นี่คือคำโฆษณาที่หรูหรา เพื่อดึงดูดให้คุณกู้เงินออกมาใช้จ่าย
ซึ่งไม่ผิดหรอกที่คุณจะเข้าไปแล้วออกมาพร้อมเงินกู้เพื่อใช้จ่ายส่วนตัวอย่างสุขใจ
แต่ก่อนจะกระโจนเข้าสู่วังวนของการเป็นหนี้สิน ด้วยสินเชื่อส่วนบุคคลยี่ห้อต่างๆ ที่ดาหน้ากันออกมาให้เลือก
ไปดูกันหน่อยดีกว่าค่ะว่า จะฉลาดใช้สินเชื่อบุคคลให้เท่าทันอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดหนี้เน่าเสียเป็นดินพอกหางหมู
ดิ้นไม่หลุด แล้วต้องมากลุ้มใจทีหลังได้
เดี๋ยวนี้จะเห็นว่ามีโฆษณาเกี่ยวกับสินเชื่อบุคคลออกมามากมาย ยิงสปอตถี่มาก เปิดไปช่องไหนแทบจะเจอทุกช่อง
ทั้งอนุมัติเงินภายใน 30 นาที โทรสั่งเงินได้ หรือมีทั้งเอาความฝันมาล่อ เรียกว่าคุณฝันอยากทำอะไร
เงินด่วนทันใจจากสินเชื่อบุคคลช่วยให้ฝันของคุณเป็นจริงได้ทุกฝัน
แน่นอนค่ะ คำโฆษณาต้องดูสวยงามไว้ก่อนเสมอ แต่เบื้องหลังคำโฆษณานั้น อาจจะมีอะไรซ่อนอยู่บ้าง
และถ้าเราจะใช้บริการสินเชื่อบุคคลเหล่านี้ เราจะมีวิธีเลือกอย่างไร และจะใช้บริการอย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด
สินเชื่อบุคคลคืออะไร
สินเชื้อบุคคล หรือ Personal Loan คือวงเงินสดสินเชื่อที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินโอนเข้าบัญชีให้คุณ
เมื่อการสมัครได้รับการอนุมัติ และมีการชำระคืนเป็นงวดๆ งวดละเท่าๆ กัน ตามที่ผู้สมัครระบุ
เช่น 3 เดือน 6 เดือน 12 เดือน 18 เดือนไปจนถึง 60 เดือน แล้วแต่เงื่อนไขของธนาคารที่คุณยื่นใบสมัคร
วงเงินกู้ส่วนใหญ่จะกำหนดไว้ที่ 3-9 เท่าของรายได้ต่อเดือนของผู้สมัครเอง
ใครให้สินเชื่อบุคคล
ผู้ให้บริการสินเชื่อบุคคลมี 2 ประเภทคือ
1. สถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non Bank)
2. ธนาคารพาณิชย์ (Bank) ก็มีการให้บริการสินเชื่อบุคคลเช่นกัน
ทั้ง Non Bank และ Bank ต่างออกมาแข่งขันกันให้บริการสินเชื่อบุคคลกันอย่างดุเดือด
ทำให้การขอสินเชื่อบุคคลในปัจจุบันง่ายกว่าอดีตมาก เพราะไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน
ไม่ต้องมีบุคคลค้ำประกัน ใช้เพียงหน้าที่การงานและหลักฐานด้านการเงินก็สามารถกู้เงินออกมาได้แล้ว
ซึ่งการที่ผู้บริโภคจะเลือกใช้บริการของใคร นอกจากดูเงื่อนไขในการผ่อนชำระแล้ว
ผู้บริโภคควรเลือกใช้บริการจากสถาบันการเงินที่ได้รับความเชื่อถือด้วย
ดอกเบี้ยต่ำสุดจริงหรือ
โดยมากสินเชื่อบุคคลแบบไม่จำกัดวัตถุประสงค์เหล่านี้ มักจะมีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิต
แต่มักจะต่ำกว่าวงเงินฉุกเฉินหรือบัตรกดเงินสด เพราะฉะนั้นก่อนที่จะใช้เงินกู้วิธีนี้ควรจะเปรียบเทียบต้นทุน
ที่ต้องจ่ายทั้งหมดให้ดีเสียก่อน
ส่วนในระหว่างตัวสินเชื่อบุคคลด้วยกันเอง ก็มักออกมาโฆษณาแข่งขันกันอย่างครึกโครม
โดยใช้ดอกเบี้ยเป็นสิ่งล่อใจ ซึ่งต่างก็บอกว่าดอกเบี้ยของตนเองถูกที่สุด แต่จะถูกที่สุดจริงหรือไม่นั้น
ควรมีการตรวจสอบและเปรียบเทียบโดยดูจากเงินก้อนที่ต้องจ่ายทั้งหมด
ซึ่งไม่ได้หมายถึงเฉพาะอัตราดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมต่างๆ
ที่จะเกิดขึ้นจากการขอสินเชื่อ เช่น ค่าจัดการเงินกู้ ที่มักจะคิดเป็นเปอร์เซ็นต์จากเงินต้นที่กู้ออกมา
เพราะหากไม่ใช่การกู้ในช่วงจัดรายการส่งเสริมการขาย ผู้กู้ต้องจ่ายค่าดำเนินการ ค่าธรรมเนียม
หรืออื่นๆ ที่ผู้ให้กู้จะกำหนดขึ้น และค่าปรับกรณีจ่ายเงินคืนครบก่อนกำหนดด้วย
อีกสิ่งหนึ่งที่ควรจะต้องระมัดระวังอย่างมาก คืออัตราดอกเบี้ยที่ผู้ให้กู้บางแห่งพยายามจะหลอกล่อให้เรารู้สึกว่า
ดอกเบี้ยไม่แพง โดยกำหนดเป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่ต่อเดือน เช่น 1% ต่อเดือน ซึ่งการคำนวณพบว่า
อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1% ต่อเดือน จะเท่ากับ 23.98% ต่อปีของสินเชื่อแบบลดต้นลดดอกเบี้ย
และคงที่ 2% ต่อเดือนเท่ากับ 47.98% ต่อปี แบบลดต้นลดดอกเบี้ย ซึ่งถือว่าเป็นอัตราดอกเบี้ยที่สูงพอสมควร
การคำนวณดอกเบี้ย
เนื่องจากสินเชื่อบุคคลส่วนใหญ่จะคิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ต่อเดือน
ดังนั้นถ้าอยากทราบว่าสินเชื่อใดที่เราจะจ่ายดอกเบี้ยต่ำสุด
ก่อนจะเลือกใช้ตัวใดควรให้ผู้ให้กู้คำนวณออกมาให้ดูเลยว่า เรากู้เงินจำนวนเท่านี้
ตามระยะเวลาที่เรากำหนดจะจ่ายคืน เมื่อเราจ่ายครบ เราจะต้องเสียเงินค่าดอกเบี้ยเท่าใด
เช่น เราจะกู้เงิน 30,000 บาท โดยจะชำระคืนในระยะเวลา 12 เดือน
ผู้ให้กู้แต่ละรายจะคำนวณออกมาให้เราเห็นได้ว่าเมื่อเราจ่ายครบจำนวนเดือนเราต้องเสียดอกเบี้ยเท่าใด
โดยถ้าสถาบันการเงินใช้อัตราดอกเบี้ยคงที่ต่อเดือน จะมีสูตรในการคำนวณดอกเบี้ยที่ต้องเสียดังนี้
(จำนวนเงินที่ต้องผ่อนในแต่ละเดือน X จำนวนเดือนที่จะผ่อนชำระ) - เงินต้น = ดอกเบี้ยที่ต้องเสีย
คำนวณดูแล้วก็นำดอกเบี้ยที่ต้องเสียมาเปรียบเทียบกัน เราก็จะรู้ว่าสินเชื่อตัวใดต้องเสียดอกเบี้ยถูกสุด
แต่ก่อนจะตัดสินใจอย่าลืมนำค่าธรรมเนียมต่างๆ มาบวกด้วย เพราะแม้ดอกเบี้ยถูกกว่า
แต่พอบวกค่าธรรมเนียมแล้วเงินที่ต้องจ่ายทั้งหมดอาจแพงกว่าก็ได้
อย่าหลงใหลกับโปรโมชั่นล่อหลอก
การคำนวณดอกเบี้ยแบบที่อธิบายไปแล้ว ทำให้ผู้บริโภคเปรียบเทียบได้ง่ายเกินไป
ปัจจุบันผู้ให้บริการสินเชื่อบางรายจึงคิดโปรโมชั่นต่างๆ ออกมาเพื่อให้ผู้บริโภคคำนวณดอกเบี้ยได้ยากขึ้น
และหลงไปกับโปรโมชั่นที่ออกมา เช่น อาจจะบอกว่าถ้าจ่ายเงินตรงเวลาจะคืนเงินให้เท่านั้นเท่านี้
หรืออัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก ถ้าจ่ายตรงเวลาจะลดดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายเท่านั้นเท่านี่ เป็นต้น
โปรโมชั่นต่างๆ ที่ออกมาทำให้มีตัวแปรหลายตัวในการคำนวณจำนวนเงินที่ต้องจ่ายทั้งหมด
ทำให้คำนวณดอกเบี้ยได้ยากขึ้น คนที่ไม่เก่งคำนวณ หรือไม่ได้เรียนเรื่องการเงิน มาอาจจะงงๆ ได้
แต่ความจริงแล้วไม่ต้องงงหรอกค่ะ เพราะแม้จะมีเรื่องจ่ายตรงเวลาหรือไม่ตรงเวลา
คุณก็เพียงให้เขาคำนวณออกมาให้ดูว่า ถ้าจ่ายตรงเวลาจะต้องจ่ายเดือนละเท่าใด
นำเงินต้นมาลบออกก็จะได้จำนวนดอกเบี้ยที่ต้องเสีย เสร็จแล้วก็นำมาเปรียบเทียบกับสินเชื่อเจ้าอื่นๆ
แล้วก็เลือกสินเชื่อตัวที่ต้องจ่ายดอกน้อยที่สุด
ผ่อนชำระกี่เดือน
สินเชื่อบุคคลนั้นแม้จะบอกว่าตัวเองดอกเบี้ยถูกที่สุด แต่ในความเป็นจริงแล้วสินเชื่อประเภทนี้ดอกเบี้ยแพงมาก
เพราะคิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ต่อเดือน ดังนั้นการเลือกระยะเวลาผ่อนชำระเป็นเรื่องสำคัญมาก
คุณผู้อ่านที่ตัดสินใจว่าจะใช้บริการพึงระลึกไว้เสมอว่า ยิ่งผ่อนนาน ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายก็ยิ่งมากตาม
ควรไตร่ตรองให้ดีว่าในแต่ละเดือนเรามีกำลังในการผ่อนชำระได้เดือนละเท่าใด เพราะถ้าเลือกที่จะผ่อนเสร็จเร็ว
ก็ต้องจ่ายต่อเดือนสูง แต่ถ้าเลือกผ่อนชำระให้ยาวนาน แม้แต่ละเดือนไม่ต้องจ่ายมาก แต่ต้องจ่ายดอกเบี้ยสูงมาก
เมื่อจ่ายครบทั้งหมด
ทางที่ดีที่สุด กู้เมื่อจำเป็นจริงๆ ควรเลือกระยะเวลาผ่อนชำระที่เราสามารถจ่ายได้อย่างสบายๆ
ในแต่ละเดือนจะดีกว่าค่ะ และอย่าสร้างหนี้ให้เป็นดินพอกหางหมู กู้เงินตัวนั้นออกมาโปะหนี้ตัวนี้
เพราะคุณจะติดกับดักอยู่ในวังวนของหนี้สินได้ ถ้ารายจ่ายไม่พอกับรายได้ที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือน
ทำให้เกิดปัญหาสภาพคล่องทางการเงินในครอบครัวขึ้นมาอีกปัญหาหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าคำนึงถึงมากที่สุดในการพิจารณาเลือกใช้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลก็คือ
เรามีความจำเป็นต้องใช้เงินนั้นมากแค่ไหน ถ้าจำเป็นต้องใช้จริงๆ นี่ก็เป็นทางเลือกทางหนึ่งที่น่าสนใจ
เพราะมีความสะดวกรวดเร็ว แต่ก่อนจะใช้ก็ต้องวางแผนการผ่อนชำระให้ดี และศึกษาสินเชื่อแต่ละตัวให้รอบคอบ
เพื่อใช้สินเชื่อส่วนบุคคลเป็นเครื่องมือในการดำเนินชีวิตที่สงบสุข มิใช่ให้สินเชื่อมาเป็นห่วงผูกคอที่ดิ้นไม่หลุดทีหลังได้นะคะ
(update 10 มกราคม 2006)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 23 ฉบับที่ 270 กรกฎาคม 2548 ]
|