อันที่จริงวัยรุ่นก็ใช้สมองเหมือนกัน แต่เป็นการใช้สมองส่วน Limbic System ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องอารมณ์
ความรักเวลาวัยรุ่นมีความรักก็จะรักแบบไม่มีเหตุผล เพราะว่าสมองส่วน Cortex ที่ควบคุมความมีเหตุผล
และสมองส่วนหน้า Frontal Lobe ที่ทำหน้าที่ยับยั้งชั่งใจ ควบคุมคุณธรรม จริยธรรม ยังเติบโตไม่เต็มที่
ฉะนั้นความรักของเด็กวัยรุ่นจึงใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล
และในทางจิตวิทยา วัยรุ่นหญิง วัยรุ่นชายมีความรักที่แตกต่างกัน เด็กผู้หญิงจะมีความรักในลักษณะโรแมนติก
คือจะเกิดความรู้สึกระทับใจ อยากอยู่ใกล้ๆ อยากเห็นหน้าคนรัก เป็นการสนองตอบทางอารมณ์
แต่เด็กผู้ชายจะรักในลักษณะที่เรียกว่า อีโรติก คือมีความต้องการทางเพศ เพราะว่าแรงขับภายในของเด็กผู้ชายเป็นอย่างนั้นสมองส่วน Limbic System ซึ่งเกี่ยวข้องกับอารมณ์จะทำงานมาก
เมื่อสมองของเด็กส่วนที่ควบคุมเหตุผลยังไม่เติบโต ฉะนั้นวิธีที่จะป้องกันไม่ให้ฮอร์โมนเพศกระตุ้นสมองส่วนที่เป็นอารมณ์มากเกินไป จำเป็นต้องอาศัยการสอนจากผู้ใหญ่เพื่อไม่ให้เด็กมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ซึ่งการสอนก็เป็นการทำให้สมองส่วนเหตุผลของเด็กพัฒนา
แต่วิธีการสอนวัยรุ่นด้วยและผลไม่พอ เพราะสมองส่วนเหตุผลยังไม่โตเต็มที่ การสอนเพศศึกษาในวัยขนาดนี้จึงต้องสอนให้เกิดความเข้าใจด้วย และจะต้องไปสัมผัสที่อารมณ์ เช่น ถ้าบอกว่า การทำแบบนี้ผิดศีลธรรม เด็กจะไม่ตระหนักแต่จะต้องสอนว่าการทำแบบนี้ทำให้คนอื่นเจ็บปวด ทำให้เกิดการสูญเสีย เสียใจ สมมติว่าถ้ามีเพศสัมพันธ์กันแล้วเกิดตั้งครรภ์ จะรู้สึกอย่างไร ตั้งครรภ์ขณะเรียนหนังสือ หรือไม่ก็ท้องไม่มีพ่อ ฯลฯ เพื่อให้เด็กเข้าถึงอารมณ์ มองเห็นความเจ็บปวด
ควบคู่ไปกับการสอนให้เข้าใจเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสรีระ เข้าใจธรรมชาติของตัวเอง เช่น เป็นสาวแล้วจะมีอารมณ์อย่างไรผู้ชายพอฝันเปียกแล้วมีอารมณ์อย่างไร จะได้รู้จักการระมัดระวังตัว ถ้าวัยรุ่นปล่อยให้ธรรมชาติเรียกร้องโดยไม่ควบคุม ก็อาจจะพลาดท่า
การสอนเพศศึกษาไม่ใช่เป็นการชี้ช่อง แต่เป็นการทำให้วัยรุ่นเข้าใจธรรมชาติของตัวเองและรู้ว่าควรจะปฏิบัตติตัวอย่างไร
เพศศึกษาจึงไม่ใช่แค่เรื่องเซ็กซ์อย่างเดียว อย่างที่ผู้ใหญ่หลายคนเข้าใจ.
(update 13 พฤษภาคม 2006)
[ ที่มา..
teen&family Vol.10 No.119 February 2006 ]
|