คำถามที่แม่หลายๆ คน กังวลใจและสงสัย ก็คือ เมื่อต้องหยุดให้นมแม่กับลูกจะใช้วิธีแบบไหน อย่สงไรดี ลองมาหาคำตอบกันดูค่ะ
หย่านมมักเป็นเรื่องทำร้ายหัวใจคุณไม่น้อยไปกว่าคุณลูก เพราะความสุขความใกล้ชิดที่เคยมีครั้งแล้วครั้งเล่ายามได้อิงแอบแนบชิดโอบกอดกินนมจากอกแม่กำลังจะลดหายไปจากเดิม ทั้งที่ก็รู้อยู่ว่าวันหนึ่งมันต้องเปลี่ยนไปเพราะลูกโตขึ้นแล้วเด็กบางคนเริ่มสนใจในการกินนมจากอกแม่ลดลงในช่วงอายุ 6-12 เดือน หลังจากมีประสบการณ์การกินใหม่ๆ จากถ้วย ช้อน หรืออาหารในรูปแบบต่างๆ จึงนับเป็นช่วงเวลาสำคัญของชีวิตอีกครั้ง หลายคนแนะนำว่าน่าจะค่อยเป็นค่อยไปเพื่อค่อยๆ ปรับตัว บางคนบอกว่าไม่ได้เดี๋ยวไม่จบสักที ลองมาฟังเหตุผลกันดีกว่า
ช้าดีกว่าเพราะ
การเลิกทันทีทำให้จิตใจแม่ไม่พร้อมจึงหดหู่ รู้สึกผิดส่วนหนึ่งเพราะปริมาณฮอร์โมนสร้างน้ำนม Prolactin ที่เคยมีมากลดลงอย่างฉับพลันและความรู้สึกไม่ได้โอบกอดใกล้ชิดลดลงหายไป ส่วนตัวเด็กก็สัมผัสการเปลี่ยนแปลงนี้ได้เช่นกัน อาจรู้สึกขาดความเชื่อมั่นลงไปบ้างเพราะเด็กจะแสดงความพร้อมให้เห็น ตามทฤษฎีบอกว่าถึง 2 ขวบ ก็ยังปกติ แต่ไม่ควรปล่อยให้นานเกินไป เพราะยิ่งติดนานก็ยิ่งยากในการเลิกต้องทำด้วยรักและไม่บั่นทอน ฉะนั้นคุณแม่จึงควรสร้างความมั่นใจโดยการรักษาความใกล้ชิดให้เหมือนเดิมหรือใกล้เคียงค่ะ
การหย่าแบบค่อยเป็นค่อยไปมีดังนี้
- ทดแทนการกินนมจากอกแม่เป็นอาหารเสริมตามวัยหรือเครื่องดื่มอื่นทีละมื้อตามวัยและความสามารถของเด็ก ให้กินจากอกในมื้อที่ลูกสนใจน้อยที่สุดหรือตอนก่อนนอนเพราะลูกอิ่มอาหารมาแล้ว การกินเป็นความสุขที่ได้อุ่นใจ ลองให้กินสักหน่อยแล้วบอกด้วยเหตุผลว่า นมหมดร้านปิดแล้ว นอนเถอะ
เก็บไว้กินวันหลังบ้างนะ
ชำรุดชั่วคราวรอซ่อม
อะไรทำนองนี้
- ลูกอาจปฏิเสธการกินโดยการป้อนจากคุณแม่เพราะอยากกินจากอกแม่ ดังนั้นคุณแม่อาจให้คนอื่นช่วยป้อนให้ก็ได้จะได้ไม่งอแง
- ลองให้อาหารหรือเครื่องดื่มอื่นแทนการกินนมจากเต้าทีละมื้อและเพิ่มขึ้นทุก 3-5 จนหย่านมสำเร็จ
- ทดแทนการกินนมจากอกโดยการสัมผัสโอบกอดให้มากขึ้น
- หาสิ่งเบี่ยงเบนอื่นๆ มาทดแทน เช่น การเล่น การเล่านิทาน ของเล่น ฯลฯ
- การผลิตน้ำนมของคุณแม่ยังคงมีอยู่ต่ออีกสัก 4-6 สัปดาห์ จึงอาจต้องบีบออกบ้างถ้าเจ็บหรือตึงเต้านมมาก หลีกเลี่ยงการประคบน้ำร้อน เพราะจะทำให้เต้านมคัดตึงได้
- ใช้ผ้าเย็นจัดหรือประคบเย็นเพื่อบรรเทาอาการคัดนมและเจ็บเต้านม ถ้าปวดมากรับประทานยาแก้ปวด Paracetamol ได้
- สวมเสื้อชั้นในประคองเต้าไม่ให้คับหรือหลวมเกินไปเสมอ
ตัดฉับดีกว่า
เพราะถ้าช้ายิ่งยาก เดี๋ยวหมดเวลาโดยเฉพาะลูกโตกว่าขวบไปแล้ว ลูกนอนทั้งคืนเหลือไว้แต่บ่ายๆ ที่ขอกินจาก อกเพราะต้องการอ้อมใจ หยุดซะดีกว่าค่ะ ซึ่งการหยุดแบบนี้มักเป็นเพราะมีเหตุผลอื่นๆ ต้องใช้เวลาอันสั้น เช่น ลูกเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น แม่มีธุระหรือความเจ็บป่วย ความจำเป็นที่ต้องหยุดฉับในทีนที บางคนอาจมีการทำให้รู้สึกว่าเต้านมชำรุดหรือเปลี่ยนไปแล้ว เช่น เอายามาทาที่หัวนม เอาผ้าปิดแผลมาตัดแล้วบอกว่าเต้านมป่วยแล้ว หรืออื่นๆ แล้วแต่ความถนัดส่วนบุคคล แต่โดนส่วนตัวไม่อยากให้หลอกล่อจนเกินจริงเกินไปนักค่ะ
เมื่อไหร่หย่านมดี ไม่มีผิดไม่มีถูกแม่ต้องเลือกด้วยเหตุผลของตนเองดังนี้
- ความเจ็บป่วยที่ต้องได้รับการรักษาและต้องใช้ยาหรือการรักษาพวกรังสีรักษาการใช่ยารุนแรงบางตัว ฯลฯ
- ต้องแยกไปทำงานหรือเดินทางไปในเวลาไม่นานและลูกโตพอแล้ว และอย่าลืมว่าน้ำนมไม่พอ นมเจือจางเพราะลูกโตไม่ใช่เหตุผลที่แท้จริงที่ต้องหย่านม
- คุณแม่ไม่ควรเลือกตอนหย่านมตอนลูกอายุระหว่าง 7-10 เดือน เพราะเป็นช่วงที่เรียกว่า Peak of Attachment หรือช่วงติดแม่ ติดคนเลี้ยง เพราะต้องการความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยเพราะเริ่มทำอะไรด้วยตัวเองได้มากขึ้น เช่น นั่ง เกาะยืน ฯลฯ แต่ถ้ารอไม่ไหวต้องยอมรับความจริงที่อาจมีผลกระทบจากการหย่านมบ้าง เพราะต้องใช้ระยะเวลาสร้างความมั่นใจ จึงมักจะต้องค่อยเป็นค่อยไปมากกว่าการใช้เวลาอันสั้น ถ้าจำเป็นต้องเลือกทางนี้แล้วต้องทำใจให้หนักแน่น ก็จะทำได้เช่นกันค่ะ
Tips
- ควรสังเกตการกินของลูกเพื่อประเมินมื้อที่จะเลิกก่อน-หลัง เช่น มื้อบ่าย ที่มักเป็นการกินหลังมื้อเที่ยงและมักตามด้วยการนอนกลางวัน ซึ่งง่ายที่จะแทนด้วยการนอนกอดหรือเล่านิทานให้ฟัง
- อย่าเลือกหย่านมในช่วงที่มีภาวะเครียดหรือมีเรื่องยุ่งยากเข้ามาพอดี
- อดทนและยอมรับถ้าลูกอาจจะแสดงอารมณ์ออกมาบ้าง
- การหย่านมเด็กเล็กจากอกแม่มาเป็นถ้วยหัดดื่มหรือแก้ว หรือจากหลอดดูด แต่อย่าลืมพิจารณากรณีการแพ้นมวัว เพราะเริ่มพบบ่อยขึ้นแล้ว อยากเชียร์ให้ใช้นมแม่นานที่สุดเท่าที่ทำได้
- พยายามอย่าใช้สถานที่ในการป้อนเป็นที่เดียวกันกับที่เคยกินจากอกแม่ หรือในท่าอุ้มเดียวกันเพราะอาจทำให้ความหลังของสองเรากำเริบ
- คุณแม่อาจจะใช้ยาเพื่อหยุดการสร้างน้ำนม โดยการปรึกษาคุณหมอสักหน่อยค่ะ
- ถ้าช่วงแรกลูกไม่ยอมกินจากขวด อย่าบังคับแต่ให้เวลาสักหน่อยนะคะ
(update 17 พฤษภาคม 2007)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ Vol.12 No.137 March 2007]
|