นอนอย่างปลอดภัยในวัยทารก


เด็กทารกใช้เวลาส่วนในการนอนหลับให้เพียงพอเป็นสิ่งจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเด็กทารกทั้งร่างกายและสมอง คุณพ่อคุณแม่อาจคิดไม่ถึงเลยนะครับ ว่าการนอนก็เป็นอีกกิจวัตรหนึ่งที่ก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้เช่นกัน

วันนี้คุณแม่น้องพลอยคนไข้เก่าแก่ของคลินิกฉุกเฉินเรากลับมาอีกครั้ง หลังจากคุณหมอรู้สึกว่าไม่เห็นหน้าไปนานหลายสัปดาห์ มาคราวนี้ไม่ได้มากับน้องพลอยคนเดียว แต่มากับเจ้าตัวจิ๋วอีกหนึ่งคน ตัวจิ๋วคนใหม่นี่ชื่อว่าคุณน้องพัฒน์ เป็นเด็กชายแหมจ้ำม่ำเชียว แรกคลอดก็ปาไปสีโลแล้วตอนนี้สองสัปดาห์ เพิ่มมาอีกหนึ่งกิโล

คุณแม่อุ้มมาปรึกษาว่า เมื่อวานก่อนอ่านหนังสือจากต่างประเทศพบคำแนะนำว่าเด็กทารกต้องจัดให้นอนหงายนอนคว่ำมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรค SIDS ซึ่งเป็นโรคที่เด็กทารกตายเฉียบพลันโดยไม่ทราบสาเหตุ อ่านแล้วกลัวมากเลย ยิ่งลูกชายตอนนี้ใครๆ ก็กำลังเห่อ กลางวันมีคนมาเยี่ยมกันใหญ่กลางคืนเงียบๆ ก็เลยยิ่งวังเวง ยิ่งกลัวไปใหญ่

คุณแม่บอกว่าน้องพลอยตอนเด็กก็ให้นอนคว่ำเพราะกลัวหัวแบน น้องพลอยก็เลยหัวกลมเลยเชียว แต่อ่านคำแนะนำแล้วไม่กล้าจัดให้น้องพัฒน์นอนคว่ำอีก เลยมาปรึกษาคุณหมอ

คุณหมอฟัคำถามแล้วก็อยากแนะนำ “การนอนอย่างปลอดภัย (safe sleep)” ให้ครบถ้วนเพื่อให้คุณแม่มีความรู้และกลับไปจัดการนอนของเด็กทารกให้เหมาะสมต่อไป


นอนคว่ำหรือนอนหงายดี

จากการวิจัยพบว่า การนอนคว่ำเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อโรคการตายฉับพลันของเด็กทารกโดยไม่ทราบสาเหตุหรือที่เรียกกันว่าโรค SIDS (sudden infant death syndrome) ตามที่คุณแม่เข้าใจ เนื่องจากเด็กสี่เดือนกล้ามเนื้อคอยังจะไม่แข็งแรง การยกหัวไปมายังทำได้ไม่ดี ยิ่งถ้านอนคว่ำหน้าบนที่นอนที่อ่อนนุ่มมากๆ ยิ่งเสี่ยงครับ เพราหากใบหน้าจุ่มลงบนที่นอนขณะหลับจะกดทับปากจมูกอุดตันทางเดินหายใจได้ ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้มีโครงการ “ให้เด็กนอนหงาย” (Back to sleep) โดยแนะนำให้จัดท่านอนเด็กเป็นท่านอนหงายเสมอตั้งแต่ปี 1992 พบว่าการตายจากโรค SIDS ลดลงอย่างชัดเจน

คุณแม่ควรจับเด็กนอนคว่ำบ้าง แต่ทำได้เฉพาะในเวลาเด็กตื่นและมีผู้ดูแลเด็กเฝ้าดูอยู่ใกล้ชิด เพื่อให้เด็กได้ออกำลังต้นแขนและหัวไหล่ให้เกิดความแข็งแรงด้วย


เตียงผู้ใหญ่..เหมาะหรือไม่สำหรับเด็ก

U.S. Consumer Product Safety Commission (CPSC) ของประเทศสหรัฐอเมริกาได้รายงานการตายในเด็กอายุน้อยกว่า 2 ปีจำนวน 180 รายในช่วงตั้งแต่มกราคม 1999 ถึงธันวาคม 2001 ซึ่งมีสาเหตุจากการนอนบนเตียงผู้ใหญ่ 58 รายเกิดจากการถูกนอนทับ (overlying) โดยผู้ร่วมเตียง อีก 122 รายเกิดจากการติดค้างของศรีษะตามช่องว่างต่างๆ (entrapment) ซึ่งเกิดจาการตกเตียง โดยลำตัวเด็กจะมีขนาดเล็กกว่าศรีษะ เมื่อรอดช่อง หรือรอดรูต่างๆ ตกลงไป ลำตัวจะรอดได้แต่ศรีษะจะติดค้างเกิดการขาดอากาศคล้ายแขวนคอ ช่องว่างที่มีขนาดกว้างกว่า 6 ซม.ในเด็กทารก (หรือขนาด 9 ซม. ในเด็กอายุมากกว่า 6 เดือนขึ้นไป) จะมีโอกาสที่ลำตัวเด็กจะตกลงไปและศรีษะติดค้างในท่าแขวนคอได้

รายงานอีก 58 รายที่เกิดจากการถูกนอนทับ (overlying) นี้..ถ้าไม่บอกกันคุณพ่อคุณแม่ก็คงคาดไม่ถึงกันนะครับวัฒนธรรมไทยเราพ่อแม่มักนอนเตียงเดียวกับลูกจนโตแต่ท่านต้องรู้นะว่าการปฏิบัติดังกล่าวมีความเสี่ยงในการนอนทับเด็กเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กทารกอายุน้อยกว่า 6 เดือน คนที่มีความเสี่ยงในการนอนทับเด็กทารกคือคนอ้วนมากๆ คนที่กินยานอนหลับ ยาทำให้ง่วงเช่นยาแก้หวัด ยากล่อมประสาท คนเมาเหล้า และเด็กโต เพราะคนเหล่านี้มักหลับสนิทเกินไป นอนทับแล้วไม่ยอมรู้สึกตัว


เตียงเด็กเล็ก (crib)

เหมาะอย่างยิ่งที่จะใช้กับเด็กอายุน้อยกว่า 2 ปี อย่างไรก็ตาม ก็ต้องเลือกใช้เตียงที่มีมาตรฐานความปลอดภัย สาเหตุที่สำคัญของการตายคือการติดค้างของศรีษะที่ลอดผ่านซี่ราว หรือลอดผ่านช่องรูบนผนังศรีษะและเท้าของเตียง การกดทับใบหน้าจมูกเมื่อหน้าคว่ำในช่องระหว่างเบาะที่นอนกับราวกันตก การแขวนคอซึ่งเกิดจากเสื้อผ้า สร้อยคอหรือสายคล้องหัวนมดูดเล่นเกี่ยวกับส่วนยื่นของมุมเสา 4 ด้าน ดังนั้นมาตรฐานความปลอดภัยของเตียงเด็กเล็ก ต้องมีคุณลักษณะดังนี้
  • ราวกันตกมีซี่ราวห่างกันไม่เกิน 6ซม.

  • ราวกันตกจะต้องมีตัวยึดที่ดี เด็กไม่สามารถเหนี่ยวรั้งให้ตกได้เอง

  • จากขอบบนของเบาะที่นอนถึงราวกันตกด้านบนต้องมีความสูงไม่ต่ำกว่า 65 ซม. หรือ 3/4 ของความสูงเด็ก

  • เบาะที่นอนต้องพอดีกับเตียง และไม่มีช่องว่างระหว่างเบาะกับราวตกเกินกว่าด้านละ 3 ซม.

  • ผนังเตียงด้านศรีษะและเท้าไม่ต้องมีการตัดตกแต่งให้เกิดช่องว่าง หรือหากเป็นลักษณะซี่ราวต้องมีระยะห่างไม่เกิน 6 ซม.

  • พื้นรองเบาะที่นอนต้องทึบและแข็ง

  • เบาะกันชนต้องผูกไว้อย่างน้อย 6 จุด และปลายเชือกที่ผูกต้องไม่เกินกว่า 15 ซม. หากเด็กเริ่มเกาะยืนได้ ต้องนำเบาะกันชนออก

  • มุมเสาทั้ง 4 มุมต้องเรียบ มีส่วนนูนได้ไม่เกิน 1.5 มม.

การนอนอย่างปลอดภัย

ข้อสรุปง่ายๆ สำหรับการนอนอย่างปลอดภัยสำหรับทารกคือ ไม่ควรให้เด็กนอนบนเตียงของผู้ใหญ่ ควรนอนเตียงเด็ก (ที่ใช้มาตรฐาน) หรือนอนเบาะที่นอนเด็ก (ไม่ใช้เตียง) แยกจากเบาะที่นอนผู้ใหญ่โดยระยะคนห่างกันประมาณ 1 เมตร

เด็กอายุน้อยกว่า 6 เดือนควรจัดท่าให้นอนหงายเท่านั้น การนอนคว่ำอาจเป็นอันตรายได้ เพราะเด็กทารกแรกเกิดยังตะแคงหน้า ยกศรีษะไม่เป็น

เบาะสำหรับเด็กต้องเป็นเบาะที่มีความแข็งกำลังดี เบาะ ฟูก หมอน หรือผ้าห่มนุ่มๆ หนาๆ ขนาดใหญ่ๆ หน้าเด็กอาจจุ่มลงไปแล้วกดจมูกและปากเป็นเหตุให้ขาดอากาศหายใจ เสียชีวิตได้

ควรเลือกชุดนอนที่หนาอบอุ่น สวมใส่ได้พอดี ทำให้ไม่ต้องใช้ผ้าห่ม หากจะใช้ผ้าห่มต้องเลือกเนื้อผ้าบาง

ต้องไม่ใช้เครื่องนอน ของเล่น เสื้อผ้า อุปกรณ์อื่นๆ มีลักษณะเส้นสายที่มีความยาวเกินกว่า 15 ซม. เพราะอาจเป็นเหตุให้เกิดการรักคอเด็กได้ นอกจากนั้นต้องไม่นำของเล่นชิ้นเล็กๆ หรือของเล่นประเภทอ่อนนิ่มตัวใหญ่ๆ เช่น ตุ๊กตาที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งอาจตกทับกดเการหายใจได้หรือเด็กใช้เป็นบานในการปีนป่ายจนตกเตียงได้ เช่นกัน

คุณแม่น้องพัฒน์มีการบ้านเยอะทีเดียวครับ ต้องรีบกลับไปจัดการนอนอย่างปลอดภัยที่ถูกวิธี อย่าเห็นเป็นเรื่องเหลือเชื่อหรือกลัวเกินเหตุแต่จริงๆ แล้วเป็นเรื่องความเสี่ยงครับ คือทิ้งไว้ก็เสี่ยงรอวันเกิดเหตุ อาจไม่เกิดก็ได้ แต่ความเสี่ยงกำจัดได้ กำจัดไปแล้วเหตุก็ไม่มีทางเกิดได้ครับ.


(update 4 กันยายน 2007)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.168 July 2007]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600