ใช่ว่าผู้ใหญ่เท่านั้นที่มีเรื่องทำให้ไม่สบายใจ เจ้าตัวเล็กก็มีเหมือนกันค่ะ แต่เรื่องที่กวนใจลูกนั้นเกิดจากพัฒนาการตามวัยของเขาซึ่งจะค่อยๆ หายไปในไม่ช้า เรามาดูกันนะคะว่าวัยนี้เขามีเรื่องอะไรกวนใจบ้าง
- กลัวคนแปลกหน้า
(Stranger Awareness)
ในช่วง 2-3 เดือนแรกหลังคลอด คุณจะเห็นว่าเจ้าตัวเล็กยังสนุกกับการได้มองหน้าคนโน้นคนนี้ที และยังยินดีที่จะให้ใครๆ อุ้มและเล่นด้วยแต่พอลูกเริ่มจำหน้าคุณพ่อคุณแม่ได้คราวนี้เจ้าตัวดีจะไม่ยอมให้ใครอุ้มง่ายๆ อีกแล้ว เด็กบางคนเวลาเจอคนแปลกหน้าก็จะเพียงแค่หันหน้าหนีไปซบอกคุณแม่ บางคนก็กอดคุณแม่เอาไว้แน่นเหมือนกลัวคุณแม่จะหาย และมีอีกหลายคนที่ร้องไห้จ้าเวลาที่คนแปลกหน้าเดินเข้ามาใกล้ หรือบางบ้านที่คุณพ่อหรือคุณแม่ต้องไปทำงานต่างจังหวัด นานๆ จึงจะกลับบ้านที ก็อาจทำให้เจ้าตัวเล็กไม่ยอมเข้าใกล้ได้เหมือนกัน ความรู้สึกกลัวคนแปลกหน้านี้โดยทั่วไปจะเริ่มเกิดขึ้นเมื่ออายุประมาณ 4-5 เดือน
แก้ไขอย่างไรดี
แม้ว่าอาการกลัวคนแปลกหน้าจะเป็นพัฒนาการตามวัยของลูกซึ่งจะเป็นอยู่ช่วงระยะหนึ่งเท่านั้น แต่อาการของลูกจะดีขึ้นหรือแย่ลง ตัวคุณพ่อคุณแม่เองมีส่วนเป็นอย่างมาก บางบ้านเวลาเห็นเจ้าตัวเล็กแสดงอาการกลัวคนแปลกหน้าอย่างเช่น ญาติๆ หรือ เพื่อนๆ ที่มาเล่นด้วย คุณพ่อคุณแม่ก็จะเอ็ดลูก แถมส่งลูกให้คนเหล่านั้นอุ้มเพราะหวังจะให้ลูกเกิดความคุ้นเคยและมีความกล้ามากขึ้น ซึ่งความจริงแล้วการที่คุณทำอย่างนั้นกลับจะยิ่งเพิ่มความหวาดกลัวให้ลูกมากขึ้น และที่ร้ายกว่านั้นหากคุณบังคับลูกบ่อยๆ เขาจะเริ่มไม่ไว้ใจคุณและหวาดระแวงคนรอบข้างมากขึ้น ฉะนั้นคุณจึงไม่ควรบังคับฝืนใจลูกมากเกินไป ควรให้เวลาลูกในการปรับตัว และสร้างความคุ้นเคยกับคนรอบข้างอย่างค่อยเป็นค่อยไป เช่น เวลาที่มีเพื่อนๆ มาเยี่ยมที่บ้าน แทนที่จะปล่อยให้เพื่อนของคุณอุ้มเจ้าตัวเล็กทันที คุณก็ควรนั่งคุยกับเพื่อนไปเรื่อยๆ พอเจ้าตัวเล็กเริ่มคุ้นแล้ว เขาก็จะยอมให้เพื่อนของคุณเข้ามาเล่นด้วยเอง และไม่ควรปล่อยให้ลูกอยู่กับเพื่อนๆ ของคุณตามลำพัง เพราะลูกยังคงมีความหวาดระแวงอยู่ คุณจึงควรจะนั่งอยู่ใกล้ๆ ด้วย นอกจากนี้หากคุณเห็นว่าลูกแสดงอาการหวาดกลัวใครมากเป็นพิเศษ คุณก็ไม่ควรใช้คนๆ นั้นมาขู่เวลาที่ลูกดื้อ เพราะจะทำให้เขาหวาดกลัวมากขึ้น
สำหรับเด็กๆ ที่เริ่มเดินได้แล้ว แต่วันๆ ไม่ได้ออกไหนเลย อยู่แต่ที่บ้านกับคุณแม่ ก็จะทำให้ลูกปรับตัวเข้าหาคนอื่นยากสักหน่อย ลองพาลูกออกไปเดินเล่นนอกบ้าน ให้ลูกได้พบปะคนแปลกหน้าบ้าง หรือไปเล่นที่สนามเด็กเล่นกับเด็กคนอื่นๆ บ้าง จะทำให้ลูกเริ่มคุ้นเคยและเรียนรู้ที่จะปรับตัวเข้าหาเพื่อนใหม่ได้ง่ายขึ้นค่ะ
- กังวลกับการแยกจาก
(Separation anxyety)
นอกจากกลัวคนแปลกหน้าแล้ว เด็กเล็กวัย 1 ปียังเริ่มติดแม่และกังวลกับการแยกจากด้วย เห็นนั่งเล่นหัวเราะเอิ๊กอ๊ากอยู่ดีๆ แต่พอคุณแม่เดินออกจากห้องเท่านั้น เจ้าตัวดีก็ร้องลั่นบ้านและจะไม่ยอมหยุดร้องเลยถ้าคนที่เข้ามาปลอบโยนไม่ใช่คุณแม่ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะเด็กเล็กเวลาที่เขามองไม่เห็นอะไรเขาจะคิดว่าสิ่งๆ นั้น หรือ คนๆ นั้นหายไปแล้วตลอดกาล ลูกจึงเข้าใจว่าการที่เขาไม่เห็นคุณแม่ก็แปลว่าคุณแม่หายไปแล้ว ซึ่งคุณแม่คือคนที่ลูกไว้ใจมากที่สุดเวลาไม่เห็นคุณแม่ลูกจะรู้สึกไม่ปลอดภัยลูกจึงอยากให้คุณแม่อยู่ใกล้ๆ ตลอดเวลา
นอกจากติดแม่แล้ว เด็กในวัยนี้จะไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงใดๆ เพราะทำให้เขารู้สึกไม่ปลอดภัย คุณแม่หลายคนจะพบว่าเวลาพาเจ้าตัวเล็กไปพักค้างแรมที่อื่นหรือมีการย้ายบ้าน หรือมีการเปลี่ยนพี่เลี้ยงที่อยู่ด้วยกันมานาน ลูกจะดูกระวนกระวายและไม่มีความสุข เพราะเขาไม่อยากแยกจากสิ่งที่คุ้นเคย
แก้ไขอย่างไรดี
คุณแม่ไม่ควรปล่อยให้ลูกอยู่คนเดียวนานๆ ในช่วงนี้ และเวลาที่คุณแม่จะเดินออกไปจากห้องทุกครั้งควรบอกลูกก่อนเสมอเช่น คุณแม่ไปชงนมให้หนู เดี๋ยวคุณแม่กลับมานะคะ แม้ว่าจะไม่ได้ผลในตอนแรกๆ แต่ก็ควรทำต่อไปเรื่อยๆ อีกหน่อยลูกจะเริ่มเรียนรู้และเข้าใจว่าคุณแม่ไม่ได้หายไปไหน เดี๋ยวคุณแม่ก็กลับมา และเวลาที่ลูกดื้อ คุณแม่ไม่ควรไปขู่ลูกว่า เดี๋ยวแม่หนีไปแล้วไม่กลับมานะ เพราะจะทำให้ลูกกังวลมากขึ้นและจะไม่ยอมปล่อยคุณให้คลาดสายตาเลย
นอกจากนี้คุณแม่ยังไม่ควรพาลูกไปเที่ยวไกลๆ หรือทำอะไรที่ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ เกิดขึ้นในบ้าน ก็จะช่วยให้เจ้าตัวเล็กรู้สึกมั่นคง ปลอดภัย และ คลายความกังวลลงได้ค่ะ
เรื่องกวนใจทั้งสองเรื่องนี้แม้จะไม่ใช่ปัญหาอะไรและเด็กส่วนใหญ่ก็สามารถผ่านพ้นช่าวงเวลานี้ไปได้ แต่หากคุณพ่อคุณแม่ขาดความเข้าใจก็อาจทำให้ลูกมีความกังวลใจมากผิดปกติ ควรพาลูกไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่เนิ่นๆ จะได้หาสาเหตุที่แท้จริงและทำการแก้ไขต่อไปค่ะ
(update 27 มีนาคม 2007)
[ ที่มา..
นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.162 January 2007]
|