RAISING BOYS RAISING GIRLS


หมอมีโอกาสได้ดำเนินการสัมนาหัวข้อเรื่อง RAISING BOYS & RAISING GIRLS มีวิทยากรรับเชิญ คือ พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ พญ.พัชรี พรรณพานิช และมีคุณพ่อคุณแม่อุ้มลูก คุณย่าคุณยายจูงหลานมาร่วมฟังหลายร้อยคน นั่งฟังกันตั้งแต่ 9 โมงกว่าๆ จนบ่ายคล้อยก็ยังซักถามกันอยู่ แสดงว่าเรื่องนี้กำลังอยู่ในใจของท่านจริงๆ

แรกเริ่มเดิมทีก็มีคนสงสัยว่าทำไมเราจึงพูดเรื่องนี้กัน ก็เพราะระยะหลังมีค่านิยมในการเบี่ยงเบนทางเพศสูงขึ้น มีเพศที่ 3 คือตุ๊ดและเกย์ เพศที่ 4 คือ เลสเบี้ยนและทอม มีจำนวนเพิ่มขึ้นในทุกสาขาวิชาชีพซึ่งการจัดสัมมาไม่ได้มีจุดหมายที่จะต่อต้านแต่ประการใด เพียงแต่เพื่อมให้คุณพ่อคุณแม่ได้มีข้อมูลที่แตกต่างระหว่างเพศทั้งสองมิใช่เฉพาะทางกายวิภาคเท่านั้น แต่ต่างกันทั้งสมอง ความรู้สึกนึกคิด ค่านิยม พฤติกรรม อารมณ์ จิตใจ

เริ่มจากวิทยากรได้ปูพื้นฐานของความแตกต่างที่เกิดขึ้น ทั้งจากพันธุกรรมโภชนาการ การเลี้ยงดูและสิ่งแวดล้อมโดยธรรมชาตินั้นเพศชาย เพศหญิง แตกต่างกันตั้งแต่สมองแล้ว

โดยเพศชายมีสมองที่มีขนาดใหญ่กว่าเพศหญิงร้อยละ 10-20 มีเส้นรอบวงของสมองมีขนาดใหญ่กว่าเพศหญิงร้อยละ 20 ในสมองมีระดับเทสโตสเตอโรน (ฮอร์โมนเพศชาย) มากกว่าเพศหญิงถึง 20 เท่า

ฮอร์โมนเพศชายจะกำหนดความเป็นเพศ อารมณ์ พฤติกรรมด้านความสามารถเพสชายจะมีพรสวรรค์ด้านมิติสัมพันธ์บอกระยะทางได้ดี บอกทิศทางได้ดีกว่าเพศหญิง เช่น ถ้าให้ผู้หญิงอ่านแผนที่ หรือนำทางมีโอกาสหลงง่ายกว่า ผู้ชายจะบอกในลักษณะ 3 มิติได้ดีกว่า ซึ่งเห็นได้ตั้งแต่เล็กๆ เช่น เด็กผู้ชายจะเล่นต่อบล็อกได้ดี

ซึ่งเรื่องนี้แพทย์หญิงอัมพรได้กล่าวเสริมว่ามีเด็ก 2 คน เป็นเพศชายกับเพศหญิงอายุ 5 ขวบเท่ากัน พอได้รีโมทมาเด็กชายจะสนใจการทำงานและกดปุ่มจนสำเร็จ ส่วนเด็กหญิงจะหาของสวยๆ มาใส่หรือเอาโบว์มาผูก ซึ่งแสดงถึงการทำงานของสมองที่แตกต่างกัน

ในคนปกติสมองซีกซ้ายและขวาต้องทำงานสมดุลกัน โดยมีตัวเชื่อมที่ภาษาแพทย์เรียกว่า CORPUS CALLOSUM ในเด็กชายส่วนนี้จะเล็กกว่าเด็กหญิง แสดงว่าการประสานงานของใยประสาทระหว่างสมอง 2 ซีก ของเพศหญิงทำงานได้ดีกว่ามีความละเอียดอ่อนกว่า คิดรอบด้านหรือละเอียดลึกซึ้ง รอบคอบ ไตร่ตรองมากกว่า

ในขณะที่เด็กชายหรือผู้ชาย เวลาคิดจะใช้สมองซีกซ้ายด้านเดียว เพศชายจะสนใจด้านตัวเลข คณิต วิทย์ สนใจการทำงานทีละอย่าง เวลาพูดจะพูดคล้ายออกคำสั่ง

ผู้หญิงจะถนัดหรือมีความสามารถด้านภาษา การพูดจาหว่านล้อมเก่งกว่าผู้ชายถ้ามาพิจารณาเราคงได้ ดี เอ็น เอ จากบรรพบุรุษยุคหินหมื่นปีก่อน ที่ผู้ชายมุ่งหน้าออกล่าสัตว์เพื่อนำมาเป็นอาหารอย่างเดียวส่วนผู้หญิงก็อยู่บ้านทำงานเลี้ยงลูก ทำกับข้าว ดูแลบ้าน ซักผ้า ฯลฯ จึงต้องมีการวางแผนการทำงานเป็นขั้นตอน และทำเชื่อมโยงให้เสร็จภารกิจ

ในขณะที่ผู้ชายชอบพูดอะไรตรงๆ ตรงเผงเลย ไม่ชอบอ้อมค้อมให้เสียเวลา ส่วนผู้หญิงชอบชักแม่น้ำทั้ง 5 มาอธิบาย

ส่วนการเล่นนั้น เด็กชายชอบเล่นต่อบล็อก ชอบการต่อสู้ ผจญภัย จินตนาการเป็นไอ้มดแดง หรือฮีโร่ต่างๆ ทางทีวี เช่น SPIDERMAN แฮรี่ พอตเตอร์ ฯลฯ ส่วนเด็กผู้หญิงจะมีพรสวรรค์ทางด้านภาษา การเจรจา ฟังคำสั่ง มีความสามารถด้านการอธิบาย สื่อทางภาษาได้ดี การรับรู้ อารมณ์ ความรู้สึก และสามารถทำอะไรได้หลายๆ อย่างในเวลาเดียวกัน

แต่มักทำอะไรไม่เป็นแบบแผนนัก อ่อนไหว และตีความด้านอารมณ์ พูดง่ายๆ ว่ามักเอาด้านอารมณ์เข้ามาร่วมในการตัดสินใจ

สรุปว่า เพศหญิงละเอียดอ่อน มักนำข้อมูลต่างๆ มร่วมกับการตัดสินด้านอารมณ์และมีสัมพันธภาพเชื่อมโยงกันมักพูดจาต่อรองได้ดี และชอบที่จะเจรจาหว่านล้อมมากกว่าการออกคำสั่ง

ทั้งสองเพศเมื่ออายุ 6-17 ปี จะสามารถบอกอารมณ์ของตนเองได้ว่า สุข ทุกข์ เศร้า โกรธ ฯลฯ เมื่ออายุ 17 ปี จะบอกได้ถึงเหตุผลว่าทำไมจึงโกรธ หรือไม่พอใจเรื่องอะไร ทั้งนี้เพราะการรับรู้อารมณ์ ส่งสัญญาณสู่สมองส่วนหน้า (PREFRONTALLOBE) เพื่อนำมาคิดพิจารณา แต่ผู้ชายบางคนเกิดอารมณ์แล้วอธิบายไม่ได้ว่าเกิดได้อย่างไร

เด็กผู้ชายที่มีลักษณะเบี่ยงเบนเป็นตุ๊ดอาจจะมีผลต่อสมองโดยตรง เช่น ได้รับฮอร์โมนเพศ หรือความผิดปกติของสมองทำให้ไม่สามารถแก้ไขได้ ถ้าคุณพ่อคุณแม่เห็นความผิดปกติ อย่าละเลยที่จะพยายามโน้มน้าวด้วยการพูดคุยหรือชักชวนลูกทำกิจกรรมที่เหมาะสมกับเพศชาย เช่น เล่นกีฬาของเด็กผู้ชาย เพื่อแก้ไขให้ถูกเพศ ถ้าแก้ไขไม่ได้จริงๆ ควรปรึกษาแพทย์

คุณพ่อคุณแม่เป็นบุคคลที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการเลี้ยงลูกให้ถูกเพศ ซึ่งจากการวิจัยทางวิทยาศาสตร์พบว่า ความฉลาดของคนเรานั้นมีปัจจัยสำคัญอยู่ที่โครโมโซม (X CHROMOSOME) ซึ่งจะส่งผลต่อลูกสาวและลูกชายเท่าๆ กัน เพียงแต่ลูกสาวมี 2 เอ็กซ์ (XX) และลูกชายมีเอ็กซ์กับวาย (XY)

ถ้าคุณแม่จะบอกว่าลูกนั้นเก่งมาจากโครโมโซมของแม่ก็ไม่ผิดอะไร แต่ถ้าไม่ได้คุณพ่อ ก็ไม่มีลูก และถ้าไม่ได้การเลี้ยงดูที่ดีจากพ่อแม่ ลูกก็ไม่ฉลาดและเป็นคนดีอย่างแน่นอน

เด็กที่อายุต่ำกว่า 2 ปี จะยังไม่สามารถแยกได้ชัดเจน เมื่ออายุ 3 ปีไปแล้ว เขาจะบอกใครๆ ได้ว่า หนูเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย

ส่วนการเลี้ยงดูในวัยเด็กระหว่างเด็กชายและเด็กหญิงนั้น จะต้องการการเลี้ยงดูคล้ายๆ กัน แต่เด็กชายจะมีแอ็กทีฟมีพลังมาก ต้องการพลังจากพ่อแม่อย่างมาก ซึ่งพ่อแม่ก็ต้องตามให้ทัน โดยเฉพาะพ่อแม่ที่มีแต่ลูกสาว จู่ๆ มาได้เจ้าตัวเล็กเป็นผู้ชายต้องเตรียมพละกำลังมหาศาล เพื่อตามลูกและเล่นกับลูกให้สนุก

ข้อเตือนใจสำหรับพ่อแม่ที่มีลูกหน้าตาน่ารัก ผิวพรรณผุดผ่องใส แก้มยุ้ยสีชมพู ดังทาชาด ดูจิ้มลิ้มพริ้มเพรา อายุ 6 ปี มีคนมาจูบแก้ม จับแก้มยุ้ยๆ ว่าน่ารักเหมือนเด็กหญิง เขาจะไม่พอใจเพราะเขารู้แล้วว่าเขาเป็นผู้ชาย และจะชัดเจนมากในช่วงที่เด็กอยู่ ป.2 ป.3

นอกจากนี้เด็กผู้ชายที่พ่อแม่เลี้ยงมาเหมือนตุ๊กตา ชอบเล่นตุ๊กตาบาร์บี้ ชอบให้ลูกนุ่มนิ่ม เด็กก็อาจจะเคลิ้มใจที่ได้เป็นเหมือนเด็กผู้หญิง

ดังนั้น ถ้าไม่อยากให้ลูกผิดเพศ ควรสนับสนุนความเป็นผู้ชาย เช่น ชมความเป็นนักกีฬาของลูก ชมว่าลูกชายเก่งที่จำทิศทางได้ดี ชมบทบาทผู้ชายของลูก

สำหรับ Single parent ที่แม่คนเดียวต้องเลี้ยงลูกชาย ก็ควรให้เขาได้เล่นกับเพื่อเพศชายตั้งแต่เล็กๆ เช่น นำไปเข้ากิจกรรม ต่างๆ และเมื่อเขาเข้าโรงเรียนได้เห็นพี่ชาย คุณครูผู้ชาย ญาติพี่น้องผู้ชายก็มี เพื่อนชายก็มี ส่วนแม่ก็เป็นแม่ที่อ่อนโยนเหมือนเดิม ไม่ต้องเปลี่ยนท่าทางเป็นสาวห้าว

เพราะฉะนั้นรูปแบบในครอบครัวสำคัญมาก ถ้าลูกดูพ่อปฏิบัติต่อแม่อย่างอ่อนโยน ช่วยเหลืองานบ้าน พูดจาดีๆ ไม่ทะเลาะ ขึ้นเสียงหรือก้าวร้าว อาจจะโอบกอดแม่ โอบกอดลูกบ้าง ลูกจะรู้สึกอบอุ่นและมีคุณค่า เด็กหญิงจะมีความสุขและชื่นชมในความเป็นเพศของตน มองเพศตรงข้ามอย่างเป็นมิตร

ถ้าพ่อรุนแรงกับแม่ เขาจะคิดว่าผู้หญิงไม่ดีเลย ด้อยกว่าผู้ชาย ทุกทาง เขาจะเปลี่ยนเป็นสาวห้าวหรือสาวทอมได้ ตรงกันข้าม ถ้าแม่ข่มพ่อมาก ข่มขู่ตลอด ดุว่า ดูถูกจะมีผลต่อลูกแน่นอน

ดังนั้นการเลี้ยงลูกให้ถูกเพศมีความสำคัญมากเหมือน พ่อปู แม่ปู เป็นรูปแบบให้ลูกปู ถ้าเรามีสติ ระลึกอยู่ตลอดเวลาลูกเราจะมีสุขกับเพศที่เหมาะสม เป็นคนเก่ง คนดี และมีสุขได้


(update 25 สิงหาคม 2006)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 24 ฉบับที่ 281 มิถุนายน 2549 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600