วัคซีน…ป้องกันมะเร็งปากมดลูก


มะเร็งปากมดลูกเป็นโรคมะเร็งที่หญิงไทยเราคุ้นเคยและหวาดกลัวกันมาเป็นเวลายาวนานเพราะมะเร็งนี้พบได้มากที่สุดในบรรดามะเร็งทั้งหลายของคนไทย และยังคร่าชีวิตหญิงไทยมามากต่อมากแล้ว จะดีแค่ไหนนะถ้าเรามีวัคซีนที่จะป้องกันมันซะที


มะเร็งปากมดลูก…คุกคามหญิงไทย

ผมคิดว่าคนไทยคงจะคุ้นหูกับคำว่ามะเร็งปากมดลูกกันทุกคน ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายก็ตาม เพราะถึงแม้มะเร็งชนิดนี้จะเป็นเฉพาะกับผู้หญิงเท่านั้น แต่ผู้ชายก็รู้จักกันดีเพราะอาจจะมีญาติพี่น้องหรือภรรยาที่เป็นดรคนี้หลายคนอาจจะยังงงๆ ว่าไอ้เจ้ามะเร็งชนิดนี้มันเป็นอย่างไรกัน แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็กลัวไว้ก่อนกันทั้งนั้น

มดลูกของคนเรามีลักษณะคล้ายกับลูกชมพู่ที่เอาบริเวณหัวจุกมันจุ่มลงที่ช่องคลอด ถ้าตัวมดลูกเหมือนตัวลูกชมพู่ บริเวณหัวจุกของลูกชมพู่ก็เปรียบได้กับปากมดลูกนั่นเอง และที่ปากมดลูกนี่แหละที่เป็นมะเร็งกันนักต่อนักแล้ว

มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่พบเป็นอันดับหนึ่งในไทย แตกต่างจากต่างประเทศที่พบมะเร็งนี้น้อยกว่ามะเร็งชนิดอื่น เช่น มะเร็งเต้านม หรือมะเร็งของตัวมดลูก สมัยเมื่อผมเป็นแพทย์จบใหม่ๆ แทบจะทุกวันที่ออกตรวจผู้ป่วยที่ตึกผู้ป่วยนอกจะต้องได้เจอกับผู้ป่วยโรคนี้ และส่วนมากมักมาโรงพยาบาลเมื่อโรคเป็นกันมากๆ แล้ว บางคนก็มาเพราะเลือดออกจนซีด หรือมีเลือดและเนื้อเหม็นเน่าหลุดออกมาทางช่องคลอด ซึ่งให้กลิ่นรุนแรงขนาดคนงานเข็นเปลนอนผู้ป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูก บางคนก็มาเพราะไตวายก็มีสารพัดของอาการที่จะมาหา และส่วนมากอีกเช่นกันที่มักจะเสียชีวิตภายหลังจากนั้นไม่นาน

การรักษามะเร็งปากมดลูกก็เป็นเรื่องยุ่งยากและสิ้นเปลืองอย่างมาก เพราะถ้าจะผ่าตัดรักษาก็มักจะเป็นการผ่าตัดที่ต้องใช้ฝีมือขั้นสูงของหมอที่ผ่าตัดเลยทีเดียว เนื่องจากมักต้องตัดทั้งมดลูกและเลาะต่อมน้ำเหลืองในอุ้งเชิงกรานทิ้ง ซึ่งเป็นงานละเอียดอ่อนและเสี่ยงมากๆ ในบางรายที่โรคเป็นมากเกินกว่าที่จะผ่าตัดได้ก็มักต้องรักษาโดยการแายแสง ซึ่งผลของการฉายแสงก็มักทำให้ผู้ป่วยส่วนมากมีผลข้างเคียงจากการฉายแสง เช่น ถ่ายอุจจาระและปัสสาวะเป็นเลือด โรงพยาบาลขนาดใหญ่ๆ หลายโรงต้องสร้างแผนกที่ใหญ่โตขึ้นมาเพื่อรักษาโรคนี้แทบจะโรคเดียวเลยก็มี


ทำไมจึงเป็นมะเร็งปากมดลูก

จากการศึกษาทางการแพทย์เราพบว่า คนที่จะเป็นโรคนี้มักจะมีปัจจัยเสี่ยงอะไรบางอย่างที่คนอื่นไม่มี เช่น
  • ปัจจัยของผู้หญิงเอง - แต่งงานตั้งแต่อายุยังน้อย, ตั้งครรภ์หลายครั้งหรือเคยคลอดลูกหลายครั้ง, มีคู่นอนหลายคนหรือเปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ, เคยเป็นกามโรค

  • ปัจจัยของคู่นอนหรือสามี - มีคู่นอนเป็นโรคมะเร็งที่อวัยวะเพศ, สามีเคยแต่งงานมาก่อนและภรรยาเก่าเป็นมะเร็งปากมดลูก, คู่นอนเคยเป็นกามโรค, คู่นอนมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อยๆ, คู่นอนมีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงหลายคน

  • ปัจจัยอื่นๆ - สูบบุหรี่, มีภาวะที่ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น เป็นโรคเอดส์ รับประทานยาที่กดภูมิต้านทาน, มีฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมต่ำ
อย่างไรก็ตามบางคนที่ไม่ได้มีปัจจัยดังกล่าวข้างต้น แต่ก็ยังเป็นมะเร็งปากมดลูกก็มี ในขณะที่บางคนก็มีปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวข้างต้น เช่น คนยิวซึ่งมักมีลูกกันคนละมากๆ แต่ก็ไม่ยักกะเป็นมะเร็งปากมดลูกกัน วงการแพทย์ใช้เวลานานมากในการหาสาเหตุว่าทำไมคนเราจึงเป็นมะเร็งปากมดลูก บางคนก็คิดว่าน่าจะเป็นเรื่องกรรมพันธุ์เพราะคนบางเผ่าพันธุ์เจอโรคนี้น้อย เช่นคนยิวดังกล่าวแล้ว บางคนคิดว่าน่าจะเกี่ยวกับเชื้อโรคบางอย่างเพราะมักพบในคนที่เป็นกามโรค บางคนก็คิดว่าอาจจะเกิดจากสารบางอย่างที่สะสมในอวัยวะเพศชายของคู่นอน คิดกันอยู่ตั้งนานเป็นเวลานับสิบๆ ปีบัดนี้พอจะได้คำตอบแล้วว่า มะเร็งปากมดลูกเกิดจากการติดเชื้อโรคที่มีชื่อว่าฮิวแมนปาปิโลมาไวรัส (Human Papilloma Virus) หรือเรียกชื่อย่อๆ ว่า HPV (เอชพีวี)


เชื้อเอชพีวีคืออะไร ?

เชื้อเอชพีวีเป็นเชื้อโรคที่มีขนาดเล็กมาก จัดอยู่ในกลุ่มไวรัส ซึ่งมีความสามารถในการทนทานความร้อนและความแห้งแล้งได้สูง เชื้อโรคนี้สามารถเกาะติดตามที่ต่างๆ โดยเฉพาะที่ผิวหนังและอวัยวะเพศได้ดี การติดเชื้อที่อวัยวะเพศของผู้หญิงส่วนใหญ่มักเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์กับชายที่มีเชื้อโรคนี้อยู่ที่อวัยวะเพศ ที่น่าสนใจประการหนึ่งก็คือผู้ชาย ที่มีเชื้อโรคนี้ที่อวัยวะเพศมักไม่มีอาการอะไรให้สังเกตได้ มีบางคนที่อาจมีหูดหงอนไก่ที่อวัยวะเพศ

ในปัจจุบันเราสามารถตรวจพบเชื้อเอชพีวีได้มากกว่า 100 สายพันธุ์แล้ว และเราจะเรียกแต่ละสายพันธุ์เป็นตัวเลขเรียงกันไป เช่น สายพันธุ์ที่ 1, 2, 3, 4,…16, 17, 18, เป็นต้น เชื้อเอชพีวีที่มีมากมายหลายสายพันธุ์นี้ที่เหมือนกับคนเราที่บางคนก็เป็นคนดีบางคนก็เป็นคนร้าย ทางการแพทย์เราจึงแบ่งเชื้อเอชพีวีสายพันธุ์ต่างๆ ออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ตามความร้ายกาจของมัน คือ
1. กลุ่มความเสี่ยงสูง หมายถึงเชื้อเอชพีวีที่ถ้าใครได้รับเข้าไปในร่างกายโดยเฉพาะที่ปากมดลูก ก็จะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ค่อนข้างสูง สายพันธุ์ของเชื้อในกลุ่มนี้ เช่น สายพันธุ์ 16, 18, 31, 33, 39, 45, 51, 52, 58, 59, 61, 66, 67, 68 เป็นต้น ในบรรดาสายพันธุ์เหล่านี้ สายพันธุ์ 16 และ 18 มีความเสี่ยงที่จะให้เป็นมะเร็งปากมดลูกมากที่สุด

2. กลุ่มความเสี่ยงต่ำ หมายถึงเชื้อเอชพีวีที่ทำให้เกิดโรคหูดหงอนไก่ที่เห็นเป็นติ่งเนื้อขึ้นที่อวัยวะเพศทั้งในผู้ชายและผู้หญิง แต่ไม่ทำให้เกิดมะเร็ง เชื้อโรคเอชพีวีในกลุ่มนี้ คือสายพันธุ์ 6, 11, 42-44, 53-55, 62 และ 70 โดยสายพันธุ์สำคัญที่เป็นสาเหตุคือ สายพันธุ์ 6 และ 11
สมัยก่อนที่เรายังแยกสายพันธุ์สายพันธุ์ของเชื้อเอชพีวีไม่ได้มากมายอย่างนี้ เราพบเชื้อนี้ค่อนข้างบ่อยในที่เป็นหูดหงอนไก่เลยเชื่อกันมานานเลยเชื่อกันมานานว่าเชื้อเอชพีวีทำให้เกิดเฉพาะโรคหูดหงอนไก่ โดยไม่เคยเฉลียวใจเลยว่าเจ้าเชื้อนี้บางสายพันธุ์ทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูก กว่าจะรู้เมื่อไม่นานมานี้ คนไทยก็ตายจากโรคนี้ไปนานมากแล้ว

ถ้าลองพิจารณาถึงปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ผู้หญิงเป็นโรคมะเร็งปากมดลูกกันใหม่ จะเห็นว่าปัจจัยส่วนมากเกี่ยวข้องกับการที่คนเราต้องมีเพศสัมพันธ์บ่อยครั้ง ซึ่งก็ตรงไปตรงมาว่าย่อมเสี่ยงที่จะติดเชื้อโรคเอชพีวีมากขึ้น ส่วนที่คนยิวเป็นโรคนี่กันน้อยเคยเชื่อกันว่าเกี่ยวข้องกับเผ่าพันธุ์หรือกรรมพันธุ์ พอศึกษาดูให้ดีก็พบว่าคนยิวมีการขลิบปลายอวัยวะเพศของผู้ชายตั้งแต่เป็นเด็ก และมีการรักษาอวัยวะเพศได้ดี เลยทำให้โอกาสมีเชื้อโรคเอชพีวีสะสมอยู่เป็นไปได้ยาก แม้จะมีเพศสัมพันธ์บ่อย มีลูกมากก็ไม่ทำให้เกิดโรคมะเร็งปากมดลูกด้วยประการฉะนี้


ติดเชื้อเอชพีวีแล้วมีอาการอย่างไร ?

ผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์แล้วทุกคน มีโอกาสติดเชื้อเอชพีวีง่ายมาก ผลการศึกษาทางการแพทย์บางรายงานว่าอาจมากถึงร้อยละ 50-80 เพราะเชื้อโรคนี้ติดต่อง่ายมาก อย่างไรก็ตามมีความจริงที่อยากจะบอกท่านผู้อ่านเพื่อจะได้ไม่ตืนตระหนกจนเกินไป ก็คือประมาณร้อยละ 90 ของคนที่ติดเชื้อนี้เชื้อโรคจะหายไปเอง เหลือเพียงแค่ร้อยละ 10 ที่ไม่หายและกลายเป็นมะเร็งในที่สุด ซึ่งก็ต้องเวลายาวนานกว่าจะได้เป็นมะเร็งคือประมาณ 10-15 ปี

คนที่ติดเชื้อโรคนี้มักไม่มีอาการอะไรให้เห็นชัดเจน ดังนั้นผู้หญิงส่วนใหญ่จะไม่ทราบหรอกว่าตัวเองกำลังติดเชื้อเอชพีวีอยู่ถ้าไม่ตรวจภายใน แล้วเอามูกบริเวณปากมดลูกไปตรวจหาเชื้อเอชพีวีที่ปากมดลูกแน่ ก็ยังไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี เพราะร้อยละ 90 โรคนี้จะหายไปได้เอง การจะรีบรักษาโดยการตัดปากมดลูกหรือมดลูกทิ้งน่าจะเกินกว่าเหตุ แต่ถ้าไม่ทำอะไรก็จะกังวลไม่เลิกว่ามันจะกลายเป็นมะเร็งหรือเปล่าแค่คิดก็ปวดหัวทั้งหมอทั้งคนไข้แล้วครับ ดังนั้นเท่าที่ทำกันอยู่ก็คือ ต้องพยายามตรวจเช็กมะเร็งปากมดลูกบ่อยๆ ว่าเป็นหรือไม่ ถ้าเป็นจะได้รีบรักษา


ป้องกันด้วยวัคซีนดีกว่าไหม ?

ในเมื่อเรารู้แล้วว่ามะเร็งปากมดลูกเกิดจากเชื้อเอชพีวี วิธีป้องกันที่ดีที่สุดก็คืออย่าให้ร่างกายของเราต้องติดเชื้อโรคนี้ ซึ่งวิธีการก็คือเอาเชื้อโรคนี้มาผ่านขบวนการในการผลิตเป็นวัคซีน เหมือนกับโรคร้ายแรงอื่นๆ อีกหลายโรค เช่น โปลิโอ บาดทะยัก คอตีบ เป็นต้น แล้วฉีดให้กับผู้หญิงที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์เพื่อจะได้มีการสร้างภูมิต้านทานต่อโรคนี้ขึ้นในร่างกาย ต่อไปภายหลังเมื่อมีเพศสัมพันธ์และเผอิญติดเชื้อโรคนี้จากคู่นอนก็จะได้ไม่เป็นโรคนี้

ณ วันนี้ มีการผลิตวัคซีนป้องกันโรคนี้ขึ้นมาใกล้เสร็จเต็มทีแล้ว ผมคิดว่าคงไม่เกินสิ้นปีนี้ ผู้หญิงไทยคงมีโอกาสได้ฉีดวัคซีนนี้กันอย่างแน่นอน ที่ผมยังกังวลอยู่ก็คือไม่แน่ใจว่าราคาจะแพงซักแค่ไหน ถ้าแพงมากโอกาสของคนที่จะได้ฉีดก็อาจจะต้องลดลง ก็อยากฝากทางรัฐบาลให้ช่วยคิดๆ ไว้บ้างนะครับว่าพอจะช่วยเหลือได้อย่างไรหรือไม่

ที่อยากจะเรียนอีกอย่างก็คือ ขณะนี้เชื้อเอชพีวีที่นำมาทำวัคซีน นำมาเพียงไม่กี่สายพันธุ์ เช่น สายพันธุ์ 16, 18, 6 และ 11 ส่วนสายพันธุ์อื่นอีกตั้งหลายสายพันธุ์ยังไม่ได้เอามาทำวัคซีน เพราะถ้าเอามาทำทั้งหมด ขบวนการผลิตจะยิ่งยุ่งยากมากขึ้น ค่ายาจะยิ่งแพงขึ้น ตอนนี้เลยเลือกเอาเฉพาะสายพันธุ์ที่พบเป็นสาเหตุบ่อยๆ ก่อนก็คือสายพันธุ์ที่กล่าวถึง 4 สายพันธุ์ข้างต้นนั่นแหละครับ เพราะฉะนั้นคงต้องบอกไว้ก่อนว่าถึงจะฉีดวัคซีน ก็ป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกได้ประมาณร้อยละ 70 เท่านั้น ส่วนที่เหลือยังอาจเป็นมะเร็งอยู่เพราะยังมีเชื้อเอชพีวีอีกหลายสายพันธุ์ที่ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน

อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อว่าด้วยพัฒนาการที่ไม่หยุดหย่อน อีกไม่น่าจะนานวัคซีนที่ผลิตน่าจะมีคุณภาพดีขึ้น ป้องกันเชื้อเอชพีวีได้มากสายพันธุ์ขึ้น จนครบทุกสายพันธุ์ในที่สุด และวันนั้นจะเป็นวันจบสิ้นการเป็นโรคมะเร็งปากมดลูกของหญิงไทยและหยิงทั้งโลกกันเสีย วันนี้การเริ่มต้นเพื่อไปสู่การสิ้นสุดของโรคมะเร็งปากมดลูกได้เริ่มแล้วครับ


(update 1 สิงหาคม 2007)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่ Vol.140 June 2007]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600