ปลอดภัยไว้ก่อนเรื่องใกล้ตัว


การมองข้ามสิ่งเล็กๆ น้อยๆ อาจมีผลร้ายตามามากมายเกินคาดกับลูกตัวน้อยของคุณ ไม่ถึงกับจะต้องระวังจนไม่ยอมให้ลูกระดิกตัวไปไหน แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่ลดสิ่งที่อาจเป็นอันตรายรอบๆ ตัวหนูน้อยได้ ก็จะช่วยลูกสำรวจโลกใบน้อยได้กว้างขึ้นและปลอดภัยขึ้นเยอะ

อุบัติเหตุคือตัวอันตรายที่ยิ่งใหญ่สำหรับเด็ก มันเกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตาเดียวแต่ความสำนึกผิด ความโศกเศร้าและความเสียใจจะอยู่กับเราไปตลอดชีวิต อุบัติเหตุที่เกิดจากการขับขี่รถจักรยานยนต์ การจมน้ำ การถูกไฟลวก และ การหายใจไม่ออก คือต้นเหตุหลักๆ ที่คร่าชีวิตของเด็กๆ ไปมากกว่า 1 ใน 3 ของการเสียชีวิตที่เกิดจากการฆาตรกรรม ความผิดปกติที่มีมาแต่กำเนิดและมะเร็งรวมกันซะอีกเด็กเป็นพันๆ คนต้องได้รับการรักษาพยาบาลจากการตกจากรถเข็นที่เข็นซื้อของและตกจากอุปกรณ์เครื่องเล่นที่สนามเด็กเล่น แต่ข่าวดีก็คืออุบัติเหตุเหล่านี้เราสามารถป้องกันได้ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ทีเดียว แต่อย่างไรก็ดีคุณพ่อ คุณแม่ไม่จำเป็นจะต้องเป็นคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องคอยระแวดระวังทุกฝีก้าวเพื่อที่จะป้องกันโศกนาฎกรรมแต่สิ่งสำคัญคือรู้จักว่าสิ่งใดที่เป็นอันตรายและเรียนรู้ที่จะควบคุมมัน


  • รถยนต์คร่าชีวิต
รถยนต์ของครอบครัวนี่หละคือตัวอันตรายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ลูกๆ ของคุณพ่อคุณแม่ต้องเจอจากการวิจัยประเทศสหรัฐอเมริกาแสดงให้เห็นว่าอุบัติเหตุทางรถยนต์ได้คร่าชีวิตเด็กอายุ 3 ขวบและต่ำกว่า แต่การวิจัยแนะนำว่า เก้าอี้นิรภัยที่ใช้ได้อย่างถูกต้องสามารถจะลดการเสียชีวิตทางรถยนต์ได้ถึง 69 เปอร์เซ็นต์ในทารกและ 47 เปอร์เซ็นต์ในเด็กวัยหัดเดิน ฉะนั้นอย่าออกจากบ้านโดยไม่เก้าอี้นิรภัย ถึงแม้ว่าจะออกไปแค่ใกล้ๆ คุณแม่ท่านหนึ่งต้องเสียใจไปตลอดชีวิตในวันที่เธอเอาเก้าอี้นิรภัยไปเก็บหลังรถและอุ้มลูกสาวของเธิไว่บนตัก เพราะเธอคิดว่าคงจะไม่เป็นไรเพราะอีกไม่กี่นาทีเธอก็จะถึงบ้านแล้ว แต่เหตุไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น มีรถมาชนรถเธออย่างจังและลูกน้อยของเธอก็เสียชีวิตตรงที่หน้าตักของเธอทันที

การเอาเด็กนั่งเก้าอี้นิรภัยเป็นเพียงแค่ครึ่งเดียวของความท้าทายจากการศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้น่าแปลกใจมากกว่ามีถึง 82 เปอร์เซ็นต์ที่เก้าอี้นิรภัยได้ถูกใช้อย่างผิดๆ เด็กที่อายุต่ำกว่า 1 ขวบหรือน้ำหนักยังไม่ถึง 9 กิโลกรัม ควรจะนั่งในเก้าอี้ซึ่งหันหลังให้กับเบาะรถเพราะท่านี้จะประคองศรีษะ คอ และหลังของเด็ก สำหรับเด็กวัยเตาะแตะ ที่อายุ 1 ขวบขึ้นไป และน้ำหนักมากกว่า 9 กิโลกรัม ควรจะนั่งเก้าที่หันไปทางหน้ารถ และเมื่อเด็กน้ำหนักอย่างน้อย 18 กิโลกรัม หรือ อายุ 4 ขวบ คุณพ่อคุณแม่จึงจะค่อยให้เด็กนั่งเก้าอี้ และไม่ควรให้เด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีนั่งข้างหน้ารถที่มีถุงลมนิรภัย เพราะเด็กอาจจะเสียชีวิตได้หากรถเกิดชนกระแทก

หากคุณพ่อคุณแม่จะออกไปข้างนอกโดยไม่มีเด็กขึ้นรถไปด้วยก่อนจะเคลื่อนรถหรือถอยรถต้องสอดส่องดูให้ดีก่อนว่าลูกน้อยวิ่งตามมาส่งหรือเล่นอยู่แถวๆ นั้นหรือไม่มี มีเหตุการณ์คุณแม่ถอยรถทับลูกเสียชีวิตคาที่มาแล้วหลายกรณีซึ่งเป็นเรื่องน่าสลดใจยิ่งนัก


  • เตียงและผ้าห่ม
โชคดีที่ปัจจุบันคุณพ่อคุณแม่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าการให้ลูกนอนหงายปลอดภัยจากการที่ลูกจะหายใจไม่ออกและการเสียชีวิตโดยกะทันหันหรือที่เราเรียกกันว่า Sudden infant death syndrome แต่กระนั้นก็ดี จำนวนของเด็กที่เสียชีวิตเพราะหายใจไม่ออกก็มีจำนวนมากอยู่ทีเดียวในปี 1998 มีเด็กที่มีอายุระหว่าง 0-3 ปี ถึง 509 รายที่เสียชีวิตเพราะเหตุนี้ และ 1 ใน 3 ของจำนวนนี้อายุน้อยกว่า 1 ขวบ สาเหตุของการหายใจไม่ออกของเด็กเกิดจากฟูกที่นิ่มเกินไป ด้วยความที่กล้ามเนื้อของเด็กทารกยังไม่แข็งแรงพอจึงไม่สามารถดันตัวเองออกมาได้ เตียงที่ซี่ลูกกรงห่างก็อันตรายไม่แพ้ฟูกนิ่มเพราะว่าลำตัวของเด็กอาจจะลื่นเข้าไปทำให้ศรีษะติดได้ ฉะนั้นเวลาเลือกเตียงคุณพ่อคุณแม่ต้องดูว่าซี่ลูกกรงต้องห่างไม่เกิน 2 3/8 นิ้ว ท่านอนที่ปลอดภัยที่สุดคือให้เด็กนอนหงายบนฟูกที่แข็งๆ ในเตียงก็ให้มีแต่ผ้าปูที่นอนที่เข้ามุมได้จะได้ไม่รุงรังและผ้าห่มบางๆ เวลาห่มผ้าก็ควรห่มแค่ถึงหน้าอก และสอดผ้าห่มในฟูก


  • เล่นน้ำด้วยความปลอดภัย
เด็กวัยหัดเดิน ศรีษะจะโตกว่าตัวและสามารถคว่ำลงได้ง่ายๆ เวลาโน้มตัวลงไปสำรวจบ่อน้ำ และเมื่อหน้าจมลงไปในน้ำ เด็กจะยังตัดสินใจไม่เป็นหรือมีแรงแขนพอที่จะดันตัวเองขึ้นมาได้เด็กวัยนี้จมน้ำได้ทุกที่ ในอ่างอาบน้ำ ในโถส้วม ถัง หรือแม้แต่กระทั่งถ้วยอาหารของสุนัขสัตว์เลี้ยง แต่สระว่ายน้ำที่บ้านคืออันตรายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเมื่อเด็กสามารถเคลื่อนไหวได้ด้วยตัวของเขาเองมากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนเด็ก 500 คน ที่อายุต่ำกว่า 4 ขวบ จมน้ำในสระว่ายน้ำของที่บ้านและเสียชีวิต สมาคมกุมารเวชของสหรัฐอเมริกาแนะนำว่าคุณพ่อคุณแม่ไม่ควรให้ลูกที่อายุต่ำกว่า 4 ขวบ เรียนว่ายน้ำเพราะเด็กวัยต่ำกว่า 4 ขวบจะเกิดความมั่นใจในความปลอดภัยที่ผิดๆ และสมาคมกุมารเวชยังแนะนำอีกด้วยว่าหากคุณพ่อคุณแม่อยากจะสร้างสระว่ายน้ำในบ้าน ควรจะรอให้ลูกๆ อายุอย่างน้อย 5 ขวบไปแล้วหากที่บ้านมีสระว่ายน้ำอยู่แล้ว ควรล้อมรั้วทุกด้านและล็อกรั้วให้แน่นหนาสิ่งที่ควรระวังอีกอย่างนึงคือ เก้าอี้ที่ให้เด็กทารกนั่งอาบน้ำ ฟังดูเหมือนสะดวกดีแต่จะคว่ำได้ง่ายเวลาที่เด็กเล่นน้ำในอ่าง


  • หลีกเลี่ยงความร้อน
ในเด็กเล็กจะมีผิวหนังที่บอบบางกว่าเด็กโตและผู้ใหญ่มาก ฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่ไม่ควรอุ้มเด็กขณะถือเครื่องดื่มร้อน นอกจากนั้นพวกถ้วยหรือชามที่มีน้ำร้อนอยู่ เช่น ถ้วยที่กำลังลวกมาม่าที่วางอยู่บนโต๊ะอาหารก็ควรวางให้ลึกเข้าไป มิฉะนั้นเด็กอาจจะเอื้อมหยิบถ้วยและน้ำร้อนจะราดหน้าของเด็กได้ผ้าปูโต๊ะก็ควรใช้ในห้องที่เด็กไม่ได้เข้าไปเล่น และที่จะลืมไม่ได้คือน้ำร้อนจากก๊อกควรตั้งอยู่ที่อุณหภูมิ 49องศา เซลเซียสหรือเย็นกว่านั้น


  • ความสนุกที่ทำให้เสียชีวิต
จากการสำรวจในสหรัฐอเมริกาของเล่นเป็นต้นเหตุของการบาดเจ็บที่รุนแรง 153,000 กรณี และเกือบครึ่งหนึ่งของตัวเลขนี้คือเด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ขวบ และมี 14 คนที่เสียชีวิต เด็กส่วนใหญ่บาดเจ็บเล็กน้อย แต่บางส่วนได้รับแผลฟกช้ำรุนแรง ฉะนั้นเวลาคุณพ่อคุณแม่จะซื้อของเล่นให้เด็ก ควรตรวจดูฉลากคำเตือนหรือถ้าไม่มีฉลาก ควรตรวจดูว่าจะมีชิ้นส่วนเล็กๆ น้อยๆ ที่สามารถหลุดออกมาทำให้เด็กเล็กๆ ที่อายุต่ำกว่า 3 ขวบ กลืนเข้าไปติดคอได้หรือไม่ ในห้องที่เด็กเล่นก็ควรตรวจตราบ่อยๆ

ของชิ้นเล็กๆ ที่ติดอยู่กับของเล่น เช่น กระดุมหรือลูกตาของตุ๊กตาสามารถเข้าไปอุดหลอดลมในเด็กได้ง่ายลูกบอลและรุปทรงกระบอกเป็นจำพวกที่อันตรายเป็นพิเศษ คุณพ่อคุณแม่ต้องแน่ใจก่อนว่าเครื่องเล่นพวกนี้มีเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า 1.75 นิ้ว ดร.แกรี่ สมิธ กุมารแพทย์ที่โรงพยาบาลเด็กโคลัมบัสแนะนำให้ใช้แกนของกระดาษชำระที่เส้นผ่าศูนย์กลางเท่ากับ 1.75 นิ้ว เป็นเครื่องวัด หากสิ่งใดก็ตามที่ใส่ลงไปในแกนได้สิ่งนั้นควรจะอยู่ให้ห่างๆ จากเด็กเลยอย่าลืมแยกของเล่นเด็กโตออกจากของเล่นเด็กด้วย ที่สำคัญคุณพ่อคุณแม่ควรระวังเป็นพิเศษกับลูกโป่ง เพราะมันเป็นสาเหตุถึงครึ่งหนึ่งของการเสียชีวิตเพราะอาจจะติดคอ เศษเล็กเศษน้อยของยางลูกโป่งสามารถแผ่ปิดส่วนบนของเส้นเสียงและจะถูกดูดเอาไว้แน่นและจะเอาออกยากมากๆ เลย แต่หากอดไม่ได้ที่จะให้เด็กเล่นลูกโป่ง ซื้อลูกโป่งที่จะไม่แตกเป็นชิ้นน้อยและไม่อุดหลอดลม

อาหารบางชนิดก็ทำให้ติดคอได้เช่นกัน ข้าวโพดคั่ว ลูกอมกลมๆ ถั่ว องุ่น แครอทดิบ และแอปเปิ้ลชิ้น คือสิ่งที่ต้องห้ามสำหรับเด็กที่อายุต่ำกว่า 4 ขวบ ดร.สมิธ กล่าวว่า หากมีสิ่งเหล่านี้ติดอยู่ในหลอดลม มันจะติดแบบอัดแน่นและไม่มีอะไรที่เราจะทำให้มันออกมาได้เลย

ในขณะที่คุณพ่อคุณแม่จัดการกับมาตรการป้องกันอันตรายให้ลูกน้อยคุณพ่อ คุณแม่ควรจะให้พี่เลี้ยง ญาติ และคุณครูที่โรงเรียนปฏิบัติเช่นเดียวกันและที่จะลืมไม่ได้คืออย่าวางใจให้เด็กจำได้เองว่าอะไรอันตรายและอะไรที่ควรอยู่ให้ห่าง เด็กๆ มักจะหุนหันพลันแล่น และอยากรู้อยากเห็น และนั่นก็คือสิ่งที่ทำให้พวกเขา และแน่นอนพวกเขาต้องการเราคอยเฝ้าดูแลด้วยความรักและห่วงใยด้วย…ขอให้ลูกๆ ของทุกท่านปลอดภัยไร้อันตรายใดๆ ทั้งปวงค่ะ.


(update 18 มิถุนายน 2007)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.165 April 2007]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600