ความโกรธสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย เจ้าตัวเล็กก็เช่นกัน และเมื่อลูกมีความรู้สึกนึกคิดเป็นของตัวเองมากขึ้น แน่นอนว่าเขาจะต้องรู้สึกขัดใจกับสิ่งตางๆ รอบตัวมากขึ้น ตามไปด้วย การรับมือกับอารมณ์ฉุนเฉียวเวลาที่ลูกอาละวาด เป็นสิ่งที่คุณต้องทำความเข้าใจและแก้ไขอย่างมีสติ มิฉะนั้นตัวคุณเองอาจจะพลอยหัวเสียตามไปด้วยค่ะ
รู้ว่าอะไรทำให้ลูกเย็นลง
เด็กแต่ละคนเวลาโกรธจะมีวิธีระบายออกและสงบสติอารมณ์แตกต่างกัน บางคนจะนั่งนิ่งๆ เงียบๆ สักพัก แล้วอารมณ์ก็จะเย็ยลงในขณะที่บางคนต้องออกแรงให้เต็มที่เพื่อปลดปล่อยอารมณ์โกรธออกให้หมด แล้วก็จะหายโกรธคุณต้องลองสังเกตดูว่าเวลาที่เจ้าตัวเล็กโกรธ เขาแสดงออกอย่างไร ถ้าลูกนิ่งเงียบ ก็ควรจะปล่อยให้ลูกอยู่คนเดียวสักพัก เมื่ออารมณ์เย็นลงแล้วจึงค่อยมาคุยกันว่าโกรธเพราะอะไร ส่วนเจ้าตัวเล็กบ้านไหนที่เวลาโกรธแล้วต้องออกแรงระบายความโกรธ เวลาที่ลูกคุณโกรธอาจจะบอกให้ลูกออกไปวิ่งเล่นรอบบ้านสัก 2-3 รอบ หรือทำกิจกรรมที่ต้องออกแรงอย่างเต็มที่ พอหายโกรธแล้วจึงค่อยมาคุยกันด้วยเหตุผล การทำความเข้าใจธรรมชาติของลูก จะช่วยให้คุฯรับมือกับอารมณ์โกรธของลูกได้ง่ายขึ้นค่ะ
หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่รุนแรง
การแสดงออกเวลาโกรธของลูก ส่วนหนึ่งมาจากการเลียนแบบ เพราะฉะนั้นคุณควรหลีกเลี่ยงเกม การ์ตูน และรายการทีวีที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรุนแรง เพราะลูกจะเกิดการจดจำและเวลาที่เขาโกรธ เขาก็จะแสดงออกตามสิ่งที่เขาเห็น อย่างเช่น เวลาที่ลูกเล่นกับเพื่อนๆ ถ้าใครทำให้เขาโกรธ เขาอาจจะชกหรือเตะเพื่อนเหมือนอย่างที่เคยเห็นในทีวี นอกจากหลีกเลี่ยงตัวอย่างที่ไม่ดีแล้ว คุณควรจะนั่งดูทีวีกับลูกด้วย เพราะแม้ว่าคุณจะเลือกรายการทีวีให้ลูกแล้ว แต่บางครั้งก็อาจยังมีฉากรุนแรงแฝงอยู่ ถ้าคุณนั่งดูอยู่ด้วยคุณก็จะสามารถอธิบายให้ลูกรู้จักแยกแยะได้ และที่สำคัญคุณพ่อคุณแม่ควรเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูก ไม่ทะเลาะกันรุนแรงต่อหน้าลูก พยายามปลูกฝังความรักสงบภายในบ้าน สอนให้ลูกรู้จักโต้แย้งด้วยเหตุผล เพราะรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น สิ่งเหล่านี้จะช่วยลดความขัดแย้งและอารมณ์ที่รุนแรงลงได้ค่ะ
ตัดไฟแต่ต้นลม
สำหรับเด็กๆ ต้นตอความโกรธมักจะมาจากการทะเลาะเบาะแว้งระหว่างพี่น้องและเพื่อนๆ ฉะนั้นเวลาเด็กๆ เล่นกัน คุณควรจะอยู่ร่วมวงด้วย เมื่อเห็นท่าไม่ดี จะได้จัดการไกล่เกลี่ยก่อนที่เด็กๆ จะทะเลาะกันบานปลาย เวลาที่คุณเห็นลูกกับเด็กอีกคนหนึ่งตั้งท่าจะทะเลาะกันเพราะแย่งของเล่นชิ้นหนึ่งคุณควรรีบเก็บของชิ้นนั้นไปให้พ้นสายตาหรืออาจจะหาซื้อของเล่นแบบเดียวกันนี้มาอีกชิ้นหนึ่ง เพื่อหลีกเลี่ยงการทะเลาะกันซึ่งอาจจะนำไปสู่ความโกรธรุนแรงได้
เด็กในช่วงนี้รู้จักการแสดงอารมณ์มากขึ้น แต่เขายังไม่รู้สิ่งไหนควรและไม่ควร จึงเป็นหน้าที่ของคุณที่ต้องคอยบอก ซึ่งควรจะเริ่มปลูกฝังตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อที่โตขึ้นเขาจะได้อยู่ร่วมกับคนอื่นได้อย่างมีความสุขค่ะ
(update 8 มกราคม 2007)
[ ที่มา..
นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.160 November 2006]
|