โดยทั่วไปคำสองคำนี้จะต้องอยู่กันคนละโลก ต้องแยกขาดจากกัน และเมื่อใดที่ เซ็กซ์ มาเกี่ยวข้องกับศาสนา (ส่วนใหญ่) ก็มักจะเกิดเรื่องหวาดเสียวขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ให้ (พุทธ) ศาสนิกชนสลดหดหู่ใจ ทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวกับตัวศาสนาเพียงแต่ผู้สืบทอดศาสนา (พระ) ไม่สามารถควบคุมเซ็กซ์ของตัวเองได้ และวิถีชีวิตสมัยใหม่ทำให้คนห่างไกลจากวัดอยู่แล้วพฤติกรรมของนักบวชตบะแตกทำนองนี้จึงมีส่วนทำให้ผู้คนเสื่อมศรัทธาศาสนาเพิ่มขึ้น
ปัญหาวัยรุ่นมีเซ็กซ์ก่อนวัยอันควรจึงเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจ ทั้งเด็กๆ เอง และพ่อแม่ผู้ปกครอง ความพยายามที่จะดึงวัยรุ่นให้มาดำเนินชีวิตทางเพศตามทำนองคลองธรรมจึงยากเย็ยบานปลายกลายเป็นปัญหาสังคมระดับชาติไปทั่วโลก มีการรณรงค์หลายวิธีหลายรูปแบบ รวมทั้งโครงการให้วัยรุ่นสวมแหวน ปกป้องพรหมจรรย์ จนกว่าจะถึงวัยอันควรสวมแหวนทองเกลี้ยงๆ บนนิ้วนางซ้ายในวันแต่งงาน
ส่วน
เซ็ก
กับศาสนา ที่นำมาเผยแพร่ต่อไปนี้เป็นข่าวเช่นเดียวกัน แต่สร้างสรรค์กว่าข่าวทั่วไป เป็นข้อมูลที่ได้มาจากโพลสำรวจทัศนคติและพฤติกรรมทางเพศในหมู่วัยรุ่นอายุ 13-16 ปี ของสมาคมวิจัยสำรวจระดับนานาชาติ พรินซตัน ร่วมกับตัวแทนเครือข่ายโทรศัพท์ระดับชาติสำรวจวัยรุ่นอายุ 13-16 ปี และพ่อแม่ ข้อมูลที่ได้ทำให้ได้ความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศของวัยรุ่นและค่านิยมทางเพศรอบด้านมากขึ้น นอกเหนือจากโพลสำรวจที่นิตยสารพีเพิลทำร่วมกับสถานีโทรทัศน์เอ็นบีซี ที่สำคัญก็คือทำให้มองเห็น ตัวช่วย ที่ทำให้วัยรุ่นรู้จักยับยั้งข่มจิตใจมากขึ้น
ผลสำรวจพบว่า
กิจกรรมทางเพศทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นการสัมผัสร่างกายอย่างใกล้ชิด หรือจะลึกซึ้งถึงขั้นร่วมเพศ หรือมีเพศสัมพันธ์แบบ ออรัล ถือเป็นเรื่องปกติสำหรับหมู่วัยรุ่ยชายหญิงที่มีอายุระหว่าง 15-16 ปี (41%)
เด็กผู้หญิงจำนวนมากกว่าเด็กผู้ชายไม่เห็นด้วยกับวิธีการใช้เซ็กซ์เป็นเครื่องมือผูกมัดไม่ว่าจะเป็นการร่วมเพศ หรือออรัลเซ็กซ์
วัยรุ่นในเขตใจกลางเมือง (33%) มีกิจกรรมทางเพศมากกว่าวัยรุ่นที่อาศัยแถบชานเมือง (24%) และวัยรุ่นในชนบทที่ทำเกษตรกรรม (27%) โดยวัยรุ่นแถบชานเมือง พูดถึงออรัลเซ็กซ์ว่าไม่ทำให้เสียความบริสุทธิ์ (45%)
วัยรุ่นที่มาจากครอบครัว คาทอลิก และครอบครัว โปรแตสแตนท์ มีกิจกรรมทางเพศน้อยกว่าวัยรุ่นที่มาจากครอบครัวไม่เคร่งศาสนา (39%) วัยรุ่นที่มาจากครอบครัวคาทอลิกจะมีสติยั้งคิด และรู้จักข่มจิตใจเรื่องเพศมากที่สุดถึง 72% เด็กๆ เหล่านี้จะวิตกกังวลและใส่ใจกับความรู้สึกของพ่อแม่มากกว่าวัยรุ่นที่มาจากครอบครัวโปรแตสแตนท์ (63%) และวัยรุ่นที่มาจากครอบครัวที่นับถือศาสนาอื่นๆ จะรู้จักข่มใจประมาณ 57%
ข้อมูลและตัวเลขที่ผ่านการสำรวจเหล่านี้ น่าจะทำให้สังคมมองเห็นความสำคัญของศาสนา และความเชื่อมั่นศรัทธาในศาสนาแต่ละบ้าน แต่ละครอบครัวที่มีมากน้อยแตกต่างกันไป ก็ส่งผลต่อวิธีคิดวิธีดำเนินชีวิตที่สำคัญความรู้สึกนึกคิดความมีสติรู้จักยับยั้งชั่งใจในเรื่องเซ็กซ์มีผลยิ่งกว่าการ ห้าม ซึ่งไม่ใช่วิธีการที่เหมาะสมเพราะสำหรับวัยรุ่น ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ
น่าเสียดายที่ประเทศไทยเมืองพุทธศาสนาไม่ได้มีการสำรวจลึกซึ้ง แต่ถ้าจะใช้กฎเกณฑ์ของฝรั่งวิเคราะห์ไปพลางๆ ก็คงไม่ต่างกันนัก
สำหรับคนรุ่นใหม่ที่ห่างวัด มองไม่เห็นความสำคัญของศาสนา มักจะคิดว่าวัดวาอารามเป็นสถานที่ของคนแก่เท่านั้น
สิ่งที่พ่อแม่ลูกควรจะทำเสียตั้งแต่เนิ่นๆ นั่นก็คือ หันหน้าเข้าหาวัด ใช้ศาสนาปูพื้นฐานจิตใจให้พวกเขาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก เพื่อจะได้เติบโตขึ้นเป็นวัยรุ่นที่มีสติ มีความยั้งคิด นอกเหนือจากการเข้าวัดทำบุญเพื่อจะได้ขึ้นสวรรค์ในชาติหน้า หรือเข้าวัดเพื่อจะได้เครื่องรางของขลังยิงฟันไม่เข้า ขอเลขเด็ดเพื่อจะได้รวยลัดทันตาเห็น หรือพระเครื่องรุ่น รวยไม่รู้เรื่อง
หันหน้าเข้าหาวัด เพื่อศึกษาคำสอนของศาสนา ลด ละ กิเลสตัณหาราคะ ความอยากมีอยากได้ไม่สิ้นสุดอันเป็นคุณสมบัติของมนุษย์ปุถุชน ขอให้คุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลก นำพาลูกวัยรุ่นของพวกเราก้าวพ้น วิกฤติ เซ็กซ์ก่อนวัยอันควรด้วย
เทอญ.
(update 16 สิงหาคม 2006)
[ ที่มา..
teen&family Vol.11 No.122 May 2006]
|