สหรัฐ จีน ไทย กับการพัฒนา


ในระยะที่ผ่านมา หมอต้องเข้าไปร่วมกิจกรรมเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กไทยหลายกิจกรรม หลายโอกาส หลายสถานที่ ทำให้ได้ข้อคิดดีๆ หลายเรื่อง นับตั้งแต่ได้พบกับครูเก่าคือ PROFESSOR BRAZELTON ผู้ค้นพบทฤษฎี TOUCHPOINT จากสหรัฐอเมริกา ท่านอายุเกิน 80 ปีและยังมีสมองฉลาดปราดเปรื่อง จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (HARVARD)

สมัยเมื่อ 37 ปีก่อนหมอเคยเป็นแพทย์ประจำบ้านของโรงพยาบาลเด็ก มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ต้องดูแลคนไข้หลากหลายโรค ส่วนมากสมัยนั้นจะเพ่งเล็งแต่ทางกาย รักษาหายจากโรคก็ประสบความสำเร็จแล้ว แต่ DR.BRAZELTON มาเน้นให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตของคนไข้และครอบครัว ทำอย่างไรให้เขามีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีสุข แม้นเกียษณแล้วท่านยังแอ็คทีฟมาก

สมัยก่อนสหรัฐฯ จะให้แม่ลาคลอดแค่ 45 วัน ในสภาพที่ยังไม่พร้อมทั้งแม่และลูก แม่ก็ต้องกลับมาทำงาน หมอเองต้องกลับมาทำงานและอยู่เวรตอนกลางคืน รักษาคนไข้ ในขณะที่ต้องฝากลูกตัวเองไว้กับภริยาหมอญี่ปุ่น ซึ่งเขาเองก็มีลูกต้องดูแล หมอละล้าละลังทำงานตลอดคืนอย่างเครียดๆ ว่าลูกเราจะได้รับการดูแลดีไหม ตกเตียงหรือเปล่า ได้กินนมบ้างไหม สุขภาพจิตแย่ๆ กันทั้งนั้น

ต่อมาภายหลัง DR.BRAZELTON นี้เป็นผู้เข้าไปเสนอในรัฐสภาสหรัฐฯ จนมีมติให้ลาคลอดได้ 90 วัน โดยท่านนำภาพวิดีโอเด็กที่น่าสงสารเวลาแม่จากไป เด็กจะมีปฏิกิริยา โหยหา ซึมเศร้า น่าสงสารอย่างไร รวมทั้งข้อมูลทางวิชาการอีกมากมาย

จากการวิจัยพบว่า การให้นมแม่ดีที่สุดสำหรับเด็ก ถ้าพักคลอดนาน 3 เดือนจะช่วยเด็กทารกรอดปลอดภัยมาก เพราะเด็กต้องการแม่มากที่สุดกว่าใครๆ ในโลกนี้ ท่านทำวิจัยไม่หยุดยั้งทั้งในสหรัฐฯ และต่างประเทศ เป็นข้อเท็จจริงที่มีประโยชน์อย่างยิ่งในการพัฒนาเด็ก การที่สหรัฐฯ ยอมให้แม่ลาคลอด 3 เดือนเป็นสิ่งมหัศจรรย์ เพราะประเทศนี้มีแต่งานๆๆ เงินๆๆ มีแต่วัตถุนิยม ธุรกิจ เวลาเป็นเงินเป็นดอลล่าร์ๆๆ

หยุดงานแค่ 45 วันสหรัฐฯ เขาก็คิดว่ามากพอ เสียงานเสียการองค์กรไปมากแล้ว การต่อสู้ให้พักเกิน 45 วันกินเวลายาวนานมากกว่าจะสำเร็จ จึงถือว่าครูของหมอคนนี้เป็นผู้มีคุณูปการต่อเด็ก ซึ่งกระแสนี้ทำให้หลายประเทศขยายเวลาลาคลอดเช่นกัน รวมทั้งประเทศไทยด้วย

DR.BRAZELTON เป็นที่ยอมรับนับถือทั่วโลก มีลูกศิษย์กระจายไปหลายๆ ประเทศ เรื่องของ TOUCHPOINT มีคนไม่เข้าใจกันมากว่า แปลตรงตัวคือ การแตะตรงจุดหรือจุดที่แตะ คือแตะที่ไหนกันแน่ ความหมายคือ ในเด็กแต่ละคนและแต่ละจังหวะการพัฒนานั้น เราสามารถยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือแม่และเด็กได้ เพราะจะมีปัญหาเข้ามามากมาย ถ้าเข้าใจผิดและแก้ไขไม่ถูกต้อง จะเกิดผลเสียต่อเด็กและครอบครัว

หมอเองประสบเสมอๆ ทั้งการตอบจดหมายทางรักลูก ถามตรงส่วนตัว ผ่านรายการทีวีของรักลูก โทรศัพท์เข้าทางบ้าน ฝากถามมา ถามในรายการสัมมนา ฯลฯ ล้วนแต่ปัญหาที่พ่อแม่ไม่เข้าใจพัฒนาการของลูกแต่ละจังหวะชีวิต บางทีถูกมองว่าเหลวไหล เข้าใจผิดบ้าง โกรธลูกบ้าง กลัวเกรงจะมีอันตรายบ้าง บางรายวิตกจริตมากไป พ่อแม่เครียด บางรายลูกเครียด ฯลฯ

ที่พบบ่อยคือ ลูกร้องมาก ไม่หลับไม่นอน เป็นโคลิกหรือเปล่า จะทำอย่างไร ลูกอาละวาด ลงมือลงเท้า ลูกกรี๊ด ลูกไม่ยอมนอน ลูกไม่ยอมกิน ลูกดื้อ (แล้วพ่อแม่ดื้อล่ะ ลูกอยากถามบ้าง) ลูกไม่ยอมไปโรงเรียน ลูกรังแกน้อง รักแกพี่ ลูกติดแม่ ฯลฯ ถ้าเข้าใจในเรื่อง TOUCHPOINT แล้วจะแก้ไขได้ก่อนปัญหาเกิดด้วยซ้ำ

หมอเองเสนอว่า ควรจะมีการฝึกอบรม “ทักษะ” การช่วยเหลือพ่อแม่ ผู้ดูแลเด็ก และเด็กในเรื่องนี้ ซึ่งในโอกาสข้างหน้าคงจะมีหน่วยงานทำด้านนี้เพื่อเผยแพร่ต่อไป ซึ่งขณะนี้ทางสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว ของมหาวิทยาลัยมหิดล ที่ศาลายาก็ได้เริ่มโปรแกรมนี้แล้ว เชื่อว่าคงจะมีหลายหน่วยงานและกุมารแพทย์ได้นำไปใช้ในอนาคต

ในระยะใกล้เคียงกัน หมอได้รับเชิญจากสมาคมแพทย์ ประเทศจีน ให้ไปเยือนเพื่อสัมพันธไมตรี เพราะทีมของเขาเคยมาเยือนประเทศไทยแล้ว ทีมของเรานำโดยนายกสมาคมซึ่งเป็นสตรีคือ ศ.พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์ ตัวหมอเป็นประธานวิชาการ และมีคณาจารย์ไปอีกรวมทั้งสิ้น 8 คน

ขณะที่บ้านเราร้อนๆๆ ที่ปักกิ่งอุณหภูมิสบายๆ 8-10 องศาเซลเซียส ได้เห็นความเจริญผิดแผกแตกต่างจากครั้งก่อนที่หมอเคยไปปักกิ่งเมื่อ 12 ปีอย่างมากมาย กองทัพจักรยาน 2 ล้อ รถเข็นโทรมๆ ในท้องถนนหายไป เครื่องแต่งกายสีตุ่นๆ เชยๆ แบบคอมมูนไม่มีแล้ว มีแต่การแต่งกายแบบตะวันตก แต่งสูททันสมัย ผู้หญิงก็แต่งกันเปรี้ยวๆ เหมือนปารีสเช่นกัน ผู้คนดูแจ่มใส ดูโภชนาการดี มีความสุข

ประชากรจีนเพิ่มจาก 1,200 ล้านคน เป็น 1,400 ล้านคนอย่างรวดเร็ว แม้นนโยบายจะคุมให้เด็ก 1 คนต่อ 1 ครอบครัว หากมีลูกคนที่ 2 จะมีโอกาสรับเงินน้อยลง ในท้องถนนหาผู้หญิงท้องยาก ในเวลาเที่ยวเตร่ของครอบครัว ถ้ามีเด็กมาด้วย 1 คน ไม่ว่าจะเพศหญิงหรือชายจะราวกับเจ้าหญิงน้อยหรือเจ้าชายน้อย

เด็กจะดูอ้วนท้วน สุขภาพดี แก้มป่องๆ เพราะไม่ว่าพ่อแม่จะดูจนๆ หรือดูพอมีฐานะ แต่ลูกจะแต่งแต้มเต็มที่ทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ แถมอาม่าอากงจะเอาใจกันสุดๆ เลย ถ้าไม่ได้อย่างใจคุณเธอก็จะอาละวาดดิ้นปัดๆ เหมือนเด็กเอาแต่ใจตัวยังไงยังงั้น คนจีนยังนิยมเด็กชายมากกว่าเด็กหญิง จนมีผู้พยากรณ์ว่าในอนาคตจะหาผู้หญิงจีนมาแต่งงานยากขึ้น เพราะประชากรหญิงจีนจะลดลง

งานประชุมวิชาการสมาคมแพทย์จีนเขายิ่งใหญ่มาก ขนาดวันเปิดประชุมมีการปิดถนน เพื่อนถ่ายภาพแพทย์ร่วม 1,000 คน เป็นกรรมการสมาคมแพทย์จีนมาจากส่วนต่างๆ ของประเทศ ถ่ายภาพร่วมกับแพทย์ประเทศต่างๆ รวมทั้งไทยด้วย เมื่อทุกคนพร้อมแล้ว ตัวรัฐมนตรีสาธารณสุขซึ่งเป็นสตรีก็จะเดินเข้ามาพร้อมทีมงาน มีการปรบมือต้อนรับกันสนั่น เวลากล่าวสปีชในการประชุมก็จะปรบมือเป็นระยะๆ คล้ายๆ การพูดหาเสียงเวลาเลือกตั้ง ส่วนตัวนายกสมาคมแพทย์จีนคนใหม่เป็นแพทย์ชาย ชำนาญการด้านทรวงอก คล้ายรัฐมนตรีสาธารณสุขสุชัยของเรา เคยมางาน WORLD ASTHMA ที่เมืองไทยเมื่อปี 2547 และประทับใจประเทศเรามาก

งานวิชาการน่าสนใจสำหรับแพทย์เสมอไม่ว่าไปประเทศไทย ก็จะได้อะไรดี กลับไปบ้านเราทุกครั้ง แต่ที่น่าทึ่งมากๆ คือประเทศจีนเจริญเร็วมาก การคมนาคมสะดวก ไม่ว่าจะไปที่ไหนจะเห็นถนนกว้างใหญ่ ตึกระฟ้า ตึกใหม่ๆ ทัศนียภาพงาม ความสะอาดดีขึ้นมาก ไม่ว่าจะเป็นเมืองหลวงหรือเมืองอื่นๆ ผู้คนมีงานทำ มีรายได้ถ้วนหน้า มีการศึกษาดีขึ้น กินอยู่ดีขึ้น ผู้คนขยันขันแข็ง มีคุณภาพชีวิตดีกว่าเดิมมาก จึงไม่แปลกใจที่ในอนาคตจีนจะเป็นมหาอำนาจของเอเชีย แซงหน้าญี่ปุ่นได้

ออกจากปักกิ่ง พวกเราบินไปเฉินตู ซึ่งถ้าบอกว่าเป็นเมืองของเล่าปี่ในสามก๊กทุกคนจะร้องอ๋อ เป็นเมืองหลวงของมลรัฐเสฉวน มีความเจริญมากเช่นกัน แต่อากาศหนาวเย็น ยิ่งขึ้นไปจิวไจ่โกอากาศเย็นจัดถึงติดลบ และมีหิมะตกด้วย พื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 3,000 เมตร (3 กิโลเมตร) หายใจอึดอัดหน่อยเพราะอากาศบาง ออกซิเจนน้อย สำหรับคนสุขภาพไม่ดีต้องระวังร่างกายมากๆ ขนาดหมอเองเคยอยู่เมือง DENVER สหรัฐฯ ที่เรียกว่า 1 mile high city ในสหรัฐฯ อยู่นาน 2 ปีกว่า ร่างกายก็ปรับตัวได้

เมื่อมาถึงจิวไจ่โกต้องพยายามหายใจยาวๆ และจิบน้ำเอาไว้ เพื่อให้เลือดขึ้นไปเลี้ยงสมองเพียงพอ จิวไจ่โกจะสวยที่สุดคือเดือนตุลาคม เมื่อใบไม้เปลี่ยนสีสวยสดงดงามสะท้อนลงไปในทะเลสาบสีเขียวมรกต ซึ่งมีมากหลากหลายแห่ง บางแห่งทะเลสาบสวยสีเหมือนขนนกยูง แต่เดือนเมษายนที่หมอไปไม่มีใบไม้งาม แต่มีหิมะ แถมหิมะตกให้ดูในหุบเขา บนทิวเขาสูง ลำธารและน้ำตกสวยมากๆ และแปลกกว่าที่เคยเห็นในสหรัฐฯ ที่หมออยู่มา 4 ปีครึ่ง คือหล่นลงมาเป็นปุยตามด้วยเม็ดกลมเหมือนไข่มุกเลย เหมือนโฟมที่ทำเป็นรูปไข่มุกหล่นลงมาไม่ขาดสาย

วันแรกหมอสุขภาพดีมาก หมอคิดว่าร่างกายคงปรับตัวได้แล้ว แต่พอคืนที่ 2 เที่ยงคืนรู้สึกแปลกๆ นอนเท่าไรไม่หลับ อึดอัดๆ ลองจับชีพจรตนเองพบว่าเพิ่มจากปกติ อยู่ประมาณ 6-70 กลับสูงขึ้นเกิน 90 ต่อนาที ไม่ค่อยจะดี ตอนตี 2 ลุกขึ้นกินยาแล้วนอนอุบนิ่ง เกรงใจคุณหมอรุ่นน้องเพื่อนร่วมห้องที่เดินทางร่วมกันจะเป็นกังวล เพราะเธอเองก็บ่นว่าปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า เธอรีบเข้านอน เกรงเธอจะเป็นกังวล หมอนอนคลำชีพจรตนเอง ค่อยๆ ลดลงตามลำดับ จึงนอนหลับได้ ตื่นเช้าชีพจรเข้าที่ปกติ 70 ครั้งต่อนาที มีแรงออกไปชื่นชมธรรมชาติต่อไปได้

ที่หมอประทับใจคือ ผู้นำทัวร์เป็นเด็กสาวอายุ 23 ปี ตัวอ้วนกลม แก้มแดงเหมือนตุ๊กตาจีน เพิ่งจะจบปริญญาตรีมานำทัวร์ได้ไม่กี่ครั้ง พูดภาษาอังกฤษได้ดี พวกเราก็เมตตาเหมือนลูกหลาน นำถูกๆ ผิดๆ ก็ให้อภัย ตอนเราบินกลับกรุงเทพฯ เขาถึงกับร้องไห้อาลัย เล่าให้ฟังว่าเป็นลูกคนเดียวของครอบครัวเหมือนคนจีนทั่วไปที่มีลูกคนเดียว พ่อแม่ก็ทำงานยุ่งเหมือนพ่อแม่ไทยสมัยนี้ ปู่จึงเป็นคนดูแล เขารักปู่มาก ปู่ก็รักเขามากเช่นกัน ปู่จะดูแลบ้าน แม่และย่าถ้าว่างจะเล่นไพ่นกกระจอกซึ่งเขาไม่ชอบเลย ครอบครัวคนจนทุ่มเทเพื่อการศึกษาของลูกเต็มที่

เด็กคนนี้เขามีความคิดเห็นเป็นอิสระ ช่างคิด ช่างถาม ช่างพูด มีปฏิภาณไหวพริบดี เรียนรู้ตอลดเวลา ฉลาด แต่ก็ยังสุภาพแบบคนตะวันออก พอดีมีแพทย์อาวุโสท่านหนึ่งอายุไร่เรี่ยกับปู่ของเขา คุณหมอให้คำแนะนำการดูแลทัวร์อย่างดี เขาจึงซาบซึ้งมากว่าเหมือนคุณปู่ของเขาเลย

เฉินตูมีเมืองใต้ดิน เหมือนๆ กันกุ้ยหลิน ที่เมืองใต้ดินกว้างใหญ่มาก หมอไปเยือนปีที่แล้ว ลงไปในนั้นแล้วเดินกันเพลิน เหมือนศูนย์การค้าอีกเมือง คนไทยไปกันมากจนพ่อค้าแม่ขายพูดไทยได้ ที่เฉินตูอาหารเสฉวนจะถูกปากคนไทยเพราะมีรสเผ็ด รสเค็ม รสเปรี้ยว คล้ายอาหารไทย บางชนิดจะเผ็ดกว่าอาหารไทย มีพริกทอดผัดกับอาหารต่างๆ ที่ชอบก็คือมีข้าวตังทอดและราดหน้า มาเหมือนก๋วยเตี๋ยวราดหน้า ซึ่งอร่อยและแปลกไปอีกแบบ

โลกกว้างใหญ่ไพศาล ดูบ้านเขา ดูผู้คนและเด็กของเขา แล้วมาดูบ้านเราว่า จะพัฒนาแข่งขันกันอย่างไร ก็อย่าลืมความเป็นไทยก็แล้วกัน


(update 28 มกราคม 2006)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 23 ฉบับที่ 273 ตุลาคม 2548 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600