จากประสบการณ์ที่เป็นหมอสูติฯ มานานนับสิบปีแล้ว ผมรู้สึกว่าคุณแม่ที่มาฝากครรภ์กับผมในปัจจุบัน
เปลี่ยนแปลงไปจากสมัยก่อนไม่น้อย กล่าวคือช่างซักช่างถามมากขึ้น เรื่องที่ถามก็มีมากมายสารพัดตอบไม่หวาดไหว
อย่างไรก็ตามมีอยู่เรื่องหนึ่งที่ผมคิดว่าคุณแม่ก็คงอยากรู้ แต่ไม่กล้าถามเพราะอาย
เรื่องที่ว่าก็คือเรื่องเซ็กซ์ขณะตั้งครรภ์ ในระยะหลังๆ นี้เวลาคุณแม่มาฝากท้องกับผม
ผมก็มักจะอธิบายวิธีปฏิบัติตัวขณะตั้งครรภ์ให้คุณแม่ฟังซะเลย ไม่ต้องรอให้ถาม
และหนึ่งในบรรดาเรื่องที่เล่าก็คือเรื่องเซ็กซ์ขณะตั้งครรภ์ ผลของการเล่าพบว่าคุณแม่หลายคนนั่งฟังหูผึ่งเลย
บางคนพอฟังแล้วก็ถือโอกาสถามแหลกถึงเรื่องที่ค้างใจ เหมือนได้โอกาสระบายสิ่งที่เก็บกดอยู่
พูดถึงเรื่องเซ็กซ์ขณะตั้งครรภ์ ผมรู้สึกว่าทั้งหมอและคนไข้ก็พอๆ กันนั่นแหละครับ คนไข้ก็ไม่ค่อยกล้าถาม
ในขณะที่หมอโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นหมอผู้หญิงด้วยแล้วก็ไม่ค่อยอยากเล่าเรื่องนี้กันเท่าไร
เพราะอายกันทั้งคู่ มีงานวิจัยทางการแพทย์ที่ผมอยากจะเล่าให้ฟังก็คือ
หมอเองจำนวนไม่น้อยก็มีความรู้เกี่ยวกับเซ็กซ์ขณะตั้งครรภ์ไม่ได้มากมายไปกว่าคุณแม่ซักเท่าไรหรอก
ดังนั้นเวลาตอบคำถามบางทีหมอก็ชอบพูดเฉไฉนอกเรื่อง บางคนก็ตอบวกไปวนมาไม่ตรงประเด็นที่คุณแม่อยากรู้ซะที
วันนี้ผมเลยอยากเล่าปัญหาที่คุณแม่ชอบถามกันบ่อยๆ ให้อ่านกัน
เป็นคำถามยอดฮิตติดอันดับแรกที่คุณแม่มักจะถาม ความจริงเวลาจะถามก็อายหมอเหมือนกัน
กลัวหมอจะหาว่าท้องแล้วยังไม่รู้จักบันยะบันยังราคะจริตบ้างเลย แต่เท่าที่ผมลองคุยกับคุณแม่หลายคน
ส่วนมากตัวเองก็ไม่ค่อยได้อยากจะมีเซ็กซ์อะไรมากมายหรอก แต่ที่เป็นห่วงหรือกังวลมักจะเป็นเรื่องของสามีมากกว่า
กลัวว่าถ้าไม่ให้สามีมีเซ็กซ์ด้วยขณะตั้งครรภ์ สามีจะหนีไปหาอีหนูที่ไหนก็ไม่รู้
แต่ถ้าให้สามีมีเซ็กซ์ด้วยก็กลัวว่าจะมีอันตรายสารพัด ทั้งต่อตัวแม่และลูกในท้อง
ผมขอเรียนตรงนี้แบบไม่อ้อมค้อมเลยนะครับว่า ขณะตั้งครรภ์คุณแม่สามารถมีเซ็กซ์ได้ตามปกติครับ
และสามารถมีได้ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ไปจนกระทั่งใกล้คลอดเลย จะมีแค่บางช่วงที่ควรลดการมีเซ็กซ์ลงบ้าง
เช่น ตอนตั้งครรภ์ใหม่ๆ เพราะคุณแม่ส่วนมากมักมีอาการแพ้ท้อง เวียนศีรษะ อ่อนเพลียง่าย
มีคุณแม่บางคนเท่านั้นที่หมออยากแนะนำให้งดเว้นการมีเซ็กซ์ขณะตั้งครรภ์
เช่น คุณแม่ที่เคยแท้งบุตรหรือเคยคลอดก่อนกำหนดมาก่อน เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาซ้ำได้
คุณแม่ที่มีรกเกาะต่ำก็ควรขอร้องให้สามีงดการมีเซ็กซ์เพราะอาจไปกระตุ้นให้เลือดออกได้
เดี๋ยวจะโดนข้อหาแทงเมียจนเลือดตกยางออกไม่รู้ด้วยนะครับ
- เวลามีเซ็กซ์จะเป็นอันตรายต่อลูกไหม ?
อยากให้คุณแม่ลองจินตนาการดูนะครับว่าลูกที่อยู่ในท้อง ก็คล้ายกับก้อนหินที่อยู่ในลูกโป่งใส่น้ำแล้วยัดใส่เข้าไปในขวดอีกที
และเจ้าขวดที่ว่าก็มีปากขวดที่ปิดและแข็งแรงพอควร เวลามีเซ็กซ์กัน อวัยวะเพศของสามีอย่างมากก็จะไปโดนแค่บริเวณปากขวดเท่านั้น
ไม่มีทางไปโดนตัวลูกหรอก บางคนก็เล่าเป็นเรื่องโจ๊กว่าถ้ามีเซ็กซ์กันบ่อยๆ ลูกอาจจะออกมาหัวโน
เพราะถูกเขกหัวประจำ ขอเรียนว่าเพ้อเจ้อ ลูกคุณมีระบบกันกระแทกที่ดีเยี่ยมครับ และโอกาสได้รับอันตรายน้อยมาก
ผมว่าถ้ามีเซ็กซ์กันบ่อยๆ น่าจะเหมือนไปทักทายลูกก็ได้นะครับ ใครจะไปรู้
- เซ็กซ์ตอนท้องจะให้ความรู้สึกเหมือนตอนไม่ท้องไหม ?
เวลามีการตั้งครรภ์จะมีเลือดมาเลี้ยงที่อวัยวะต่างๆ มากขึ้นกว่าปกติ ทำให้มีการบวมเกิดขึ้น
เคยลองสังเกตไหมครับว่า พอตั้งครรภ์ไปสักระยะหนึ่ง คุณแม่บางคนจะมีขาบวม หน้าบวม
ที่บริเวณช่องคลอดก็บวมเหมือนกันครับ เพียงแต่สังเกตยากหน่อยเพราะไม่มีคนไปคอยนั่งสังเกต
การที่อวัยวะสืบพันธุ์มีเลือดมาเลี้ยงมากและบวมขึ้น ทำให้เวลามีเซ็กซ์คุณแม่จะมีความรู้สึกทางเพศเร็วขึ้นและมากขึ้น
ที่เต้านมก็เช่นเดียวกันแตะไม่ได้เหมือนกัน เดี๋ยวเป็นเรื่อง นอกจากนี้แล้วคุณแม่ยังรู้สึกว่าช่องคลอดมีการหล่อลื่นดีกว่าตอนไม่ตั้งครรภ์
เพราะคนท้องจะมีตกขาวมากกว่าคนปกติ
สรุปว่าคนท้องน่าจะมีความรู้สึกทางเพศดีกว่าคนไม่ท้องเสียอีก เพราะฉะนั้นก็ตั้งครรภ์กันบ่อยๆ น่าจะดีนะครับ
บางคนอาจจะเถียงว่าไม่เห็นจริงเลย เพราะเวลาตัวเองท้องไม่เห็นอยากมีเซ็กซ์อย่างที่ว่า คุณแม่ที่มีความรู้สึกแบบนี้
ก็มีครับ แต่ส่วนมากมักเกิดจากความกลัวหรือวิตกกังวลว่าจะมีอันตรายเวลามีเซ็กซ์เลยทำให้หมดอารมณ์
เพราะฉะนั้นทำใจให้สบายเถอะนะครับ
- เวลาถึงจุดสุดยอดจะได้รับอันตรายไหม ?
หลายคนเข้าใจดีว่าเวลามีเซ็กซ์กันขณะตั้งครรภ์ไม่มีอันตรายต่อลูก แต่อีตอนกำลังจะถึงจุดสุดยอดนี่
มักจะมีการเกร็งกล้ามเนื้อ และมดลูกอาจจะหดตัวได้ กลัวว่าลูกจะได้รับอันตราย ข้อมูลทางการแพทย์ที่มีพบว่าไม่จริงครับ
- การมีเซ็กซ์จะกระตุ้นให้เจ็บครรภ์คลอดไหม ?
มีหลักฐานทางการแพทย์ว่าการที่อวัยวะเพศของผู้ชายไปกระแทกกับปากมดลูก
รวมทั้งน้ำอสุจิที่มีการหลั่งขณะมีเซ็กซ์สามารถกระตุ้นให้ปากมดลูกสร้างสารเคมีตัวหนึ่งที่ชื่อว่า
พรอสตราแกลนดิน (Prostaglandins) เจ้าสารที่ว่านี้สามารถทำให้ปากมดลูกนุ่มขึ้น
และกระตุ้นให้มดลูกหดตัวได้ อย่างไรก็ตามสารที่สร้างขึ้นมานี้ก็ไม่ได้มากพอจนทำให้คุณแม่เจ็บครรภ์คลอดหรอกครับ
ยกเว้นแต่คนที่ใกล้จะคลอดอยู่แล้วถึงอาจจะเจ็บครรภ์คลอดได้
คำถามนี้ส่วนมากคุณแม่อยากรู้แต่ไม่กล้าถาม กลัวจะเหมือนดูหนังเรทเอ็กซ์ ผมสรุปง่ายๆ เลยละกัน
เพราะยิ่งเขียนมากพูดมากเดี๋ยวจะไปเปลี่ยนภาพลักษณ์ของหนังสือรักลูกให้กลายเป็นหนังสือรักอย่างอื่น
ข้อสรุปที่อยากเรียนให้คุณแม่รวมทั้งคุณพ่อทราบก็คือ ในช่วงท้องอ่อนๆ จะมีเซ็กซ์กันท่าไหน
ชอบแบบไหนก็เชิญตามสบายครับ แต่เมื่อท้องแก่ขึ้นก็ขอให้เลือกท่าที่เสี่ยงอันตรายน้อยลงหน่อยก็แล้วกัน
ท่าที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งก็คือท่าที่สามีต้องนอนกดทับหน้าท้องคุณแม่ เพราะเดี๋ยวจะหายใจไม่ออกขาดใจตายตอนมีเซ็กซ์
อายเขาตายเลย ท่าที่น่าจะดีกว่าคือท่าที่คุณแม่อยู่ข้างบน จะใช้ท่าอึ่งอ่างขย่มต่อไม้ก็ได้ครับ หรือจะเข้าทางข้างหลัง
ท่าโก้งโค้งอะไรก็ตามใจ แต่อย่าให้กระทบกระเทือนที่หน้าท้องเป็นใช้ได้ เอาแค่นี้ก็แล้วกันนะครับ
ขืนเล่ามากกว่านี้เดี๋ยวถูกเซ็นเซอร์แหงเลย
สรุปกันเลยแล้วกันครับว่า การมีเซ็กซ์ขณะตั้งครรภ์เป็นสิ่งที่คุณแม่และสามีสามารถทำได้เหมือนขณะไม่ตั้งครรภ์
โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายอะไรทั้งต่อตัวคุณแม่เองและต่อลูกในครรภ์ จะมียกเว้นบ้างก็เพียงบางกรณีเท่านั้น
ถ้าคุณแม่ท่านใดยังมีข้อสงสัยก็อย่าอายที่จะถามคุณหมอเลยครับ จะได้ไม่ต้องอดอยากความสุขที่ควรจะได้โดยไม่จำเป็น
ขอให้คุณแม่และคุณพ่อทุกท่านมีความสุขสนุกสนานกับการตั้งครรภ์และมีเซ็กซ์ทุกท่านเทอญ
(update 7 มีนาคม 2006)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 23 ฉบับที่ 274 พฤศจิกายน 2548 ]
|