รับมือ..ลูกชัก


อาการป่วยไข้ของลูกวัยขวบแรกเป็นเรื่องที่อาจพบได้แต่ต้องเตรียมตัวเตรียมใจไว้หน่อยค่ะ เพราะเวลาเจ้าตัวเล็กป่วยทีนะป่วนได้ทั้งบ้านเลยและถ้าอาจมีอาการชักที่เกิดตามมากับเจ้าตัวน้อยด้วยสิคะ พาเอาใจของคนเป็นพ่อแม่หล่นวูบด้วยความวิตกกังวล จนมือไม้เกะกะทำอะไรไม่ถูก


เหตุแห่งชัก

เด็กในวัย 6 เดือนถึง 5 ปี จะมีโอกาสชักร่วมกับการเป็นไข้ได้ 2-5% ซึ่งร้อยละ 75 ลุกจะชักที่อุณหภูมิสูงเกิน 39 องศาเซลเซียส (จากอุณหภูมิปกติ 37 องสาเซลเซียส) แล้วยิ่งบ้านไหนที่คุณพ่อคุณแม่ที่เคยมีประวัติชักจากไข้ตอนเด็กๆ ลูกก็อาจจะมีโอกาสชักเพิ่มมากขึ้น แต่ที่สำคัญต้องแน่ใจว่าชักจากไข้ เพราะถ้าชักจากสาเหตุอื่นๆ อาจจะส่งผลเสียต่อพัฒนาการได้ค่ะ ซึ่งการชักอาจเกิดจากสาเหตุดังต่อไปนี้ค่ะ
1. ชักจากไข้ พบได้ในเด็กอายุระหว่าง 3 เดือน ถึง 5 ปี ถ้ากรณีนี้มักจะมีอาการภายใน 24 ชั่วโมงแรกที่มีไข้ขึ้นสูง ลักษณะการชักจะเกิดอาการเกร็งหรือกระตุกซึ่งมักจะชักอยู่ไม่นาน ส่วนมากแล้วถ้าการชักที่เกิดจากไข้หวัดธรรมดา มักจะไม่มีผลเสียต่อพัฒนาการแต่ว่าต้องนำส่งโรงพยาบาลทุกครั้ง เพื่อประเมินอาการชักและหาสาเหตุจากไข้

2. เกิดการติดเชื้อในระบบประสาท พบได้ในเด็กทุกวัย ดังนั้นหากเจ้าตัวน้อยเกิดอาการชักร่วมกับมีไข้สูงควรพาไปให้คุณหมอตรวจหาสาเหตุให้แน่ชัดทันทีค่ะเพราะอาจจะส่งผลเสียต่อพัฒนาการได้

3. ชักจากโรคลมชัก ซึ่งอุณหภูมิร่างกายปกติ ซึ่งอันนี้จะค่อนข้างน่าห่วงกว่าการชักที่เกิดจากไข้ขึ้นสูงและต้องมีการค้นหาสาเหตุ และได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องค่ะ เพราะการชักบ่อยๆ จะส่งผลเสียต่อพัฒนาการทางสมอง

ทำอย่างไรเมื่อลูกชัก
1. คุณพ่อคุณแม่ต้องตั้งสติให้ดีค่ะ อย่าตกใจจนเกินไป เพราะอาจทำให้การดูแลเบื้องต้นไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อลูกน้อยได้ค่ะ

2. ควรเช็ดตัวลูกด้วยน้ำปกติหรือน้ำอุ่น

3. ให้ยาลดไข้เพื่อช่วยให้อุณหภูมิความร้อนในร่างกายลูกลดลง

4. จัดท่าให้ลูกนอนหงาย หันศรีษะไปข้างใดข้างหนึ่ง หรือนอนตะแคง ให้ศรีษะต่ำกว่าลำตัวเล็กน้อย ถ้ามีน้ำลาย เสมหะหรือเศษอาหารให้เช็ดหรือดูดออกเพื่อป้องกันการอุดตันในทางเดินหายใจของลูก ลูกจะได้หายใจสะดวก

5. คลายเสื้อผ้าลูกออกให้หมด เพื่อให้ลูกเกิดความสบายตัว ไม่ควรเขย่าหรือตีลูก

6. หากเมื่อไรที่ลูกมีอาการชักควรพาไปพบแพทย์ทันที เพื่อตรวจหาสาเหตุและรักษาได้ทันท่วงที

ป้องกันลูกน้อยจากอาการชักจากไข้
1. เมื่อลูกเป็นไข้ ควรวัดไข้เป็นระยะทุก 4-5 ชั่วโมง จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ลดไข้ให้ลูกได้ทัน และลดโอกาสการเกิดการชักได้ด้วย

2. ให้ลูกดื่มน้ำมากๆ และให้รับประทานยาลดไข้ทุก 4-6 ชั่วโมง

3. เช็ดตัวด้วยน้ำอุ่น หรือน้ำอุณหภูมิปกติ บริเวณซอกคอ รักแร้ แขน ขาหนีบ ตามด้วยหน้าอก ท้อง หลัง และก้น เช็ดซ้ำบ่อยๆ เพราะน้ำที่ระเหยจะช่วยดึงความร้อนจากตัวลูกออกไป ไม่แนะนำให้ใช้แผ่นเจลขณะไข้สูง เพราะลดอุณหภูมิได้ช้า

4. ถ้าสังเกตว่าอาการไข้ของลูกไม่ลดลง ให้รีบพาลูกไปพบคุณหมอทันที
เมื่อลูกเกิดอาการชัก คุณพ่อคุณแม่ต้องมีสติ อย่ากลัวกับอาการที่เกิดขึ้นกับลูก แล้วปฏิบัติตามคำแนะนำดังกล่าวอย่างเคร่งครัด ก็จะช่วยให้สามารถแก้ปัญหาดังกล่าวได้ค่ะ


เมื่อชักต้องพบแพทย์

อาการชักในบางกรณีจะชัดเจนและสามารถสังเกตได้ง่าย เช่น มีอาการเกร็ง กระตุก หมดสติ มีปัสสาสะอุจจาระราด แต่บางครั้งอาจแสดงออกไม่ชัดเจน เช่น มีอาการเหม่อลอยบ่อยๆ หรือสะดุ้งผวาหรือมีอาการหน้าซีด ตัวอ่อนปวกเปียก และที่สำคัญคือพ่อแม่ต้องสังเกตเจ้าตัวน้อยค่ะว่าเมื่อมีอาการชักลูกชักในลักษณะใด ชักทั้งตัวหรือส่วนอื่นส่วนใดของร่างกาย ให้สังเกตว่ามีอาการเขียวและชักนานเท่าไร เพื่อแจ้งให้แพทย์ทราบและเป็นข้อมูลในการวินิจฉัยและรักษาโรคต่อไป


ยาลดไข้

การใช้ยาลดไข้ในเด็กต้องใช้อย่างระมัดระวังเพราะยาจะมีผลข้างเคียงได้ ถ้าใช้ไม่ถูกหรือใช้มากเกินไป ยาลดไข้ในเด็กมียา 2 กลุ่มคือ

- กลุ่มยาพาราเซตามอล ถ้าใช้ในปริมาณที่มากเกินไปจะเป็นอันตรายต่อตับได้
- กลุ่มยา lbuprofen ช่วยลดไข้ลงได้เร็วถ้าใช้ในปริมาณมากเกินไป อาจจะระคายกระเพาะและทำให้มีเลือดออกได้ง่าย

(update 24 เมษายน 2006)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 23 ฉบับที่ 276 มกราคม 2549 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600