อย่าให้(โรค)ซึมเศร้าคุกคาม


กว่า 3 ล้านคนทั่วประเทศไทยเป็นโรคซึมเศร้า
คนฆ่าตัวตาย ร้อยละ 60
สาเหตุหลักมาจากโรคซึมเศร้า
ในปี 2020 โรคซึมเศร้าจะกลายเป็นปัญหาสาธารณสุข อันดับ 2 รองจากโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน (ข้อมูลจากธนาคารโลกร่วมกับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด)
ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 4

ด้วยตัวเลขที่สูงขึ้นนี้ แสดงให้เห็นถึงภาวะหลายๆ อย่างในสังคมทั้งจากสภาพสังคม เศรษฐกิจ และวิถีชีวิตของคนเรามีความเครียดสูงขึ้นซึ่งมีผลโดยตรงที่เปิดช่องว่างให้ภาวะซึมเศร้าเข้ามาคุกคามได้ไม่ยาก


ซึมเศร้า (Depressive Symptom)

เข้าใจ….รู้จัก “ซึมเศร้า”

ซึมเศร้าเป็นภาวะอารมณ์หนึ่ง ที่คนจะหม่นหมอง เศร้าโดยไม่รู้สาเหตุ หดหู่ หมดอาลัยตายอยากอยู่ตลอดเวลา ซึ่งหากคุณอยู่ในภาวะเช่นนี้นานกว่าสองสัปดาห์ แล้วไม่ได้รับการรักษา จะมีพัฒนาของอาการจากภาวะซึมเศร้าไปสู่ “โรคซึมเศร้าแบบเรื้อรัง” และส่งผลกลายเป็น “โรคซึมเศร้าแบบร้ายแรง” ได้ อาการของภาวะซึมเศร้าต่างจากโรคซึมเศร้าตรงที่ภาวะซึมเศร้าเป็นเพียงภาวะอารมณ์หนึ่งที่สามารถรักษาให้หายขาดได้โดยใช้ระยะเวลารักษาประมาณสองอาทิตย์ซึ่งขึ้นอยู่กับคนที่เป็นด้วย แต่อาการของโรคนั้นอาจจะมีอาการทางจิตเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งร้ายแรงจนถึงขั้นฆ่าตัวตาย


สาเหตุ…ซึมเศร้า
1. สารเคมีในสมองมีการเปลี่ยนแปลง สารเคมีที่ว่า คือ ซีโรโทนิน (Serotonin) และนอร์เอพิเนฟริน (Norepinephrine) ลดลง รวมถึงความผิดปกติของเซลล์ในร่างกาย ส่งผลให้ระบบการประสานงานในร่างกายไม่สมดุล

2. พันธุกรรม ปัจจุบันมียีนส์โรคซึมเศร้า ซึ่งถ่ายทอดทางพันธุกรรมเมื่อเกิดความเครียดคนที่มียีนส์ซึมเศร้าอยู่แล้ว จะเป็นซึมเศร้าได้ง่ายกว่า

3. สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ ในที่นี้หมายถึงสภาพแวดล้อมสังคมที่อยู่ เช่น สังคมที่ทำงาน วัฒนธรรม ค่านิยม และความคาดหวังเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุซึ่งทำให้เกิดความเครียดได้ง่าย ทั้งเรื่องการปรับตัว การแก้ปัญหา การเอาตัวรอดในสังคม ทุกคนในภาวะแรงกดดันที่สูงขึ้น

เท่าทัน…ซึมเศร้า

ในสมัยก่อนส่วนใหญ่แล้วผู้ที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามักจะไม่รู้ว่าตัวเองป่วย กว่าจะรู้ตัวพฤติกรรมต่างๆ ก็เปลี่ยนแปลงไปมา และต้องถึงมือแพทย์ช่วยทำการรักษาแล้วแทบทั้งนั้นแต่ในปัจจุบันข้อมูลข่าวสารที่เผยแพร่มากมาย ทำให้ไม่ใช่เรื่องยากหากเราจะหัดสังเกตตัวเราเองและคนใกล้ชิดเพื่อป้องกัน หรือหากเริ่มมีอาการแล้วก็จะสามารถแก้ไขได้อย่างรวดเร็วไม่ปล่อยให้พัฒนาเรื้อรัง จนเป็นโรคที่ต้องใช้เวลารักษานาน แบบคัดกรองของกรมสุขภาพจิตนี้ น่าจะพอช่วยทำให้คุณผู้อ่านสังเกตอาการซึมเศร้าของตัวคุณเองหรือคนใกล้ชิดได้ในระดับหนึ่ง ลองทำความรู้จักและใช้ข้อมูลเหล่านี้ประกอบดูค่ะ การแปลผลแบบคัดกรองต้องตอบ “มี” ตั้งแต่ 6 ข้อขึ้นไป ซึ่งหมายถึง อาจมีภาวะซึมเศร้าควรได้รับบริการปรึกษาหรือต้องส่งพบแพทย์และคัดกรองความเสี่ยงด้วยกระบวนการทางการแพทย์ประกอบ ถึงจะทราบผลที่แน่ชัด

เป็นแบบนี้บ้างมั้ย ?

แบบคัดกรองภาวะซึมเศร้า
1. รู้สึกจิตใจหม่นหมองหรือไม่ (เกือบตลอดทั้งวัน)
2. รู้สึกเป็นทุกข์จนอยากร้องไห้
3. รู้สึกหมดอาลัยตายอยาก
4. รู้สึกไม่มีความสุข หมดสนุกกับสิ่งที่เคยชอบและทำ
5. รู้สึกผิดหวังในตนเอง และโทษตนเองในสิ่งที่เกิดขึ้น
6. รู้สึกสูญเสียความเชื่อมั่นในตนเอง
7. รู้สึกอยากอยู่คนเดียว ไม่อยากสุงสิงกับใคร
8. รู้สึกว่าตนเองไม่มีคุณค่า
9. คิดอะไรไม่ออก
10. หลงลืมง่าย
11. คิดอะไรได้ช้ากว่าปกติ
12. ทำอะไรอืดอาด เชื่องช้ากว่าปกติ
13. รู้สึกอ่อนเพลียง่ายเหมือนไม่มีแรง
14. รู้สึกเบื่ออาหาร กินได้น้อยกว่าเดิม
15. นอนหลับๆ ตื่นๆ หลับไม่สนิท

เยียวยาภาวะซึมเศร้า

เพราะภาวะซึมเศร้าเป็นภาวะอารมณ์ซึ่งคนเราสามารถกำจัด บำบัด และรักษาให้หายขาดได้ วิธีการมีอยู่หลากหลายค่ะ และแม้ว่าการแก้ปัญหาจะแตกต่างกันตามเงื่อนไขของชีวิตแต่ละคน แต่หลักๆ ของการแก้ปัญหาให้ชีวิตลงตัวอยู่ที่การจัดสมดุลให้กับชีวิต ซึ่งต้องเริ่มที่ตัวคุณเองเป็นหลัก

ปัจจัยภายใน
1. เริ่มที่ตัวเอง
เมื่อรู้สึกว่าตัวเองกำลังจมจ่อมอยู่ในภาวะเศร้า เหงา เหม่อลอย และรู้สึกตัวเองไร้ค่า ต้องรีบเตือนสติและดึงตัวเองออกมาจากอารมณ์นั้นโดยเร็ว และหาสาเหตุจากอารมณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อพบสาเหตุแล้วต้องรีบแก้ปัญหาโดยเร็ว อย่าละเลยคิดว่าเป็นภาวะอารมณ์ปกติ ซึ่งจะกลายเป็นภาวะซึมเศร้าได้หากเป็นบ่อย เพราะอารมณ์แบบนี้อาจจะเกิดขึ้นได้ง่ายเมื่อตกอยู่ในภาวะเครียด

2. ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ
ต้องยอมรับว่าเราไม่สามารถทำอะไรอย่างสมบูรณ์แบบพร้อมๆ กันได้ เพราะการพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุดและสมบูรณ์แบบ อาจเพิ่มความเครียดและวิตกกังวลอีกทั้งประสิทธิภาพในการทำสิ่งต่างๆ กลับจะลดลงด้วย อย่างเช่น การมีลูก อาจทำให้หน้าที่การงานเราไม่ก้าวหน้ารวดเร็วเหมือนคนอื่นๆ แต่เรามีสิ่งที่ดีที่สุดที่คนอื่นไม่มีเหมือนนั่นคือ ลูกของเรา มาชดเชยซึ่งคุ้มค่ากว่าเป็นไหนๆ

3. หมั่นทบทวนอารมณ์ความรู้สึกและทบทวนความคาดหวัง
บ่อยครั้งที่ความเครียดเกิดจากความหวัง จากค่านิยมทางสังคม เช่น แม่มีหน้าที่เลี้ยงลูก ให้นมลูก เมื่อไม่สามารถทำได้ ก็อาจจะเกิดแรงกดดันและเกิดความเครียดการได้มีเวลาผ่อนคลาย อาจหากิจกรรม ที่ชื่นชอบทำจะช่วยได้ค่ะ ที่สำคัญคือหากไม่สามารถทำอย่างที่หวังได้ ก็ต้องมองว่าทางเลือกยังมี การที่ลูกไม่สามารถดูดนมจากอกได้ (เมื่อพยายามแล้ว) ก็ไม่ได้หมายความว่าเราและเขาจะรักกัน ผูกพันกันน้อยลง

ปัจจัยภายนอก
1. ช่วงเวลาความสนุกจากคนในครอบครัว
การได้ใช้เวลาร่วมกันกับคนในครอบครัวพ่อแม่ลูกหรือปู่ย่าตายาย นอกจากจะทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวดีขึ้นแล้ว ยังเป็นการผ่อนคลายความเครียดให้กับคุณแม่ แล้วการพูดคุยร่วมกันจะทำให้คุณแม่เกิดความรู้สึกว่าตัวเองมีค่า ยิ่งคุณแม่ด้วยแล้วกำลังใจจากสามีและลูกถือเป็นยาขนานเอก คุณแม่บางคนไม่ต้องพึ่งยาคุณหมอ

2. จิตบำบัด
คือวิธีการที่คุณหมอจะใช้เพื่อทำให้คนไข้ได้รู้จักตัวเอง วิเคราะห์ตัวเอง และคุณหมอจะเสนอวิธีแก้ปัญหา ซึ่งการบำบัดจะต้องคอยติดตามผลและคุยกับหมออย่างสม่ำเสมอ

3. ยารักษาภาวะซึมเศร้า
การใช้ยาเป็นหนทางสุดท้ายที่เลือกใช้ซึ่งการจะใช้ยาต้องขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของคุณหมอ เช่น ซึมเศร้าและมีอาการจิตหลอนร่วมด้วย คิดนอกกรอบเกินความจริงหวาดระแวง คิดว่าตัวเองถูกตำหนิอย่างไม่มีเหตุผลตลอดเวลา ซึ่งอาการเหล่านี้หากไม่ใช้ยาก็จะหาย แล้วยังเสี่ยงต่อการทำร้ายตัวเอง ส่วนยาที่ใช้รักษาจะเป็นยารักษาโรคซึมเศร้าโดยตรง หรืออาจจะเป็นยาที่ช่วยลดอาการวิตกกังวล ประสาทหลอน หูแว่ว โดยคุณหมอจะให้ยาตามอาการที่เกิดขึ้น

(update 26 ธันวาคม 2006)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่ Vol.11 No. 131 September 2006]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600