เด็กหัวแตงโม หรือ เด็กหัวบาตร


คุณแสงเดือน เป็นหนึ่งในผู้ที่มีบุตรยาก และได้ใช้ความพยายามมานานแรมปี จนกระทั่งได้ไปปรึกษาแพทย์ในสถาบันให้บริการรักษาภาวะการมีบุตรยากที่มีชื่อเสียงแห่งกนึ่ง แต่กว่าจะประสบความสำเร็จสามารถตั้งครรภ์ได้ก็ต้องใช้ความพยายามอยู่หลายรอบการรักษาและหลายวิธีการจนในที่สุดการทำเด็กหลอดแก้วก็ช่วยให้สามารถตั้งครรภ์ได้เมื่อตั้งครรภ์คุณแสงเดือนและครอบครัวก็พบว่าเป็นการตั้งครรภ์แฝด เพราะคุณหมอได้ใส่ตัวอ่อนกลับคืนให้จำนวนสองตัว แต่การตั้งครรภ์กลับเป็นแฝดสาม เนื่องจากตัวอ่อนหนึ่งในนั้นได้มีการแบ่งตัวออกเป็นแฝดเหมือน ทั้งนี้เนื่องจากคุณแสงเดือนเองมีพันธุกรรมฝาแฝด ตัวคุณแสงเดือนเองก็เป็นฝาแฝด อย่างไรก็ตามในที่สุดแล้วทารกที่เกิดจากตัวอ่อนอีกตัวได้แท้งไป คงเหลืองเพียงแฝดเหมือนทั้งสอง

การตั้งครรภ์ดำเนินไปด้วยดี ไม่มีอาการผิดปกติใดๆ การฝากครรภ์ก็ได้รับการตรวจอย่างสม่ำเสมอ และทำการตรวจด้วยเครื่องอัลตราซาวนด์หลายครั้ง การคลอดจำเป็นต้องทำการผ่าตัดเนื่องจากเป็นครรภ์แฝด ในที่สุดเมื่อคลอดทารกฝาแฝดออกมากลับพบว่าทารกมีความผิดปกติ ทารกทั้งสองมีศรีษะโตกว่าเด็กทั่วไปมาก และคุณหมอเด็กที่ให้การดูแลได้แจ้งให้คุณแสงเดือนทราบว่าสเด็กมีความผิดปกติแต่กำเนิดของระบบการไหลเวียนของน้ำในสมองและไขสันหลัง ทำให้มีน้ำคั่งในกะโหลกศรีษะทำให้ศรีษะโตกว่าปกติ

คุณแสงเดือนได้พาลูกๆ ไปพบกับคุณหมอเด็กอีกท่านหนึ่งในโรงพยาบาลรัฐบาลซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการดูแลเด็กกลุ่มนี้ดดยเฉพาะ คุณหมอได้ทำการผ่าตัดเพื่อที่จะต่อท่อระบายน้ำที่คั่งอยู่ในกระโหลกศรีษะลงสู่กระเพาะอาหาร โดยทุกวันจะต้องทำการกดปุ่มเพื่อระบายน้ำในตอนเช้า จนกระทั่งปัจจุบัน เด็กๆ อายุ 5 ขวบแล้ว ยังต้องทำเช่นนี้เรื่อยไปและอาจต้องทำต่อไปตลอดทั้งชีวิต

คุณแสงเดือนมีความมุ่งมั่นและไม่ยอมแพ้ โดยพยายามที่จะดูแลลูกทั้งสองเป็นอย่างดี เพื่อให้ลูกๆ มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีพัฒนาการที่ดี มีพัฒนาการสมวัย และสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างเป็นปกติสุข

ไขปัญหาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ไฮโดรเซฟฟาลัส (Hydrocephalus) ภาษาไทยเรียกว่า เด็กหัวแตงโม หรือทางการแพทย์เรียกว่า เด็กหัวบาตร เป็นโรคที่มีการคั่งของน้ำหล่อเลี้ยงสมองและไขสันหลัง น้ำที่อยู่ในสมองและไขสันหลังของคนเรา จะเป็นตัวคอยป้องกันและหล่อเลี้ยงสมองซึ่งมีสภาพเป็นกึ่งของเหลว ไม่ให้มีการกดเบียดกันกับส่วนของกะโหลก เป็นตัวรับแรงกระแทกของสมอง

ไฮโดรเซฟฟาลัส ส่วนมากเป็นในเด็กเล็ก พบได้ทั้งเพศหญิงและเพศชาย เด็กจะมีศรีษะโตมากชัดเจนเมื่อเทียบกับขนาดของลำตัว มีหน้าผากโปนเด่นกว่าปกติ หนังศรีษะบางเป็นมัน หลอดเลือดดำบริเวณศรีษะมีขนาดใหญ่ผิดปกติชัดเจน กระหม่อมจะใหญ่มากกว่าปกติ และมักจะตึงมาก ถ้าจับเด็กนั่งจะพบว่ากระหม่อมไม่ยุบลง รอยประสานของกระดูกศรีษะจะแยกออกกว้าง ถ้าเป็นรุนแรงมาก ลูกตาทั้งสองข้างมองลงล่าง ทำให้เห็นตาขาวส่วนบนได้ ความบกพร่องในประสาทจะพบได้ในรายที่เป็นนาน โดยไม่ได้รับการแก้ไขนอกจากนี้ ในปัจจุบันสามารถวินิจฉัยไฮโดรเซฟฟาลัสได้ตั้งแต่ทารกยังอยู่ในครรภ์มารดา ด้วยการตรวจอัลตราซาวนด์ ซึ่งสามารถพบขนาดของศรีษะเด็กเด็กที่โตผิดปกติได้ตั้งแต่อายุครรภ์ประมาณ 12 สัปดาห์ขึ้นไป

ภาวะที่เด็กมีน้ำคั่งอยู่ในกระโหลกศรีษะมีสาเหตุหลายประการ แต่ที่พบตั้งแต่กำเนิดมักจะเกิดจากการอุดกั้นทางผ่านของน้ำหล่อเลี้ยงสมองและไขสันหลัง ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของท่อที่จะทำให้น้ำไขสันหลังผ่านออกมาจากบริเวณสมองมีการตีบหรือไม่มีช่องว่าง หรือมีการอักเสบบริเวณท่อน้ำในสันหลัง จนกระทั่งเกิดการตีบขึ้นมา หรือมีความผิดปกติของระบบหลอดเลือด ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดการอุดตัน ซึ่งจะทำให้ความสามารถในการดูดซึมน้ำหล่อเลี้ยงสมองและไขสันหลังเสียไป

การรักษาผู้ป่วยไฮโดรเซฟฟาลัส แพทย์จะใส่สายยางเล็กๆ อยู่ใต้ผิวหนังจากศรีษะลงมา อาจจะเป็นที่หัวใจ ช่องท้องหรือผนังเยื่อหุ้มปอด แล้วแต่ว่าแพทย์จะพิจารณาใช้การผ่าตัดรักษาอย่างไร การที่ใส่สายยางเพื่อเป็นการระบายน้ำไขสันหลังออกจากสมองเพราะถ้าปล่อยให้มีน้ำคั่งในสมอง น้ำจะไปเบียดเนื้อสมอง ทำให้การเจริญเติบโตของสมองเด็กผิดปกติ.


(update 3 สิงหาคม 2006)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.154 May 2006 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600