ในบรรดาเรื่องอันเป็นที่สนใจใคร่รู้ของเหล่าท่านสุภาพบุรุษชายไทย ลูกผู้ชายตัวจริงกระทิงแดงทั้งหลายนั้น
(บางทีคุณสุภาพสตรีก็อาจสนใจเหมือนกัน) เรื่องของ นกเขา มักจะนำมาเป็นอันดับต้นๆ
เสวนาข้างหมอนในฉบับนี้จึงขอนำเสนอเรื่องราวอันน่าหวาดเสียว ขนพองสยองเกล้ายิ่งกว่าเรื่องใดๆ
แอ่น...แอน...แอ๊น เชิญพบกับมีดโกน เอ๊ย! ไม่ใช่ พบกับหัวข้อ ชำแหละนกเขา ได้ ณ บัดนี้
อันว่านกเขานั้นถือเป็นคำเปรียบเปรยอวัยวะส่วนสำคัญของคุณสุภาพบุรุษ ที่ฟังดูชื่อเรียกแล้วแสนจะน่ารัก
และอันที่จริงก็ช่างสอดคล้องกับพฤติกรรมของเจ้าอวัยวะตัวดีนี้เป็นอย่างยิ่ง แหม! ก็มันคอยแต่พยายามจะชูคอแข็ง
ส่งเสียงเจื้อยแจ้วคล้ายกับนกเขาจริงๆ แต่หลายท่านคงจะไม่ทราบถึงที่มาของมัน รวมไปถึงส่วนประกอบต่างๆ
และกลไกที่ทำให้มันแข็งตัวได้จนสามารถยึดครองตั้งตัวเป็นจ้าวโลก
ตรงนี้แหละที่เป็นรายละเอียดของเรื่องราวอันน่าสนใจ ที่ผมอยากจะเล่าให้ฟังกัน
 |
นกเขามีหน้าที่สำคัญ 2 ประการ คือสร้างตัวอสุจิและฮอร์โมนเพศชาย ถือกำเนิดตั้งแต่ทารกยังอยู่ในครรภ์มารดา
ช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์จะเริ่มจากต่อมเพศพัฒนาไปเป็นอัณฑะ สร้างส่วนคลุมอัณฑะและตัวน้ำอสุจิ
ช่วงปลายไตรมาสสอง ตัวนกเขา (องคชาต) จะยาวเพียง 3.5 มิลลิเมตร แต่พอช่วงไตรมาสที่สามจะขยายขึ้น 10 เท่า
และอัณฑะก็จะเคลื่อนตัวลงในถุงอัณฑะ ก่อนจะคลอดออกมาเป็นทารก |
จากนั้นในวัยเด็กจะมีเพียงการเพิ่มระดับฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone) จวบจนอายุได้ 10 ปี
ท่อสร้างอสุจิก็จะคดเคี้ยวมากขึ้นเพื่อเพิ่มการสร้างตัวอสุจิ ซึ่งประกอบด้วยส่วนหัวที่บรรจุหน่วยพันธุกรรม
และส่วนหางที่ใช้ในการว่าย ในขณะเดียวกันที่ผิวหนังบริเวณโคนของนกเขาและหัวหน่าวก็จะมีขนขึ้น
ขนาดของนกเขากับถุงอัณฑะจะใหญ่ขึ้น และเป็นความพิเศษของอัณฑะจริงๆ ที่สามารถผลิตตัวอสุจิได้จนถึงอายุ 90 ปี
ทั้งที่รังไข่ของคุณสุภาพสตรีมักหยุดผลิตไข่เพียงแค่ช่วงอายุ 45-48 ปีเท่านั้น
- การสร้างและการเดินทางของตัวอสุจิ
เป็นกระบวนการที่ถูกควบคุมโดยฮอร์โมนของระบบสืบพันธุ์อันได้แก่ GnRH, LH, FSH และ androgens
ซึ่งสร้างจากการประสานงานของสมอง (ส่วน Hypothalamus) ต่อมใต้สมอง (Pituitary) และอัณฑะ
ซึ่งจะไม่ขอกล่าวรายละเอียดเพราะจะงงไปกันใหญ่ เอาเป็นว่าเมื่อได้รับฮอร์โมนกระตุ้น
ท่อสร้างตัวอสุจิจะผลิตอสุจิ ซึ่งถ้าผลิตได้ดีควรจะมีตัวอสุจิระหว่าง 20-200 ล้านตัวต่อปริมาตร 1 มิลลิลิตร
จากนั้นตัวอสุจิจะไปสะสมอยู่ที่ส่วนคลุมอัณฑะ ซึ่งเป็นที่สร้างสารบางอย่างเป็นอาหารหล่อเลี้ยงและให้พลังงาน
ตลอดจนช่วยเหลือในกระบวนการเติบโตเต็มวัยของตัวอสุจิ สารหล่อเลี้ยงที่สร้างนี้จะทำให้เกิดแรงดัน
ช่วยขับตัวอสุจิให้ไหลผ่านท่อน้ำอสุจิ (เป็นส่วนที่เราตัดผูกเมื่อจะทำหมัน) ที่มีผนังท่อ ซึ่งหดตัวเป็นจังหวะ
ช่วยให้ตัวอสุจิว่ายผ่านไปรวมอยู่ในต่อมเสริมน้ำอสุจิ อันเป็นแหล่งผลิตสารคัดหลั่ง
ที่เสริมปริมาณน้ำอสุจิให้เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 70 (ส่วนอีกร้อยละ 30 มาจากสารคัดหลั่งที่ผลิตจากต่อมลุกหมาก)
และยังเป็นต่อมที่ให้พลังงานระหว่างเก็บกักรักษาตัวอสุจิ โดยการหลั่งสาร fructose และ ascorbic acid
ให้ตัวอสุจิใช้เป็นอาหาร และเพิ่มความแข็งแรงแก่เยื่อหุ้มตัวอสุจิ น้ำอสุจิที่เก็บอยู่ในต่อมนี้จะจับตัวเป็นก้อน
และพร้อมจะหลั่งผ่านทางท่อปัสสาวะออกมาภายนอกได้เมื่อชาติต้องการ
นกเขาประกอบด้วยเนื้อเยื่อซึ่งสามารถแข็งตัวได้ เมื่อมีอารมณ์ทางเพศ
โดยอาศัยภาวะที่มีเลือดเข้าคั่งตัวอยู่ในหลอดเลือดแขนงเล็กๆ ที่หล่อเลี้ยงอยู่ตลอดทุกส่วนของนกเขา
จากกลไกการหดรัดตัวของหลอดเลือดแดงฝอยเล็กๆ ร่วมกับการมีลิ้นปิดกั้นเลือดไม่ให้ไหลกลับสู่หลอดเลือดดำ
ส่งผลให้นกเขาขยายขนาดและแข็งตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเจ้าของต้องเดินตัวงอทีเดียวถ้ามันเกิดแข็งตัวขึ้นมา
เพราะอย่างที่บอกไงครับ เห็นได้ชัด
ปรากฏการณ์นี้ที่สำคัญดันอยู่นอกอำนาจจิตใจเราจะควบคุมได้เสียด้วย (เราถึงหงุดหงิดกันอยู่นี่ไง
เพราะเวลาอยากจะให้แข็งดันอ่อน พอตอนอยากให้อ่อนดันแข็ง) แต่การกระตุ้นบริเวณนกเขาโดยตรง
หรือกระตุ้นผ่านกลไกของสมอง ด้วยภาพ เสียง สัมผัส กลิ่น จินตนาการ ก็มีส่วนช่วยให้ นกเขาแข็งตัว
กลับมาเป็นนกเขาคูรักได้ตามต้องการ ซึ่งถ้าปัจจัยควบคุมการแข็งตัวเหล่านี้เกิดการคิดคดทรยศขึ้นมา
ก็เป็นอันว่าคงต้องไปปรึกษาที่เฟเล่หรือจำเป็นต้องใช้ยาที่ชื่ออักษรขึ้นต้นว่า ว.
(ทำเหมือนทายชื่อในคอลัมน์ซุบซิบดาราเลย) กันเป็นแน่แท้
การตอบสนองของอารมณ์เพศ ในผู้ชายประกอบด้วย 4 ระยะ ดังนี้
1. การตื่นตัวทางเพศ (Sexual excitement) เป็นการตอบสนองทางอารมณ์เพศในระยะแรก
เมื่อถูกกระตุ้นให้เกิดอารมณ์ทางเพศ ไม่ว่าจะทางร่างกายหรือทางจิตใจ ซึ่งถ้าปัจจัยที่กระตุ้นนั้นรุนแรงและเพียงพอ
ระยะนี้นกเขาจะแข็งตัว ยาวขึ้น ใหญ่ขึ้น พร้อมกับการขยายของท่อปัสสาวะด้วย และจะใช้เวลาสั้นมาก
แต่ก็อาจช้าลงได้ หากมีปัจจัยอื่นมารบกวน เช่น เสียงดัง แสง กลัวคนมาเห็น เป็นต้น
2. อารมณ์เพศถึงระดับสูงคงที่ (Plateau) ถ้าปัจจัยในการกระตุ้นนั้นยังคงดำเนินอยู่ก็จะทำให้อารมณ์ทางเพศเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
จนถึงระดับคงที่ ในระยะนี้อาจจะมีน้ำเมือกที่หลั่งจากต่อม Cowper's gland หยดออกมาจากปลายท่อปัสสาวะ
ซึ่งอาจมีเส้นผ่าศูนย์กลางขยายใหญ่ขึ้นได้ถึง 3 เท่าทีเดียว และมีบ่อยครั้งที่พบตัวอสุจิที่แข็งแรงปะปนออกมาด้วยจำนวนหนึ่ง
ระยะนี้เองที่คุณสุภาพบุรุษทุกท่านอยากยืดมันให้ยาวนานที่สุด เพราะจะทำให้คู่นอนที่ความสุขร่วมด้วยได้มาก
และตนเองก็จะได้รับการขนานนามว่าเป็นกระบี่ยอดฝีมือจริงๆ
3. อารมณ์เพศถึงจุดสุดยอด (Orgasm) เป็นการตอบสยองระยะที่ 3 ซึ่งใช้เวลาสั้นเพียง 2-3 วินาทีเท่านั้น
โดยมีการหลั่งน้ำอสุจิออกมาภายนอกซึ่งประกอบไปด้วยการเคลื่อนตัวของน้ำอสุจิออกจากต่อมต่างๆ เข้ามาอยู่ในท่อปัสสาวะส่วนต้น
จากนั้นจะเกิดการหดรัดตัวของกล้ามเนื้อรอบๆ บริเวณนั้น กล้ามเนื้อหูรูดทวารหนักและท่อปัสสาวะด้านใน
ทำให้น้ำอสุจิถูกขับออกไปที่ช่องเปิดของปลายท่อปัสสาวะได้ ซึ่งเคยมีรายงานว่าน้ำอสุจิสามารถพุ่งออกไปได้ไกลถึง 12-22 นิ้ว
นับจากช่องเปิดของปลายท่อปัสสาวะทีเดียว (ไม่รู้เขาทดลองและจดบันทึกสถิติกันยังไงและมีบันทึกไว้ในกินเนสต์ บุ๊คส์ หรือเปล่า)
การหดรัดตัวของกล้ามเนื้อเหล่านี้ อยู่นอกเหนืออำนาจจิตใจครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ชายนั้น
หลังจากอารมณ์เพศถึงจุดสุดยอดแล้ว จะต้องรอให้ผ่านระยะคลายอารมณ์ และระยะดื้อต่อการกระตุ้นซ้ำไปเสียก่อน
จึงจะกลับมามีอารมณ์ถึงจุดสุดยอดได้อีกครั้ง ซึ่งต่างจากสตรีที่สามารถถึงจุดสุดยอดซ้ำได้หลายๆ ครั้งโดยทันที
และสามารถอยู่ในระยะเวลายาวนานกว่าของผู้ชาย
อย่างไรก็ดี มีรายงานอีกแล้วว่า เคยมีสุภาพบุรุษหนุ่มที่สามารถทำสถิติหลั่งน้ำอสุจิได้ถึง 3 ครั้ง
ในช่วงเวลาเพียง 10 นาทีเท่านั้น เพียงแต่ว่าโดยจรรยาบรรณแพทย์แล้ว
เราไม่อาจเปิดเผยอักษรย่อของชื่อเขาให้ทุกท่านทราบได้ แต่ช่างเถอะ อย่าไปสนใจเลยครับ
4. ระยะคลายอารมณ์ทางเพศ (Resolution) จะเกิดการอ่อนตัว และหดตัวเล็กลงของนกเขา
ซึ่งทั้งนี้เป็นผลจากการที่ไม่มีเลือดคั่งอยู่ในบริเวณนี้อีกต่อไป ระยะเวลาที่ใช้เพื่อการนี้นั้นไม่ค่อยเท่ากัน
กล่าวคือถ้าหลังการหลั่งน้ำอสุจิแล้ว ยังคงเลี้ยงให้นกเขาอยู่ในช่องคลอดต่อไปอีก พบว่าระยะนี้จะเกิดขึ้นอย่างช้าๆ
ช้ากว่าการชักออกมาโดยทันที ทั้งนี้เพราะยังคงมีการหดรัดตัวของช่องคลอด
คอยทำหน้าที่กระตุ้นให้เกิดอารมณ์ทางเพศอยู่บ้าง
ที่นำมาเสนอกันในวันนี้ ก็ถือว่าเป็นการ ชำแหละนกเขา ให้ทั้งคุณสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีได้พอเข้าใจคร่าวๆ
เท่านั้นนะครับ ส่วนรายละเอียดอื่นๆ เอาไว้เล่าให้ฟังในตอนต่อไปก็แล้วกันครับ ไม่งั้นเนื้อหาจะยาว
และรบกวนเวลานอนของคุณผู้อ่าน เสวนาข้างหมอนทำให้นอนดึกเกินไป กลายเป็นคอลัมน์เสวนาโต้รุ่งเสียเปล่าๆ
สู้รีบจบเรื่องเสียตอนนี้ คุณผู้อ่านจะได้มีเวลาไปทดลองวิจัยทั้ง 4 ระยะที่ว่ามาแล้วนั้น ได้โดยสะดวกยังไงล่ะครับ ...ฮิฮิ
(update 13 กุมภาพันธ์ 2006)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 22 ฉบับที่ 257 มิถุนายน 2547 ]
|