ทำไงดีลูกวัยเบบี๋ ตัวเหลือง


วินาทีที่ลูกคลอดออกมาสิ่งที่คุณแม่อยากรู้ก็คือ ลูกมีอวัยวะครบถ้วนสมบูรณ์หรือไม่ เมื่อสำรวจร่างกายของลูกแล้วพบว่าสมบูรณ์ดีก็ทำให้คุณแม่คลายความกังวลไปอีกหนึ่งเปลาะ แต่นอกจากสำรวจอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายแล้ว คุณแม่ลองสำรวจดูความ ผิดปกติอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ด้วย ซึ่งหนึ่งในนั้นคืออาการ “ตัวเหลือง” ค่ะ


ลูกตัวเหลืองเพราะอะไร

อาการตัวเหลืองในทารกแรกเกิดนั้นมีทั้งอาการที่เป็นปกติและไม่ปกติ คุณแม่จึงควรเฝ้าสังเกตอาการของลูกอย่างใกล้ชิด หากพบอาการที่ไม่น่าไว้ใจจะได้หาทางช่วยเหลือได้ทันเวลา สำหรับอาการตัวเหลืองที่ถือว่าปกตินั้นมักจะเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 3-4 หลังคลอด ซึ่งเกิดจากในช่วงที่ทารกอยู่ในท้องแม่ ร่างกายของทารกจะมีเม็ดเลือดแดงมากกว่าปกติ ดังนั้นหลังคลอด เม็ดเลือดแดง ส่วนเกินนี้จะถูกทำลาย เปลี่ยนเป็นสารสีเหลืองที่ชื่อ บิลิรูบิน (Bilirubin) และถูกขับออกจากร่างกายโดยตับ ซึ่งในช่วงแรกเกิดตับยังทำงานได้ไม่เต็มที่ จึงทำให้ลูกมีอาการตัวเหลืองปรากฏให้เห็น อาการดังกล่าวจะค่อยๆ ดีขึ้นและหายไปภายใน 1 สัปดาห์ ทารกที่กินนมแม่ก็อาจมีอาการตัวเหลืองเกิดขึ้นได้ในช่วงปลายสัปดาห์แรก และอาจมีอาการยาวนานเกิน 10 วันได้ แต่หากลูกมีอาการตัวเหลืองเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายใน 24 ชั่วโมงหลังคลอด และเหลืองเหมือนทาขมิ้น อาจเกิดจากการที่เม็ดเลือดแดงในร่างกายมีการแตกทำลายเร็วกว่าปกติ ซึ่งเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น กรุ๊ปเลือดของแม่และทารกไม่เข้ากัน เม็ดเลือดแดงของทารกขาดเอนไซม์ที่จำเป็นบางอย่างจึงทำให้เกิดการแตกทำลายง่าย เกิดจากการติดเชื้อบางอย่างภายในร่างกาย หรือ คลอดก่อนกำหนด เป็นต้น


ดูยังไงว่าตัวเหลือง

เด็กทารกบางคนมีอาการตัวเหลืองปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัด แต่บางคนคุณแม่ก็ยังไม่แน่ใจว่าลูกมีอาการตัวเหลืองหรือว่าเป็นสีผิวของลูกเอง วิธีทดสอบง่ายๆ คือ ให้คุณแม่เปิดไฟในห้องให้สว่างมากพอแล้วใช้นิ้วมือกดลงบนผิวหนังของลูกแล้วปล่อย หากรอยกดที่ควรจะเป็นสีขาวแต่กลับมีสีเหลือง ก็แสดงว่าลูกเข้าข่ายมีอาการตัวเหลืองแล้วล่ะค่ะ ถ้าอาการตัวเหลืองเกิดขึ้นชัดเจนบริเวณใบหน้าลงมาถึงช่องท้อง ควรรีบพาเจ้าตัวเล็กไปพบคุณหมอเพื่อทำการวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป


สำหรับอาการตัวเหลืองที่เกิดจากความผิดปกติ ดังกล่าวจะมีวิธีรักษาหลักๆ อยู่ 2 วิธี คือ การฉายแสงและการถ่ายเลือด โดยคุณหมอจะพิจารณาตามความรุนแรงของอาการ ทารกบางรายที่มีอาการตัวเหลืองมากจะต้องได้รับการถ่ายเลือด มิฉะนั้นอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตอาจเกิดความพิการทางสมองตามมา

แม้ช่วงแรกเกิดจะเป็นช่วงที่ทำให้คุณกังวลใจได้มากกว่าช่วงอื่น แต่ขอเพียงคุณมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอาการต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับลูกวัยนี้อย่างเพียงพอก็จะช่วยให้คุณเบาใจขึ้นได้อีกเป็นกอง หรือหากมีความผิดปกติเกิดขึ้น คุณก็จะสามารถหาทางแก้ไขได้ทันเวลาค่ะ


(update 24 กุมภาพันธ์ 2007)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.161 December 2006 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600