ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนว่าเชื้อไข้หวัดนกสามารถติดต่อได้จากคนไปสู่คน
การระบาดของไข้หวัดนก
การระบาดของไข้หวัดนกเอช 5 เอ็น 1 (H5N1) เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 ในฮ่องกง ทำให้มีผู้ติดเชื้อ 18 ราย เสียชีวิต 6 ราย จากสาเหตุไปคลุกคลีกับสัตว์ปีกที่ติดเชื้อ
ไวรัสเอช 5 เอ็น 1 ได้เข้าสู่ประเทศไทย ตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2546 และเริ่มพบผู้ป่วยในคนไทยตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2547 มาจนถึงปัจจุบันมีผู้ป่วยทั้งสิ้น 20 ราย เสียชีวิต 13 ราย (วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ.2548)
การระบาดของไข้หวัดนกเอช 5 เอ็น 1 ดูเหมือนว่าการระบาดเป็นระลอกและในการระบาดครั้งนี้เป็นระลอกที่ 3 แต่ความเป็นจริงการระบาดเชื้อไข้หวัดนก ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและดินฟ้าอากาศ ที่เอื้ออำนวยต่อการระบาดจะเห็นได้ว่าเชื้อดังกล่าวจะเกิดการระบาดขึ้นในฤดูฝนและเข้าสู่ฤดูหนาว ทั้งนี้เพราะอากาศที่ชื้นและเย็นจะเอื้ออำนวยต่อการคงอยู่ของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ (A) ได้เป็นอย่างดี มากกว่าอากาศที่ร้อน
ดังนั้น ในฤดูร้อนจึงดูเหมือนว่าโรคดังกล่าวได้สงบลงแต่ก็เป็นการเบาบางลงชั่วคราวเท่านั้น เชื้อดังกล่าวตั้งแต่เข้าสู่ประเทศไทยเป็นเวลาเกือบ 2 ปี จึงเกิดขึ้นเหมือนกับเป็น 3 ระลอก
การระบาดของเชื้อดังกล่าวเกิดขึ้นไม่เฉพาะประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และจีนยังระบาดเข้าสู่ทวีปยุโรปดังแสดงในตาราง ข้อมูลขององค์การอนามัยโลก นับถึงวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548 มีผู้ป่วยเป็นผู้เสียชีวิตในประเทศต่างๆ ตามตาราง
สถานการณ์ผู้ป่วยไข้หวัดนกในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถึงวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548
| ช่วงระยะเวลา |
กัมพูชา | อินโดนีเซีย |
ไทย | เวียดนาม | รวม |
| ผู้ป่วย | เสียชีวิต |
ผู้ป่วย | เสียชีวิต |
ผู้ป่วย | เสียชีวิต |
ผู้ป่วย | เสียชีวิต |
ผู้ป่วย | เสียชีวิต |
| ธ.ค.46-มี.ค.47 | 0 | 0 |
0 | 0 | 12 | 8 |
23 | 16 | 35 | 24 |
| ก.ค.-ต.ค.47 | 0 | 0 |
0 | 0 | 5 | 4 |
4 | 4 | 9 | 8 |
| ธ.ค. 47-ต.ค.48 | 4 | 4 |
9 | 5 | 3 | 1 |
64 | 21 | 80 | 31 |
| รวม | 4 | 4 | 9 |
5 | 20 | 13 | 91 |
41 | 124 | 63 |
อัตราการตายร้อยละ 51
ปัจจุบันไข้หวัดนกเอช 5 เอ็น 1 ได้แพร่ขยายวงกว้างไปยังรัสเซีย มองโกเลีย และยุโรปอีกหลายประเทศ และมีแนวโน้มที่จะลงสู่ประเทศแอฟริกา ทำให้ทั่วโลกได้ตระหนักถึงพิษภัยของเชื้อไวรัสเอช 5 เอ็น 1 ที่จะทำให้เกิดโรคในมนุษย์ และแพร่ระบาดต่อไปทั่วโลก อย่างไข้หวัดใหญ่สเปน ที่ทำให้มีผู้ล้มตายเป็นจำนวนมากถึง 50 ล้านคนในปี พ.ศ. 2461 หลายประเทศได้มีการเตรียมพร้อมในการรับมือการระบาดใหญ่ของโรคดังกล่าวรวมทั้งประเทศไทยด้วย
การระบาดใหญ่ไข้หกวัดนกสเปนเป็นเอช 1 เอ็น 1 (H1N1) ที่เข้าใจว่าน่าจะข้ามมาจากสัตว์ปีกสู่มนุษย์โดยตรง และหลังจากนั้นมีการระบาดใหญ่ทั่วโลกอีก 2 ครั้งคือ ไข้หวัดใหญ่เอเชีย และไข้หวัดใหญ่ฮ่องกง มีผู้ตายจากการระบาดใหญ่ทั่วโลกลดจำนวนลง
การระบาดใหญ่ใน 2 ครั้งหลัง เข้าใจว่าเกิดจากสายพันธ์ลูกผสมระหว่างไข้หวัดใหญ่คนและไข้หวัดใหญ่นกโดยอาศัยหมูเป็นตัวกลางผสมให้เกิดสายพันธ์ใหม่แล้วแพร่ระบาดมาสู่คน
ถ้าการระบาดของเอช 5 เอ็น 1 ที่ข้ามจากนกมาสู่คนได้โดยตรงและจากคนสู่คนก็จะคล้ายกับไข้หวัดใหญ่สเปน ไม่อาศัยตัวกลางผสมสายพันธ์ใหม่ ทำให้เกิดความรุนแรงของโรคมากเพราะทุกคนยังไม่มีภูมิต้านทานมาก่อน
การป้องกัน
การระบาดของโรคไข้หวัดนกที่เป็นข่าวว่าเกิดการระบาดรอบ 3 ในประเทศไทย ตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม พ.ศ. 2548 เป็นต้นมา ได้สร้างความตื่นตระหนกต่อประชากรของไทยเป็นอย่างมากอีกครั้งหนึ่งและมีสัตว์ปีกติดโรคล้มตายเป็นจำนวนมากในหลายจังหวัดและการระบาดเพิ่งเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว
ในข้อมูลความเป็นจริงทางด้านวิทยาศาสตร์รวมถึงข้อมูลปัจจุบัน ไวรัสไข้หวัดนกยังไม่สามารถพัฒนาติดจากคนสู่คน
การติดต่อของโรคส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากการสัมผัสโดยตรงจากสัตว์ปีกที่มีเชื้อหรืออยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีเชื้อโรคดังกล่าวเป็นจำนวนมาก เช่น มีการป่วยตายของสัตว์ปีกในบริเวณดังกล่าว
ดังนั้น ในทางปฏิบัติในการป้องกันโรค ประชากรทั่วไปควรได้ตระหนักถึงพิษภัยของโรคดังกล่าวในการป้องกันการติดเชื้อโดยไม่ไปสัมผัสกับสัตว์ปีกที่ป่วยหรือล้มตาย จำเป็นต้องถุงมือหรือถุงพลาสติกป้องกันการสัมผัสโดยตรง ควรล้างมือให้สะอาดหลังจากการจับต้องดังกล่าว และแจ้งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบทราบเมื่อใช้มาตราการในการป้องกันที่ถูกต้องต่อไป
เกษตรกรที่มีอาชีพเกี่ยวข้องกับสัตว์ปีก ก็ควรที่จะดูแลสัตว์ปีกและสังเกตอาการถ้ามีสัตว์ปีกป่วยหรือล้มตายรวมทั้งนกธรรมชาติก็ควรปฏิบัติตามข้อควรระวังดังกล่าวและแจ้งให้เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องรับทราบ เพื่อการตรวจสอบและหามาตราการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคดังกล่าวต่อไป
ประชาชนที่เลี้ยงสัตว์ปีกสวยงามไว้ในบ้าน ก็ควรจะมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคดังกล่าว มีมมาตราการในการป้องกันไม่ให้สัตว์ปีกสวยงามที่เลี่ยงไว้ไปสัมผัสกับนกบ้าน นกธรรมชาติ เช่น การหาตาข่ายมาคลุมป้องกันไม่ให้นกธรรมชาติเข้ามา หรือถ่ายมูล รวมทั้งมากินอาหารร่วมกันได้ จะเป็นวิธีการป้องกัน
สำหรับผู้ที่เลี้ยงไก่ชน ในฤดูที่มีการระบาดของโรคก็ควรกระทำดังกล่าวและไม่ควรจะมีการเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกเพราะจะมีโอกาสไปสัมผัสโรคและแพร่กระจายของโรคได้
สำหรับผู้ที่ค้าขายสัตว์ปีกและประชาชนผู้บริโภคทั่วไป การจับต้องสัตว์ปีกสด เช่น ไก่ เป็ดสด หรือควรแช่แข็ง ควรจะต้องใช้ถุงมือหรือถุงพลาสติกจับต้องและล้างมือให้สะอาด
ผู้ค้าสัตว์ปีกที่ได้มีการผ่านการคัดกรองว่าปลอดจากโรคดังกล่าวและไม่ควรนำสัตว์ปีกที่ป่วยหรือล้มตายมาขายหรือปรุงอาหารเป็นอันขาด
สำหรับสัตว์ปีกที่ปรุงสุกแล้วถือว่าปลอดภัยจากเชื้อโรคดังกล่าวอย่างแน่นอนเพราะเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิดเอถูกทำลายด้วยความร้อนที่อุณหภูมิสูงเกินกว่า 70 องศาเซลเซียส ดังนั้น การบริโภคสัตว์ปีกสุกจะมีความมั่นใจว่าปลอดจากเชื้อโรคดังกล่าว
สัตว์ปีกแช่แข็งที่นำมาปรุงอาหารก็ควรทำให้มั่นใจว่าสุกทั้งหมดจนถึงข้างในและกระดูก
การซื้อไข่ มาไว้ในบ้านในทางปฏิบัติ ในฤดูที่มีการระบาด ไม่ควรเก็บไว้ในตู้เย็นเพราะเชื้อที่อยู่ในที่เย็นจะอยู่ได้นานกว่า ควรเก็บไว้ภายนอก และไม่ควรซื้อมาเป็นจำนวนมาก เมื่อจับต้องแล้วควรล้างมือให้สะอาด การบริโภคไข่ก็ควรบริโภคไข่ที่สุกจริงๆ ไข่ดาวที่ยังไม่สุก เช่น เป็นยางมะตูมก็ควรทำให้สุก
โดยธรรมชาติของเชื้อไข้หวัดนกเอช 5 เอ็น 1 เมื่อติดเชื้อในสัตว์ปีก จะทำให้สัตว์ปีกล้มป่วยและเสียชีวิตในเวลาอันสั้น แต่มีสัตว์ปีกบางชนิดที่มีระยะฟักตัวยาวนานกว่าและอาจมีอาการป่วยไม่รุนแรง เช่น นกเป็ดน้ำ และเป็ดที่เลี้ยงตามธรรมชาติ ก่อนจะมีอาการเจ็บป่วยและสามารถปล่อยเชื้อมาในมูลได้
สัตว์ตระกูลนกเป็ดน้ำและเป็ดที่เลี้ยงตามธรรมชาติส่วนมากจะเกิดอาการป่วยและอยู่ได้ทนกว่าเป็ดเนื้อหรือไก่ที่อยู่ในฟาร์ม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของสัตว์ปีกดังกล่าว ดังนั้นเกษตรกรจำเป็นต้องสังเกตอาการ ตรวจเชื้อ สำรวจและเฝ้าระวังอย่างเคร่งครัด รวมทั้งเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องจำเป็นต้องมีการสำรวจสัตว์ปีกอพยพเป็นครั้งคราวเพื่อวางมาตราการในการป้องกัน
การป้องกันโรคไข้หวัดนก
1. ไข้หวัดนกเป็นโรคติดต่อในสัตว์ปีก เช่น นก เป็ด ไก่ สามารถแพร่เชื้อได้จากน้ำมูก นำลาย มูลของสัตว์ที่ป่วยหรือตาย
2. คนติดโรคนี้ได้จากการสัมผัสกับ น้ำมูก น้ำลาย หรือมูลของสัตว์ปีกที่ป่วยตายหรือตายด้วยโรคไข้หวัดนก
3. ผู้ป่วยโรคไข้หวัดนกจะมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ คือมีไข้สูง ปวดศรีษะ ปวดเมื่อยเนื้อตัว อ่อนเพลีย เจ็บคอ ไอ หายใจลำบาก ปอดอักเสบ
4. หากมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่และมีประวัติสัมผัสกับสัตว์ปีกที่ป่วยหรือตาย หรืออยู่ในพื้นที่ที่มีโรคไข้หวัดนกระบาด ต้องรับไปโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด
5. ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดโรคไข้หวัดนก คือผู้ที่ทำงานในฟาร์มหรือชำแหละสัตว์ปีกที่ป่วย หรือตายจากโรคไข้หวัดนก
6. ถ้าพบสัตว์ปีกที่เลี่ยงในบ้านหรือที่อยู่นอกบ้านตายจำนวนมากผิดปกติ ให้แจ้ง อสม. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. หรือเจ้าที่สาธารณสุขประจำสถานีอนามัย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ ทันที
ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล สามารถแจ้งได้ที่
กรมปศุสัตว์ กระทรวงสาธารณสุข โทรศัพท์ 0-2653-4444
กระทรวงสาธารณสุข โทรศัพท์ 0-2590-3333
กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์ 0-2248-7417
7. ในช่วงที่มีการระบาด ไม่ใช้มือเปล่าสัมผัสสัตว์ปีกที่ป่วยหรือตาย ต้องสวมถุงมือ สวมผ้าปิดปาก จมูก และล้างมือด้วยสบู่และน้ำทุกครั้ง หากไม่มีถุงมือสามารถใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วสวมมือหลายๆ ชั้น ก่อนจับซากสัตว์ปีกที่ตายหรือป่วย ก็จะป้องกันการติดเชื้อได้เช่นกัน
8. สัตว์ปีกที่ป่วยตาย ให้เผาหรือฝัง โดยขุดหลุมลึกอย่างน้อย 1 เมตร ก่อนกลบดินให้ราดด้วยน้ำคลอรีนหรือโรยปูนขาว ก่อนทำการฝังกลบดินให้แน่น ห้ามโยนทิ้งตามแม่น้ำลำคลองอย่างเด็ดขาด และห้ามนำไปให้สัตว์อื่นกิน
9. ผู้ที่มีอาชีพเลี้ยง ฆ่า ขนส่ง ย้ายและขายสัตว์ปีกหรือผู้ที่สัมผัสซากสัตว์ปีก ถ้าป่วย มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ คือมีไข้สูง หนาวสั่น ปวดศรีษะ ปวดเมื่อเนื้อตัว อ่อนเพลีย เจ็บคอ ไอแห้งๆ และอาจมีตาแดงด้วย ให้รีบไปพบแพทย์แล้วบอกประวัติการสัมผัสสัตว์ปีก หรือเกี่ยวข้องกับผู้ป่วยปอดบวมร่ายอื่นๆ ในรอบ 10 วันก่อนมีอาการ จะต้องรีบไปพบแพทย์ทันที
10. ในช่วงที่มีระบาดในสัตว์ปีก หรือมีไก่ เป็ด ตายมากผิดปกติ ขอให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง เอาใจใส่ระมัดระวังดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด เตือนไม่ให้เด็กอุ้มไก่หรือนก หรือจับต้องซากสัตว์ปีกที่ตาย และให้เด็กหมั่นล้างมือบ่อยๆ จะช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้
11. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 30 นาที กินอาหารให้ครบถ้วนรวมทั้งผัก ผลไม้ งดสูบบุหรี่ และงดดื่มสุรา
12. เป็ด ไก่ และไข่ ที่ไม่ติดเชื้อสามารถกินได้แต่ต้องปรุงให้สุก 100 เปอร์เซ็นต์ ด้วยความร้อนมากกว่า 70 องศาเซลเซียส โดยไก่ เป็ด หรือสัตว์ปีกทั้งหมดที่ตายผิดปกติ ห้ามนำมาชำแหละกินอย่างเด็ดขาด เพราะจะทำให้ติดเชื้อโรคไข้หวัดนกได้ ต้องทำลายด้วยวิธีเผา หรือฝังตามที่เจ้าหน้าที่แนะนำ
การติดจากคนสู่คน
ในปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนว่าเชื้อไข้หวัดนกสามารถติดต่อได้จากคนสู่คน
การติดต่อจากคนสู่คน เช่น ในกรณีนางประนอมและลูกที่กำแพงเพชร เกิดขึ้นจากการสัมผัสกันโดยตรงไม่ได้เกิดขึ้นจากการติดต่อแบบระบบทางเดินหายใจแบบไข้หวัดใหญ่ในคน
การติดต่อจากคนสู่คนในกรณีไข้หวัดใหญ่ในคนเกิดขึ้นเนื่องจากไวรัสสามารถเกาะติดบนเซลล์เยื่อบุของมนุษย์และการเข้าสู่เซลล์มนุษย์ได้
สำหรับไวรัสไข้หวัดนกเอช 5 เอ็น 1 ในส่วนของการเกาะติดสู่เซลล์มนุษย์ยังไม่สามารถเกาะได้อย่างสมบูรณ์ที่จะทำให้เกิดการติดต่อระหว่างคนสู่คน
การเกิดโรคในมนุษย์ในปัจจุบันอาจกล่าวได้ว่าเป็นอุบัติเหตุที่ต้องมีการศึกษาถึงความจำเพาะดังกล่าวเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม เราจำเป็นต้องเฝ้าระวังและมีมาตราการทางด้านระบาดวิทยาควบคุมการเปลี่ยนแปลงทางด้านพันธุกรรมของเชื้อไวรัสไข้หวัดนก ทั้งนี้เพราะไวรัสไข้หวัดนกเป็นไวรัสชนิดอาร์เอ็นเอ (RNA) และมีพันธุกรรมแบบแยกส่วน จึงสามารถเกิดการกลายพันธุ์ได้ง่าย
การเฝ้าติดตามการกลายพันธุ์โดยเฉพาะในส่วนของการเกาะติดเซลล์มนุษย์และความสามารถในการแบ่งตัวในเซลล์มนุษย์ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้งานทางด้านวิทยาศาสตร์พื้นฐานมาช่วยในการศึกษาเพื่อหามาตราการป้องกันตั้งแต่เริมแรกก่อนที่จะมีการแพร่ระบาดกระจายออกไป
จากการศึกษาของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับกรมปศุสัตว์ ตลอดระยะเวลาเกือบ 2 ปี (ได้มีการศึกษาไวรัสไข้หวัดนกไปแล้วมากกว่า 100 ตัวอย่าง) มาโดยตลอดที่มีการระบาด 3 ระลอก การกลายพันธุ์ที่พบเห็นเป็นปกติเกิดขึ้นได้เหมือนไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ โดยมีการกลายพันธุ์แบบเล็กน้อย ยังไม่พบการกลายพันธุ์ในจุดที่สำคัญ เช่น ส่วนที่เกาะติดกับเซลล์มนุษย์ ในส่วนที่ทำให้เกิดการแบ่งตัวและทำให้เกิดโรครุนแรงในมนุษย์ รวมทั้งสายพันธุ์ที่พบทั้งหมดยังไม่ดื้อต่อยา Tamiflu (oseltamivir)
อย่างไรก็ตาม เราจะยังเฝ้าติดตามร่วมกับกรมปศุสัตว์ โดยการถอดรหัสพันธุกรรมของไวรัสไข้หวัดนกทั้งตัว (13,600 เบส) ต่อไป ในปุจจุบันเรามีความชำนาญในการถอดรหัสพันธุกรรมไข้หวัดนกได้เร็วขึ้นโดยใช้เวลาประมาณ 3 วันเท่านั้นก็สามารถถอดรหัสได้ทั้งตัว
ในส่วนสำคัญของการก่อโรคเราสามารถตรวจให้รู้ผลได้ในเวลา 1-2 วันเช่นเดียวกัน การตรวจวินิจฉัยโรคในปัจจุบันสามารถทำได้อย่างรวดเร็วโดยใช้หลักการทางด้านอณูชีววิทยา RT-PCR และ Real time PCR วิธีการตรวจดังกล่าวเป็นที่ยอมรับและมีการเผยแพรออกไปในระดับนานาชาติ และสามารถตรวจให้ทราบผลอย่างถูกต้องได้ภายใน 6-12 ชั่วโมง
วัคซีนไข้หวัดนก
ในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดนกใช้ในมนุษย์
วัคซีนไข้หวัดนกอยู่ระหว่างการพัฒนาและศึกษาวิจัยทางคลินิก เป็นการศึกษาวิจัยในคนระยะที่ 2 และคงจะต้องใช้ระยะเวลาหนึ่งจึงจะมีวัคซีนใช้ได้ในคน ทั้งนี้เพราะเชื้อไวรัสดังกล่าวเป็นไวรัสที่ก่อโรคชนิดรุนแรง การพัฒนาวัคซีนด้วยวิธีเดิมเช่นวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ยังไม่สามารถทำได้ทั้งนี้เพราะระบบความปลอดภัยในการเพิมจำนวนไวรัสจำเป็นต้องมีมาตราฐานสูง ทำให้การลงทุนของโรงงานที่จะรองรับเชื้อก่อโรครุนแรงล่าช้า
การพัฒนาวัคซีนไข้หวัดนกจึงจำเป็นต้องอาศัยวิธีอื่นทางพันธุวิศวกรรม และชีวโมเลกุล เช่น revers genetic ซึ่งเป็นวิธีใหม่ในการสร้างไวรัส วิธีดังกล่าวยังไม่มีการนำมาใช้ทำวัคซีนที่ใช้ในคนมาก่อน จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาทางคลินิกอย่างละเอียดก่อน
สำหรับวัคซีนไข้หวัดนกในสัตว์ ใช้สายพันธุ์ไวรัสที่อยู่ใกล้เคียงที่สุด เช่น เอช 5 เอ็น 2 (H1N2) หรือวิธีการ recombinant ไวรัสในปัจจุบัน มีการนำมาใช้ในบางประเทศคงจะต้องมีการศึกษาและติดตามข้อดีและข้อเสียของการใช้วัคซีนดังกล่าว การจะใช้ต้องมีกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด และมีการเฝ้าระวังการกลายพันธุ์ของไวรัสในท้องถิ่นที่ใช้วัคซีน
สำหรับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ในคนที่ใช้กันแพร่หลายอยู่ทุกวันนี้ ไม่สามารถป้องกันไข้หวัดนกได้ เพราะเชื้อไข้หวัดใหญ่ในคนเป็นเอช 3 เอ็น 2 (H3N2) และ เอช 1 เอ็น 1 (H1N1) วัคซีนดังกล่าวจึงไม่สามารถป้องกันเชื้อไวรัสสายพันธุ์เอช 5 เอ็น 1 (H5N1) ได้
บุคคลที่ควรได้รับวัคซีนไว้หวัดใหญ่ คือกลุ่มเสี่ยงที่เสี่ยงต่อการติดไข้หวัดนก ได้แก่ เกษตรกรที่ทำงานเกี่ยวกับสัตว์ปีก เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์หรือพนักงานโรงงานอุตสาหกรรมสัตว์ปีก รวมทั้งบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยและห้องปฏิบัติการเกี่ยวกับไข้หวัดนกเพื่อป้องกันการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ในคน เพราะขณะป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่คนอาจติดเชื้อไข้หวัดใหญ่นกได้ในเวลาเดียวกันและอาจเกิดการกลายพันธุ์เกิดสายพันธุ์ใหม่ของเชื้อไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ ที่อาจสร้างปัญหาและความรุนแรงในมนุษย์ได้
นกอพยพกับการนำเชื้อไข้หวัดนกระลอก 1 และ 2
กรณีของนกอพยพ จำเป็นต้องมีการศึกษาโดยอาศัยข้อมูลวิทยาศาสตร์พื้นฐานเป็นหลัก ยกตัวอย่างเช่นการตรวจเชื้อไข้หวัดนกทางด้านพันธุกรรมเปรียบเทียบจะสามารถบอกได้เป็นอย่างดี
ยกตัวอย่างถ้าเราตรวจพบพันธุกรรมไข้หวัดนกในระลอกที่ 3 มีสายพันธุ์เหมือนกับสายพันธุ์ไข้หวัดนกที่ตรวจพบในประเทศจีน ก็จะเป็นคำตอบทางอ้อมว่าน่าจะมาจากนกอพยพมาจากประเทศจีน หรือการเคลื่อนย้ายสัตว์ข้ามประเทศ แต่จากการตรวจพันธุกรรมของเชื้อไข้หวัดนกในระลอกที่ 1, 2 และ 3 ในประเทศไทยยังมีสายพันธุ์ที่ใกล้เคียงกันมาก มีความแตกต่างทางรหัสพันธุกรรมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จึงเป็นการยากที่จะสรุปว่าการระบาดในระลอกที่ 3 เกิดจากนกอพยพ และการระบาดส่วนใหญ่ในประเทศไทยมักจะเกิดในพื้นที่เดิมที่เคยมีการระบาดอยู่ก่อน
คนไทยและสังคมไทยกับไข้หวัดนก
คนไทยและสังคมไทยควรตระหนักถึงมหันตภัยอันตรายของไข้หวัดนก แต่ไม่จำเป็นต้องกลัวจนตระหนกกับโรคไข้หวัดนกมากจนเกินเหตุ ควรมีสติและใช้ปัญญาในการแก้ไข
การแก้ปัญหาโรคระบาดจำเป็นต้องอาศัยความซื่อสัตย์กับความจริงที่เกิดขึ้น
การให้คำปรึกษากับประชาชนถึงภยันตรายตลอดจนวิธีการป้องกันที่ถูกต้องจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดและ ไม่ควรมองผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมากกว่าชีวิตมนุษย์ ในการป้องกันไข้หวัดนก รวมทั้งประชาชนทั่วไปจะต้องให้ความร่วมมือกับทางราชการ
ในการป้องกันไข้หวัดนกเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ และระบบควบคุมดูแลป้องกัน จำเป็นที่จะต้องให้ความเป็นธรรมกับเกษตรกรด้วย จึงจะประสบผลสำเร็จในการควบคุมป้องกันมันตภัยจากโรคร้ายดังกล่าว
สายด่วน "ไข้หวัดนก"
- กระทรวงสาธารณสุข โทรศัพท์ 0-2590-3333
- กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรกรและสหกรณ์ โทรศัพท์ 0-2653-4444
- กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์ 0-2248-7417.
(update 27 กรกฎาคม 2006)
[ ที่มา..
นิตยสารหมอชาวบ้าน ปีที่ 27 ฉบับที่ 320 ธันวาคม 2548]
|