วิธีนี่แหละ ลูกหาย…ชัวร์


10 วิธีทำลูกหาย

คงไม่มีใครอยากทำลูกหาย จริงมั้ยคะ โดยเฉพาะบางครอบครัวกว่าจะทำลูกได้ก็แทบแย่ ถ้าอยู่ๆ ลูกเกิดหายคงหัวใจวายกันไปข้างหนึ่ง แต่ถ้าอยากลองล่ะก็ ทำตาม 10 วิธีนี้ดูสิ รับรองลูกคุณจะหายแว้บไปในพริบตาเชียวล่ะ
1. คุณแม่ขาช็อปทั้งหลาย ชอบนักล่ะ ของถูก ของลด ของแจก ของแถม ขอให้จัดมาเถอะ ถึงไหนถึงกันยิ่งลดราคาที่มีประชาชีแห่กันมาจำนวนมากมาย แล้วเวลาคุณเพลิดเพลินกับการเลือกซื้อของเนี่ยอะไรก็ฉุดไม่อยู่คุณอาจจะพลัดหลงกับเจ้าตัวเล็กได้ง่ายๆ

2. ชอบของฟรี เด็กบางคนน่ารักมากเป็นพิเศษ ไปไหนใครต่อใครก็เอ็นดู บางคนให้ขนม บางคนให้ของเล่นถ้าคุณไม่สอนลูก ปล่อยให้เขาเคยชินกับการรับของจากคนโน้นคนนี้อยู่เรื่อยๆ พอเจอผู้ร้ายตัวจริงหลอกล่อด้วยขนม ของเล่น ก็จบเห่กันล่ะค่ะ ลูกเราไปกับเขาง่ายๆ น่ะสิ

3. รับลูกแทน เหตุการณ์นี้มักเกิดขึ้นบ่อยที่โรงเรียนค่ะ โดยคนร้ายมักจะสวมรอยเป็นผู้ปกครองเข้าไปรับเด็กแล้วหลอกลวงสารพัด ซึ่งคนพวกนี้ท่าทางดี จนบางทีครูไม่ได้เอะใจ อีกอย่างตอนโรงเรียนเลิกคนพลุกพล่านมากง่ายยิ่งนักต่อการลักขโมย และถ้าลูกเราเป็นประเภทไม่หือไม่อือแล้วด้วย แบบนี้ก็เสร็จเขาล่ะ

4. พี่เลี้ยง แบบที่ควรระวัง ก็คือ
  • ชอบฝาก หลายๆ บ้านนั้น พี่เลี้ยงต้องเลี้ยงลูกด้วยทำงานบ้านด้วย แล้วก็มีมนุษยสัมพันธ์ดี มองโลกในแง่ดีเห็นมีคนท่าทางเป็นมิตรดีมาเล่นกับเด็ก ก็จะไว้ใจ ฝากไว้แป็บนึง เดี๋ยวไปทำนั่นทำนี่ก่อน กลับมาเด็กก็หายไปแล้ว
  • ขโมยเอง แบบนี้เรียกไส้ศึกค่ะ คือมาทำให้เราไว้ใจ สุดท้ายก็เอาลูกเราไปแบบเนียนๆ
5. สนามเด็กเล่น/สวนสาธารณะ พ่อแม่ท่านไหนที่ชอบนั่งคุย นั่งเผลอ เหม่อลอย หรือมัวแต่มองอย่างอื่นอยู่ต้องระวังไว้นะคะ เพราะเมื่อคุณรู้สึกตัวอีกที เจ้าตัวซนก็อาจหายวับไปซะแล้ว

6. Miss call พ่อแม่บางบ้านปล่อยให้ลูกรับโทรศัพท์เองค่ะ ถ้าต้นสายเป็นคนร้าย แล้วบังเอิญช่วงนั้นผู้ใหญ่ไม่อยู่บ้าน ยิ่งลูกของเราเป็นเด็กดี ก็จะบอกความจริงทุกประการ ทั้งลูกทั้งของในบ้านอาจหายเกลี้ยง

7. ทิ้งลูกไว้ในรถ นี่ก็เกิดจากความชะล่าใจค่ะ ไม่เป็นไรหรอก แป๊บเดียว ไปใกล้ๆ แค่นี้เอง เอาลูกลงไปด้วยเดี๋ยวจะเสียเวลา กลับมาอีกทีไม่มีทั้งลูกทั้งรถแล้ว

8. ฉายเดี่ยว บางบ้านเห็นว่าลูกโตแล้ว เลยปล่อยให้เข้าห้องน้ำเพียงลำพัง ซึ่งในบางสถานที่อาจไม่ปลอดภัยหรือกรณีคุณพ่อไปกับลูกสาว 2 คน จะพาลูกสาวเข้าห้องน้ำชายก็ยังไงอยู่ เลยให้ลูกเข้าไปคนเดียว ซึ่งคุณก็ต้องเพิ่มความระวังเป็น 2 เท่า เพราะลูกจะคลาดสายตาจาคุณไปชั่วขณะ

หรือในเด็ก 2-3 ขวบ วัยกำลังเรียนรู้โลกกว้าง ถ้าตามดูไม่ทัน เด็กอาจจะเปิดจะประตูเอง แล้วแอบหนีไปเดินเที่ยวเล่นคนเดียว เสี่ยงมากๆ กับการโดนขโมยค่ะ

9. แมวมอง คนร้ายบางคนทำทีว่าเป็นแมวมอง จะมาชวนลูกเราเข้าวงการ ถ้าลูกเราชอบอะไรพวกนี้ก็อาจจะกลายเป็นเหยื่อได้ง่ายค่ะ เพราะคนพวกนี้เลือกลงมือตอนที่พ่อแม่ไม่อยู่หรือกำลังเผลอ

10. รถตู้มหาภัย พ่อแม่บางคนเห็นว่าลูกโตหน่อย หรือบางทีกำลังทะเลาะๆ งอนๆ กัน ให้ลูกเดินตามหลัง รถตู้มาจากไหนไม่รู้ มาโฉบเอาลูกไปดื้อๆ หันมาอีกทีเหลือแต่เงาตัวคุณเอง ไม่เหลือเงาลูก

อยากได้ลูกคืน ทำไง ?

ถ้าลูกหายในกรณีที่พลัดลงหรือถูกลักพาตัว สิ่งที่คุณแม่ควรทำคือ
  • ตั้งสติ มัวแต่ยืนกรี๊ดๆ หรือหน้าซีดตัวสั่นไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นหรอกนะคะ ถ้าคิดว่าแค่พลัดหลงกับลูก ก็ลองมองหาลูกให้ทั่วๆ ดูก่อน จากนั้นอาจจะขอให้ประกาศแจ้งเด็กหาย โดยบอกรายละเอียดของลูกเราให้ได้มากที่สุดซึ่งถ้าคุณไม่ตั้งสติให้ดี คุณจะนึกถึงรายละเอียดของลูกคุณไม่ออกเลยล่ะ

  • แจ้งความ ถ้ามั่นใจว่าลูกโดนลักพาตัวให้รีบโทรศัพท์แจ้งหรือไปแจ้งความด้วยตัวเองกับตำรวจเลยค่ะ ไม่ต้องรอถึง 24 ชั่วโมง เพราะกรณีเด็กหายสามารถแจ้งได้ทันที บอกรายละเอียดให้ชัด ถ้ามีรูปถ่ายของเด็กด้วยยิ่งดีค่ะ

  • อย่าเชื่อคนร้าย ถ้าคนร้ายขู่เรียกค่าไถ่ต้องขอฟังเสียงลูกเราก่อนนะ ว่าเขายังปลอดภัยดี หรือใช่ลูกเราแน่หรือเปล่า อัดเทปไว้เป็นหลักฐานด้วย ถ้าไม่มีเทปอัด ก็ต้องจำรายละเอียดให้ได้มากที่สุด แล้วบอกให้ตำรวจทราบ
อ้อ แล้วไม่ต้องทำตัวเป็นพระเอก ที่พอคนร้ายขู่ว่าห้ามบอกตำรวจ แล้วต้องทำตาม เพราะในชีวิตจริงคนที่ช่วยเด็กจากคนร้ายมาได้อย่างปลอดภัยที่สุดก็คือตำรวจนั่นเอง ฉะนั้นห้ามหูเบาตามคำขู่ของคนร้ายนะคะ


ภูมิคุมกัน…กันลูกหาย

ทั้งหมดที่แม่ลออพูดมา ล้วนแต่เป็นการนแก้ปัญหาที่ปลายเหตุทั้งนั้น แต่ถ้าจะให้ดี ทั้งเราและลูกตั้งรับกันไว้ก่อนดีมั้ยคะ ก่อนที่อะไรๆ มันจะสายเกินแก้ ซึ่งไมได้ยากอะไรเลยเพียงแค่…

เพิ่มความรอบคอบ สำหรับคุณพ่อคุณแม่
  • เวลาไปในที่ที่มีคนเยอะ ให้ใส่ป้ายชื่อ นามสกุล และเบอร์โทรศัพท์ของพ่อแม่เอาไว้ในกระเป๋าลูกด้วย เผื่อหลงแต่ต้องระวังคนร้ายสวมรอยทำเป็นรู้จักกับพ่อแม่ด้วย ทางที่ดีก็ควรสอนลูกให้จำชื่อตัวเองและเบอร์โทรศัพท์ให้ได้จะดีที่สุด

  • ไม่ทิ้งลูกไว้ในรถ แม้แค่แป๊บเดียว เพราะอันตรายสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

  • จูงมือกันไปตลอด เวลาไปในที่ที่มีคนเยอะๆ ให้จูงมือกันไว้จะปลอดภัยกว่าค่ะ เจ้าตัวเล็กอาจรู้สึกว่าไม่เป็นอิสระ หรืออึดอัดก็ต้องบอกลูกให้เข้าใจนะคะว่าเราทำแบบนี้เพื่ออะไร

  • พี่เลี้ยงเด็กควรมาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ อาจจะเป็นคนสนิทหรือญาติพี่น้อง และเมื่อรับมาแล้ว ควรจะมีเอกสารสำคัญต่างๆ ที่บอกถึงแหล่งที่มาของพี่เลี้ยง เช่น สำเนาบัตรประชาชน เก็บไว้เป็นหลักฐานด้วยค่ะ

  • คุณควรรับโทรศัพท์เอง ไม่ว่าคุณจะทำอะไรอยู่ก็ตาม และหากไม่สามารถรับเองได้ก็ควรบอกลูกว่าไม่ต้องรับ เดี๋ยวคุณแม่จะออกไปรับเอง หรือเดี๋ยวเขาจะโทรมาใหม่เอง เพราะความใสซื่อของลูกอาจจะนำอันตรายมาให้

  • ไม่ควรปล่อยลูกไว้เพียงลำพัง และต้องมีสติดูแลลูกให้อยู่ในสายตาของเราตลอดเวลา ยิ่งเวลาที่ไปในที่ที่เด็กสามารถสามารถวิ่งเล่นได้ด้วยแล้ว เราต้องระวังมากขึ้นค่ะ

เพิ่มความรอบรู้ สำหรับคุณลูก

เรื่องเหล่านี้คุณควรสอนให้กับลูก พยายามสอนบ่อยๆ ให้ลูกจำได้ และให้คำชมเมื่อเขาทำตามที่เราบอก
  • เวลาไปห้างฯ หรือที่ที่มีคนเยอะ ควรสอนให้ลูกรู้จักพี่ยามหรือคนขายของตามเคาน์เตอร์ว่าจะแต่งตัวแบบนี้ๆ บอกลูกว่าถ้าหลงกันเมื่อไหร่ก็ไปหาพี่ยามตรงนั้นตรงนี้ อย่าเดินไปเดินมาเพราะจะยิ่งหลง

  • อย่ารับของจากคนแปลกหน้า ต้องย้ำลูกให้หนักแน่นเลยนะคะ ว่ายังไงก็ห้ามรับ ต่อให้เป็นของที่อยากได้หรือขนมที่ชอบสักแค่ไหน เพราะเขาอาจจะหลอกลูกไปทำอันตรายได้ เหมือนอย่างนิทานเรื่องหนูน้อยหมวกแดงที่หมาป่าปลอมเป็นคุณยาย แล้วทำร้ายหนูน้อยหมวกแดง ลูกจะได้เข้าใจมากยิ่งขึ้นค่ะ

  • อย่าหลงเชื่อใครง่ายๆ ถ้ามีคนมาทำทีขอเงิน ขอความช่วยเหลือ ควรจะมาบอกให้พ่อแม่ทราบ หรือถ้ามีคนแกล้งดึงของเล่นของลูกแล้ววิ่งหนีไป ไม่ต้องตกใจ ให้บอกกับพ่อแม่ หรือคนที่ไปด้วย อย่าวิ่งตามคนร้ายไปเอง

  • ถ้ามีใครมาจับตัวหรือดึงฉุดลากทึ้ง ลูกต้องสะบัดหนี แล้วตะโกนดังๆ ว่า ช่วยด้วยๆๆ เพื่อหยุดยั้งคนร้ายทำให้คนรอบข้างหันมาสนใจ หรือถ้ามีคนท่าทางไม่น่าไว้ใจ เข้ามาใกล้ หรือมาพูดคุยด้วย ให้ลูกรีบเดินหลบเข้าไปในร้านขายของข้างทาง มินิมาร์ท ป้อมตำรวจ ฯลฯ หรือถ้าแถวนั้นมีเจ้าหน้าที่ ยาม ตำรวจ ก็ให้เดินเข้าหาทันที

  • ถ้าลูกไปโรงเรียน แล้วมีคนหน้าแปลกไปรับแทนพ่อแม่ ลูกจะต้องบอกให้คุณครูทราบ และให้ช่วยโทรถามคุณพ่อคุณแม่ว่าส่งคนมารับจริงหรือเปล่า อย่าเพิ่งไปกับคนแปลกหน้าเด็กขาด
ทั้งหมดที่ว่ามา หลายคนอาจจะบอกว่าเราก็ดูแลลูกดีพออยู่แล้ว คงไม่เกิดปัญหานี้ขึ้นมั้ง แต่แม่ลออว่าอะไรๆ ก็ไม่แน่นอนค่ะ เพราะฉะนั้นใช้ชีวิตแบบไม่ประมาท น่าจะเป็นทางป้องกันที่ดีทางหนึ่งนะ… จะบอกให้


(update 20 ตุลาคม 2007)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 25 ฉบับที่ 296 กันยายน 2550 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600