ปัญหานมแม่…แก้ไขได้


ตั้งใจมาตั้งแต่ก่อนคลอดค่ะว่า เมื่อเจ้าตัวเล็กออกมาลืมตาดูโลก จะให้กินนมแม่ แต่เมื่อถึงเวลาเข้าจริงๆ ก็เกิดคำถามขึ้นมามากมาย…ยย คุณมีนะ สพสมัย กรรมการมูลนิธิส่งเสริมการคลอด และการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่แห่งประเทศไทย มีคำแนะนำในการแก้ปัญหาและข้อข้องใจที่เกิดขึ้นค่ะ


  • หากคลอดก่อนกำหนดแล้วจะมีน้ำนมไหม
เมื่อคลอดลูกและรกแยกออกจากมดลูกแล้ว กระบวนการภายในร่างกายจะสั่งสมองให้ผลิตน้ำนมออกมาทันที เพียงแต่คุณแม่ต้องให้ลูกดูดกระตุ้น เพื่อให้กระบวนการนั้นเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ ถึงแม้ยังไม่มีน้ำนม ก็ไม่เป็นไรค่ะ เพราะการดูดของลูกเป็นการกระตุ้นการทำงานของสมอง ให้หลั่งฮอร์โมนในการสร้างน้ำนม ซึ่งจะทำให้เกิดความสมดุลเต็มที่

ดังนั้น การให้ลูกกินนมแม่ทันทีหลังคลอดมีความสำคัญมาก เพราะจะทำให้กระบวนการสร้างน้ำนมเกิดขึ้นได้อย่างเต็มที่ และทำงานได้อย่างต่อเนื่อง คุณแม่ที่คิดว่าขอพักก่อนรอวันหลังอาจพลาดโอกาสนะคะ


  • ปากลูกเล็กกว่าหัวนมแม่มากๆ ความทำอย่างไร
ขอให้คุณแม่เชื่อว่าปากลูกขยายได้ เวลาเขาทำปากว้างๆ เขาก็อ้าได้มากกว่าหัวนมคุณแม่อยู่แล้วค่ะ แต่หากหัวนมคุณแม่ใหญ่มากๆ ลองใช้วิธีคลึงหัวนมหรือใช้ผ้าเย็นประคบพอหัวนมถูกความเย็นก็จะหดตัว ลูกก็จะสามารถดูดได้ ไม่เป็นปัญหาค่ะ

นมแม่ในช่วงอายุต่างๆ ของลูกตั้งแต่แรกเกิด 6 เดือน 1 ปี 2 ปีนั้นมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง เช่น มีไขมันหรือโปรตีนลดลงหรือไม่

น้ำนมแม่จะถูกปรับเปลี่ยนไปตามช่วงอายุ และตามความต้องการของลูกเหมือนเป็นการปรับสูตรน้ำนมแม่ในวันแรกๆ ก็จะมีไขมันสูงวิตามินเอสูง มีภูมิคุ้มกันสูง

พอผ่านไปสัก 3-4 วัน จะเริ่มปรับลดปริมาณไขมันลงไป มีโปรตีนที่ลดลงมาบ้าง แล้วก็จะมีปริมาณแล็กโตสสูงขึ้นเพราะเมื่อผ่านไปสัก 2-3 วันลูกจะต้องการพลังงานของอาหาร เพื่อจะช่วยให้ร่างกายเติบโต เพราะฉะนั้นปริมาณของแล็กโตสจะสูงขึ้น ในขณะที่ไขมันเริ่มลดน้อยลง

หลังจาก 6 เดือน ลักษณะการปรับเปลี่ยนของไขมันในน้ำนมก็จะลดปริมาณน้อยลง มีปริมาณโปรตีนที่สูงขึ้น เด็กที่กินนมแม่มาตลอดหลังจาก 6 เดือนผ่านไป น้ำหนักจะค่อยๆ กลับสู่ภาวะทางพันธุกรรมค่ะ เช่น พ่อแม่ตัวโต เขาก็จะโตถ้ากินอาหารดีก็จะโตตามพ่อแม่ ถ้าพ่อแม่ตัวเล็กเด็กก็จะตัวเล็กตามพ่อแม่แต่จริงๆ แล้วคุณแม่ก็ยังสามารถช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตให้ลูกได้ด้วยอาหารเสริมค่ะ


  • จะทราบได้อย่างไรว่า ลูกได้รับน้ำนมแม่เพียงพอในแต่ละมื้อ
เวลาคุณให้ลูกกินนม มักจะบอกความรู้สึกของตัวเองเข้าไปด้วยซึ่งบางครั้งลูกกินเร็ว กินแป๊บเดียวก็หลับ แม่ก็จะคิดว่าทำไมวันนี้ลูกกินน้อย จะเพียงพอไหม แล้วก็หลับนานจังเลย จะเป็นอะไรไหม

ลองสังเกตดูว่ามีลักษณะอย่างไร
  • ถ้าลูกกินอิ่มนอนหลับ ร่าเริง อารมณ์ดี ก็ไม่ต้องกังวลแล้วค่ะ

  • กินแล้วอึ ฉี่ โดยปกติลูกจะฉี่วันละ 6-8 ครั้ง อึวันละครั้ง แต่บางครั้งลูกที่กินนมแม่แล้วไม่ยอมอึเลย 2-3 วัน ก็ไม่เป็นไรนะคะ ตราบใดที่เขายังไม่แสดงอาการว่าท้องแข็ง ท้องอืด ร้องไห้จนอยู่ไม่ได้ คุณแม่ก็ไม่ต้องกังวล สรุปก็คือดูที่ลูก ถ้าลูกสบายก็ไม่ต้องห่วง

  • เวลาที่ลูกกินน้อย กินไม่พอเขาก็จะไม่แข็งแรง ถ้าลูกหมดแรงคือเขาจะไม่ตื่นเลย ไม่เล่น ตาไม่ใส ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับเรา ปลุกอย่างไรก็ไม่ตื่น กินนิดเดียวก็หลับ เต้านมคุณแม่ก็ยังเต็มๆ ไม่เบาเลยหลังลูกดูด สิ่งสำคัญที่คุณแม่ต้องหัดสังเกต คือ ทุกครั้งที่ลูกดูดนม ลูกมีอาการกลืนไหม ถ้าลูกกลืนก็สบายใจได้ว่าลูกได้น้ำนมค่ะ

  • ลูกกัดหัวนม ทำอย่างไรดี
ลูกจะกัดหัวนมก็ตอนที่ลูกฟันเริ่มขึ้นแล้วเขารู้สึกคันเหงือก เพราะฉะนั้นคุณแม่ควรพยายามใช้เจลของเล่นแช่เย็นให้เขากัด เพื่อลดอาการคันเหงือก เขาก็จะกัดหัวนมน้อยลงค่ะ

เมื่อฟันขึ้นแล้วเขากัดจะทำอย่างไรดี ข้อแรก คือ ต้องไม่ยอมให้เขากัดอีก ถ้าเขากัดก็เอาออกเลย ทำให้เขาหยุดให้ได้ ทำให้เขารู้ว่านี่คือวิธีการที่ผิด ทุกครั้งที่เขาทำผิดแม่จะไม่ให้นม สักพักหนึ่งลูกจะเรียนรู้ได้ว่าทำแบบนี้ไม่ได้

ช่วงแรกๆ อาจจะโดนกัดบ้างแต่คุณแม่ต้องไม่ปล่อยให้เขาทำเราเจ็บมากจนเกินไป พอเริ่มรู้สึกว่าเขากำลังจะงับก็หยุดเลย แล้วก็ผลักตัวเขาออก ใช้นิ้วดันปากเขาออก ส่วนเทคนิคอื่นๆ ก็ขึ้นอยู่กับคุณแม่แต่ละคนว่าจะสามารถสอนลูกให้เลิกทำได้เร็วแค่ไหน


  • นมแม่ใสๆ กับข้นๆ สารอาหารใกล้เคียงกันหรือไม่
บางครั้งก็ต่างกันค่ะ นมที่มีลักษณะข้นๆ จะบอกถึงปริมาณน้ำกับสารอาหารที่มีอยู่ในน้ำนมอาจจะมีโปรตีน ไขมัน ค่อนข้างสูงกว่าน้ำนมใสๆ ซึ่งระยะหลังมีการศึกษาว่าคุณแม่ที่ได้ไขมันมากจะมีน้ำข้นๆ

ข้อดี คือ คุณแม่ที่อยากให้ลูกอ้วนก็กินอาหารที่มีไขมันมากหน่อย แต่ไม่ใช่มากจนเกินไปนะคะ อาจมากกว่าปริมาณที่ร่างกายต้องการเพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อยเท่านั้น

ข้อเสีย คือ คุณแม่กินอาหารที่มีไขมันมากๆ จะทำให้ท่อน้ำนมอุดตันได้ง่ายขึ้น

โดยปกติภาวะน้ำนมข้นหรือน้ำนมใสจะเกิดสลับกันในแต่ละวันอยู่แล้ว คุณแม่ไม่ต้องเป็นกังวลค่ะนอกจากนั้น อาจจะต่างกันเพราะอาหารที่คุณแม่รับประทานเข้าไปกับวัยของลูกด้วยค่ะ เมื่อลูกโตขึ้นน้ำนมของคุณแม่จะเริ่มใสค่ะ เพราะฉะนั้นถ้าจะเทียบคุณแม่หลังคลอดใหม่ๆ กับคุณแม่ที่มีลูก 6-7 เดือนไปแล้ว ความใสความข้นของน้ำนมก็จะต่างกัน ต้องเทียบแบบรุ่นเดียวกันค่ะ


  • ภูมิคุ้มกันจากนมแม่หมดตอนไหน
ภูมิคุ้นกันจากนมแม่ไม่มีหมดค่ะ น้ำนมแม่จะมีส่วนหนึ่งที่ถูกผลิตโดยโปรตีนในร่างกายที่เป็นตัวปกป้องกันติดเชื้อ หรือเป็นตัวสร้างภูมิคุ้มกัน เพราะฉะนั้นตลอดระยะเวลาที่ให้ลูกกินนมแม่ ทุกหยดจะมีภูมิคุ้มกันค่ะ


  • ขณะที่ลูกดูดนมข้างหนึ่ง อีกข้างหนึ่งจะมีน้ำนมไหลออกมาด้วยเป็นอาการปกติหรือไม่ น้ำนมและสารอาหารในนมจะน้อยลงหรือไม่
เป็นอาการผิดปกติที่ดีมากเลยแสดงว่าระบบการสร้างน้ำนมดีมาก ส่วนน้ำนมอีกข้างหนึ่งที่ไหลออกมา คุณแม่เก็บไว้ก็ได้ อาการแบบนี้ส่วนมากจะเป็นช่วงเดือนแรกๆ ที่ระบบภายในร่างกายยังปรับตัวไม่ค่อยดี แต่พอปรับตัวดีแล้ว อากาศเหล่านี้จะหายไป และปริมาณน้ำนมของคุณแม่ก็จะไม่น้อยลงด้วยค่ะ

เพราะนมแม่เป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูก อย่างไรเสียคุณแม่ก็คงไม่หมดความพยายาม หรือเสียความตั้งใจที่จะให้นมแม่แก่ลูกน้อยอยู่แล้ว… ใช่ไหมคะ.


(update 23 พฤษภาคม 2007)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 24 ฉบับที่ 279 เมษายน 2549 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600