อีกไม่กี่เดือนเจ้าตัวน้อยที่ดิ้นดุ๊กดิ๊กอยู่ในท้องดิฉัน ก็จะลืมตาดูโลกให้ได้ชื่นใจแล้วล่ะค่ะ ตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แต่ก็กังวลกลัวจะทำไม่ได้และไม่รู้ว่าต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง
คุณแม่ท่านใดมีปัญหาเหมือนดิฉัน ไม่ต้องกังวลไปนะคะเพราะดิฉันไปขอคำปรึกษาจาก คุณมีนะ สพสมัย กรรมการมูลนิธิส่งเสริมการคลอด และการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่แห่งประเทศไทย ซึ่งได้รับคำแนะนำเรื่องการให้นมแม่ครั้งแรกไว้ดังนี้ค่ะ
หาข้อมูลเพิ่มความรู้
สำหรับการให้นมแม่ครั้งแรกนั้น เรื่องที่ควรจะเตรียมให้พร้อมที่สุดคือความรู้ค่ะ
- ศึกษาดูว่าตอนหลังคลอดจะเป็นอย่างไรบ้างหลังคลอดวันแรกๆ นมจะยังเป็นนมน้ำเหลืองอยู่ กระทั่งวันที่ 4-5 นมจะเริ่มคัดและตึงมากขึ้น เป็นต้น
- อีกปัญหาหนึ่งที่แม่มักจะกลัวและกังวล คือ ตนเองจะมีน้ำนมพอไหม ซึ่งคุณแม่ไม่ควรคาดหวังว่า หลังคลอดจะมีน้ำนมพรั่งพรู ดังนั้นความเข้าใจและการได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง จะช่วยให้คุณแม่อยู่ในความเป็นจริง ไม่คาดหวังและไม่ปล่อยปละละเลยเกินไปค่ะ
- คุณแม่อาจหาความรู้ต่างๆ จากการพูดคุยหรือถามจากคุณแม่ที่มีประสบการณ์เรื่องให้นมลูก ทั้งที่สำเร็จและไม่สำเร็จ เพื่อจะได้ทราบว่ามีปัญหาอะไรที่จะต้องเจอบ้าง
- ส่วนเรื่องอุปกรณ์ไม่มีความจำเป็นต้องเตรียมอะไรค่ะ คุณแม่เพียงนำสิ่งที่มีอยู่แล้วมาใช้ ซึ่งทุกอย่างสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ เช่น หมอนให้นมก็ใช้หมอนหนุนหัว หมอนอิง ผ้าห่ม แล้วแต่นำมาปรับใช้ได้หมดค่ะไม่จำเป็นต้องซื้อหามาใหม่
คุณแม่หลายคนพยายามหาอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมาเต็มที่ แต่พอซื้อมาแล้วกลับไม่ค่อยได้ใช้ หรือใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ เป็นการสิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์ค่ะ
อุ้มให้ถูกท่า
คุณแม่มือใหม่มักจะอุ้มลูกไม่ค่อยเป็น ดังนั้นคุณแม่จึงควรหัดอุ้มไว้ก่อนค่ะ อาจหัดอุ้มตุ๊กตา หัดอุ้มเด็กเล็กให้เป็นเสียก่อนซึ่งจะช่วยให้คุณแม่สบายใจและง่ายขึ้นมากเมื่อคลอดแล้ว
- ท่าอุ้มให้นมมีหลายท่ากว่าในตำรามาก คุณแม่สามารถคิดท่าพิเศษของตัวเองได้ บางทีอาจเป็นท่าแปลกๆ ไม่เหมือนรูปในตำราเลย แต่หากเป็นท่าที่ลูกสามารถดูดนมได้ดีก็ไม่เป็นไรค่ะคุณแม่สามารถอุ้มท่านั้นต่อไปได้
- หลักสำคัญ คือ ตัวแม่และลูกต้องใกล้ชิดกัน ท้องแนบท้องคางแนบนม ปากลูกอ้ากว้างจนกระทั่งอมลึกถึงลานนม หลังคุณแม่ต้องตรง มีหมอนประคองหลัง ส่วนขาบริเวณเข่าควรยกขึ้นสักนิดอาจหาที่วางเท้าเพื่อให้รู้สึกสบายขึ้น
- เวลาอุ้มลูกต้องเอาตัวลูกมาหาแม่ไม่ใช่ให้ตัวแม่ไปหาลูกนะคะ คุณแม่ส่วนมากอุ้มลูกแล้วก็โน้มตัวเองไปหาลูก จึงทำให้ปวดหลังและเป็นการโค้งตัวลูกด้วย หากคุณแม่อุ้มแล้วเห็นว่าหลังโค้งแสดงว่าอุ้มผิดและเป็นท่าที่ไม่ดี ที่ถูกคือหลังแม่กับหลังลูกต้องตรงค่ะ
เคล็ดลับเรียกน้ำนม
หลักสำคัญของการเรียกน้ำนม คือ ต้องเรียกให้เร็วค่ะ ถ้าคุณแม่เริ่มให้ลูกดูดนมเร็วน้ำนมจะยิ่งมาเร็ว แต่หากเริ่มช้าน้ำนมก็จะมาช้า เพราะฮอร์โมนจะค่อยๆ ผิดระบบไป
- การเริ่มให้ลูกกินนมแม่เร็วจะช่วยรักษาระดับฮอร์โมนการผลิตน้ำนม ให้สูงพอที่จะสร้างปริมาณน้ำนมที่มากขึ้นๆ ค่ะ
- เมื่อคุณแม่ให้ลูกกินนมมากและบ่อย น้ำนมจะยิ่งมากค่ะเพราะน้ำนมยิ่งไหลออกมากก็ยิ่งผลิตมากขึ้น แต่ถ้าคุณแม่ให้ลูกกินแล้วปล่อยให้หลับหรือหลับกันทั้งคู่ น้ำนมก็จะลดน้อยลงและถ้าปล่อยให้น้ำนมค้างอยู่ในเต้านานๆ ก็จะไปยับยั้งการสร้างน้ำนมเพิ่ม เพราะเต้านมรับน้ำนมที่จะผลิตเพิ่มขึ้นไม่ไหว ดังนั้นหากคุณแม่เริ่มรู้สึกว่าเต้านมคัดตึง ควรให้ลูกกินนมนานขึ้นหรือบ่อยขึ้นค่ะ
ให้นมลูกนานแค่ไหนดี
เรื่องของเวลาในการให้นมลูกนั้นไม่มีจำกัดค่ะ ตราบเท่าที่คุณแม่ไม่เจ็บหัวนมและลูกยังมีความสุขกับการกิน ก็ปล่อยให้เขาดูดต่อไป
- แต่ถ้านานจนคุณแม่รู้สึกว่าเหนื่อย จะหยุดบ้างก็ได้นะคะ
- เด็กเล็กๆ มักจะชอบอมหรือดูดหัวนม คุณแม่จึงควรแยกให้ออกว่าเป็นการดูดจนเคยชิน หรือตามความต้องการของเขาอย่างพอประมาณ ซึ่งปกติจะใช้เวลาประมาณ 15.20 นาทีค่ะ
- ส่วนการให้นมลูกครั้งแรกนั้น ในกรณีที่คุณแม่ไม่เคยเจ็บก็ให้ลูกดูดจนกระทั่งเขาพอใจค่ะ
- ช่วง 2-3 วันแรกจะเป็นการดูดเพื่อกระตุ้น คุณแม่ต้องไม่คิดว่าจะมีน้ำนมมากมาย เพราะจริงๆ แล้วจะมีเพียงประมาณ 1-2 ช้อนเท่านั้น หรือพอมีน้ำนมแล้วลูกดูดได้ประมาณ 15-20 นาที น้ำนมก็ไหลออกจนเกลี้ยงเต้าแล้วและลูกจะได้ครีมและไขมันของน้ำนมอย่างเต็มที่อีกด้วยค่ะ
การคลอดส่งผลกับน้ำนม
สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดในการคลอดของคุณแม่ล้วนมีผลต่อลูกไม่ว่าจะเป็นภาวะอารมณ์ของคุณแม่ในการคลอด รวมทั้งยาที่ใช้ในการคลอดก็มีผลต่อลูกเช่นกัน
- การใช้ยาแก้ปวดบางชนิด ตลอดจนวิธีการคลอดสามารถส่งผลต่อปฏิกิริยาตอบสนองอัตโนมัติของลูกใช้ลงกว่าปกติ 1-2 วันค่ะ
- คุณแม่ที่คลอดธรรมชาติ ลูกจะเลี้ยงง่าย ไม่ค่อยมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการให้นม ในขณะที่การคลอดที่มีการบล็อกหลังหรือผ่าตัดคลอด พบว่ากลไกการดูดกลืนของเด็กส่วนใหญ่จะช้าลง 1-2 วัน ซึ่งเป็นผลกระทบจากยาที่ผ่านไปยังลูก ทำให้ยาไปกดการทำงานอัตโนมัติของสมองบางส่วนของลูกนั่นเองค่ะ
- หากการคลอดของคุณแม่ผ่านไปด้วยดี น้ำนมแม่ก็จะดีแต่ถ้าการคลอดมีปัญหาหรือต้องผ่าคลอด คุณแม่อาจต้องเจอหรือต้องแก้ไขปัญหาในช่วงแรกมากขึ้นค่ะ แต่ไม่ได้หมายความว่าถ้าการคลอดมีปัญหาแล้วจะแก้ไขอะไรไม่ได้ ดังนั้นคุณแม่จึงควรยอมรับในสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังคลอดด้วย เพื่อเรียนรู้ถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นและวิธีแก้ไขปัญหานั้นๆ อย่าลืมว่าต้องพยายามเริ่มให้เร็วดูดให้บ่อยและถูกวิธีค่ะ
กำลังใจสำคัญที่สุด
อีกหนึ่งปัญหาใหญ่ในการให้นมแม่ครั้งแรก คือ คุณแม่หมดกำลังใจ พอเห็นว่าน้ำนมยังไม่มาหรือมาน้อย เห็นลูกกินนมไม่ได้คุณแม่ก็หมดกำลังใจ
- ช่วงแรกคุณแม่มักเจอปัญหาว่า ทำไมลูกไม่กิน กินไม่ได้คุณแม่เองอุ้มลูกไม่ได้ ฯลฯ หากเจอปัญหาเหล่านี้ สิ่งที่คุณแม่ควรทำคือพยายามให้มากขึ้นและทำให้ดีขึ้น ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลเพราะถ้าคุณแม่ยิ่งเครียด ยิ่งกังวล ยิ่งรู้สึกหมดแรง คุณแม่ก็จะยิ่งทำไม่สำเร็จค่ะ
- ถ้าคิดว่าอยากให้นมลูกสำเร็จ คือ เมื่อมีปัญหาต้องหาคนช่วยหรือหาที่ปรึกษา ลองแก้ไขจนกระทั่งทำได้
- จำไว้เสมอว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่คนอื่นทำแทนคุณแม่ไม่ได้คุณแม่ต้องจัดการด้วยตัวเอง สิ่งที่จะช่วยให้คุณแม่ก้าวไปข้างหน้ายามที่มีปัญหา คือ คนที่สามารถเป็นกำลังใจให้คุณแม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนที่เข้าใจ คุณหมอที่ให้การสนับสนุน คลินิกนมแม่ต่างๆ
- คุณพ่อเป็นคนสำคัญที่สุด ที่จะทำให้คุณแม่ฮึดสู้ขึ้นมาได้อีกทางหนึ่งค่ะ เพราะคุณพ่อเป็นคนที่มีอิทธิพลกับคุณแม่มากเนื่องจากอยู่ใกล้ชิดที่สุด ถ้าคุณพ่อไม่ให้กำลังใจก็จบ คุณพ่อจึงเป็นคนที่ทำให้เกิดความสำเร็จในเรื่องการให้นมแม่ได้มากค่ะ
ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจที่ช่วยให้คุณแม่ทุกท่านสามารถให้นมลูกได้สำเร็จนะคะ.
(update 5 กุมภาพันธ์ 2007)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 24 ฉบับที่ 288 มกราคม 2550 ]
|