้คุณพ่อช่วยป้อนสักมื้อสองมื้อ เดี๋ยวเราก็ดีขึ้นแล้วค่ะ
- หัวนมแตก อาจพักข้างที่มีแผลสัก 3-4 มื้อหรือจนรู้สึกดี แล้วกลับมากินจากเต้าใหม่ แต่ในระหว่างนั้นต้องบีบเก็บน้ำนมไว้อย่างสม่ำเสมอ แต่ถ้าเต้านมเกิดอักเสบเป็นฝีหนองควรรักษาข้างที่เป็นให้หายก่อนแล้วค่อยให้กิน ส่วนอีกข้างที่ยังดีอยู่อย่าลืมว่าต้องให้มีการถ่ายน้ำนมออกจากเต้าให้ลูกกิน รักษาน้ำนมไว้นะคะ
Advise for Mom
มีคำแนะนำให้คุณแม่และลูกผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยุ่งยากนี้ไปได้ค่ะ
- สิ่งสำคัญต้องยอมรับความจริงที่จำเป็นต้องหยุดชั่วคราวก่อนอย่าเสียใจแล้วรู้สึกผิดที่ต้องหยุด เพราะไม่ใช่ความผิดของคุณแม่ตั้งใจทำการรักษาเพื่อให้มันจบเร็วๆ จะได้กลับมาเริ่มต้นใหม่
- ระหว่างการรักษานั้นควรบีบน้ำนมหรือใช้เครื่องปั๊มทุก 3-4 ชั่วโมง เพื่อรักษาการผลิตน้ำนมไว้ และปรึกษาคุณหมอดูว่าน้ำนมสามารถให้ลูกกินได้ไหม ถ้าได้ก็ให้กิน แต่ถ้าไม่ได้ก็จำเป็นต้องทิ้งไป
- ระยะห่างของการบีบเก็บน้ำนมอาจปรับให้เหมาะเพื่อให้แม่ได้พักผ่อน เช่น กลางวันบ่อยหน่อย กลางคืนห่างหน่อย จะได้หลับพักในเวลากลางคืน
- น้ำนมถ้าเก็บในช่องแช่แข็งสามารถเก็บได้เป็นเดือน ดังนั้นถ้ารู้กำหนดก่อนก็ควรเตรียมเก็บน้ำนมล่วงหน้า จะได้มีสำรองเต็มที่
- คุณแม่ยังคงอุ้มกอดลูกและทำกิจกรรมอื่นๆ กับลูกได้นะคะอย่าเสียใจจนมองข้ามอ้อมกอดอุ่นๆ และเรื่องสนุกๆ นี้ไปค่ะ
- ถ้าลูกยังมีอายุน้อยกว่า 4-6 สัปดาห์ แนะนำให้ป้อนนมด้วยถ้วย เพื่อป้องกันอาการสับสนหัวนม (ระหว่างหัวนมยางกับนมแม่) เมื่อโตกว่านี้อาการจะพบน้อยลงไปมาก
- หากลูกไม่ยอมกินนมที่ให้แทน คุณแม้ต้องอดทนและค่อยๆ ให้เด็กเมื่อหิวมากๆ ก็จะกินเอง อาจมีการประท้วงบ้าง คุณแม่ก็ต้องไม่ตกใจ หาทางปลอบ เบี่ยงเบนให้คลายความกังวลและก็จะทำได้ค่ะ
น้ำนมคุณแม่ไม่หายไปไหนแน่ค่ะ เดี๋ยวก็กลับมาเหมือนเดิมหรือดีกว่าเดิมอีก รู้อย่างนี้คุณแม่คงจะคลายความสงสัยและพร้อมเดินไปข้างหน้าแล้วนะคะ
(update 23 กรกฎาคม 2007)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ Vol.140 June 2007]
|