โรคไข้หวัดนก ตอนนี้ระบาดไปแทบทั่วโลกแล้วค่ะ แถมยาที่ใช้ป้องกันก็ผลิตกันไม่ค่อยจะทันนักในบ้านเรา
แน่นอนโรคนี้ทำให้มีคนเจ็บป่วยและเสียชีวิตไปแล้วหลายคนค่ะ การป้องกันและดูแลไม่ให้โรคนี้มาถึงตัวจึงเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจกันอย่างยิ่ง
พญ.จุไร วงศ์สวัสดิ์ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคติดเชื้อ สถาบันบำราศนราดูร กรมควบคุมโรค
กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นสถาบันที่ดูแลผู้ป่วยโรคติดเชื้อ และคุณหมอเป็นผู้หนึ่งที่ร่วมทำงานในคณะทำงานด้านการแพทย์
ที่ดูแลเรื่องไข้หวัดนกมีคำแนะนำที่ถูกต้องถึงวิธีป้องกันจากโรคร้ายนี้ค่ะ
Q : การระบาดของเชื้อ H5N1
หรือที่เรารู้จักกันว่าไข้หวัดนกนั้น ตอนนี้เป็นอย่างไรคะ
A : จริงๆ แล้วไข้หวัดนกเป็นเชื้อไวรัสที่ก่อโรคในสัตว์ปีก
โดยเป็นเชื้อในตระกูลเดียวกันกับไข้หวัดใหญ่ของคนแต่ต่างสายพันธุ์กัน เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดในคนปัจจุบัน
เป็นสายพันธุ์ Influenza A H1N1, H3N2 และ Influenza ส่วนไข้หวัดนกเองก็มีแยกย่อยไปอีกหลายสายพันธุ์
ซึ่งทำให้มีอาการรุนแรงแตกต่างกันในสัตว์ปีก แต่เชื้อไข้หวัดนกที่กำลังเป็นที่วิตกกันอยู่ในขณะนี้นั้นเป็นสายพันุ์
Influenza H5N1 ซึ่งปกติแล้วเชื้อไข้หวัดนกไม่ควรจะข้ามสายพันธุ์มาติดคน แต่สำหรับไข้หวัดนก H5N1
เป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่า โรคอุบัติใหม่ สำหรับคน เนื่องจากเพิ่งพบว่าเชื้อนี้สามารถติดจากสัตว์ปีกมาสู่คน
และผู้ป่วยส่วนหนึ่งอาจมีอาการรุนแรงจนเสียชีวิตได้ จริงๆ แล้วโรคไข้หวัดนก H5N1 นี้ได้มีการเกิดโรคในคนครั้งแรกเมื่อปี 2540
ที่ฮ่องกง แล้วสงบไป และเพิ่งมามีการเกิดโรคในคนครั้งใหม่เริ่มเมื่อต้นปี 2547 จนล่าสุดเมื่อ 24 ตุลาคม 2548
ที่องค์การอนามัยโลก รายงานยอดผู้ป่วยจำนวน 121 ราย เสียชีวิต 62 ราย จาก 4 ประเทศคือ เวียดนาม ไทย อินโดนีเซีย
และกัมพูชา ส่วนสถานการณ์การระบาดในสัตว์ปีกล่าสุดลามไปถึงยุโรปโดยขณะนี้มีประเทศที่พบเชื้อในสัตว์กว่า 15 ประเทศ
ซึ่งทั่วโลกกำลังกังวลว่าเชื้อนี้อาจมีการกลายพันธุ์จนสามารถแพร่จากคนสู่คนได้ ซึ่งอาจทำให้เกิดการระบาดใหญ่ของเชื้อนี้ไปทั่วโลกได้
อาการของไข้หวัดนกไม่ต่างจากไข้หวัดใหญ่ ผู้ป่วยจะมาด้วยอาการไข้ และอาการในระบบทางเดินหายใจเป็นหลัก
โดยอาจมาด้วยอาการไอ จาม มีน้ำมูก เจ็บคอ หลังจากนั้นประมาณ 3-4 วันอาการจะแย่ลง ในรายที่อาการรุนแรง
อาจเสียชีวิตในปลายสัปดาห์แรกถึงช่วงสัปดาห์ที่ 2
ดังนั้นจะเห็นได้ว่าช่วงแรกๆ อาการจะแยกไม่ออกจากโรคหลอดลมอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อทั่วไป
นอกจากจะมีการซักประวัติได้ว่าไปสัมผัสสัตว์ปีกที่ป่วย หรือมาจากถิ่นที่มีการระบาดของเชื้อในสัตว์ปีก
ยังมีบางประเด็นที่สำคัญคือ จากการรวบรวมประวัติของผู้ป่วยไข้หวัดนกที่ผ่านมา ทั้งในประเทศเราและประเทศเพื่อนบ้าน
พบว่าอาการท้องเสียเป็นอาการนำที่สำคัญอีกอาการหนึ่ง ซึ่งถ้าแพทย์ไม่ตระหนัก อาจมีการพลาดได้ หมายความว่า
วินิจฉัยไม่ได้หรือวินิจฉัยได้ช้า นอกจากนี้พบว่าผู้ป่วยมักพบแพทย์ช้า ทำให้การรักษาอาจไม่ได้ผลเท่าที่ควร
เพราะการรักษาโรคนี้ต้องให้ยาโดยเร็ว นอกจากนี้ในด้านของแหล่งโรค พบว่า สัตว์ปีกบางชนิดอาจติดเชื้อโดยไม่ป่วยได้
Q : เชื้อ H5N1 ที่จะติดคนนี้มาจากไหนได้บ้าง
A : เชื่อว่ารังโรคอยู่ในพวกสัตว์ปีกโดยเฉพาะจำพวกนกเป็ดน้ำ
นกอพยพตามฤดูกาล โดยเชื้ออยู่ในอุจจาระและสิ่งคัดหลั่ง ซึ่งทำให้เชื้อปนเปื้อนอยู่ในสิ่งแวดล้อมในดิน ในน้ำ
และติดต่อสู่สัตว์ปีกที่อยู่ในฟาร์มเลี้ยงหรือตามบ้านได้ โดยเฉพาะถ้าไม่มีระบบการเลี้ยงที่ถูกหลักสุขาภิบาล
สำหรับการติดต่อจากสัตว์ปีกสู่คน สามารถติดได้โดยการสัมผัสกับสิ่งคัดหลั่งหรืออุจจาระของสัตว์ปีกที่ติดเชื้อ
ซึ่งอาจเป็นการสัมผัสโดยตรง (droplets and direct contact) เช่น อุ้ม เล่นกับสัตว์ที่มีเชื้อ หรือทางอ้อม (indirect contact)
โดยสัมผัสเชื้อที่ปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม ซึ่งเชื้อพวกนี้สามารถอยู่ได้นาน โดยเฉพาะช่วงที่อากาศเย็น
มีแนวโน้มว่าเชื้อนี้อาจกลายเป็นเชื้อประจำถิ่นเรา หมายถึงพอถึงฤดูนี้ก็จะมีเชื้อไวรัสตัวนี้ระบาด
ซึ่งจะเป็นในช่วงฤดูปลายฝนต้นหนาวที่เราจะต้องระวังมาก
ส่วนกรณีที่เชื้อจะติดจากคนสู่คนหรือไม่นั้น ในขณะนี้ข้อมูลยังจำกัด และยังไม่พบว่าเชื้อกลายพันธุ์
เชื่อว่าขณะนี้โอกาสเป็นไปได้น้อย ในกรณีที่พบว่า เป็นในครอบครัวที่อยู่ในบ้านเดียวกัน
เชื่อว่าน่าจะเป็นการติดจากสิ่งแวดล้อมเดียวกันมากกว่า อย่างไรก็ตามทางการแพทย์เอง
ได้มีการติดตามการกลายพันธุ์ของเชื้อนี้อย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว
มีอีกประเด็นที่สำคัญคือเชื้อนี้ตายง่ายจากความร้อน ดังนั้นการกินไข่หรือไก่ที่สุกไม่มีปัญหา
แต่ต้องระวังตอนช่วงที่ปรุงอาหารด้วย จากการทบทวนประวัติผู้ป่วยพบว่าส่วนหนึ่งไปชำแหละไก่ที่ป่วยตาย
เพราะในช่วงที่ทำอาหารได้สัมผัสกับสัตว์ปีสดๆ ที่ติดเชื้อมา ลักษณะเช่นนี้มีโอกาสติดแน่ เพราะเชื้อมันอยู่ในตัวไก่
อยู่ที่อุจจาระ และสารคัดหลั่งของสัตว์ เวลาที่เราสัมผัสเราก็อาจจะเอามือขยี้ตา ขยี้จมูก หรือแม้แต่การไม่ได้ล้างมือ
เชื้อจึงสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ กล่าวโดยสรุป ข้อสันนิษฐานของการติดเชื้อ หลักใหญ่คือการสัมผัสสัตว์ปีกที่มีเชื้อโดยตรง
หรือทางอ้อมจากสิ่งแวดล้อมที่ปนเปื้อนเชื้อนี้ ส่วนโอกาสที่จะติดจากคนสู่คนโดยการจาม ไอรดกัน ก็มีโอกาสแต่น้อย
เนื่องจากเชื้อไข้หวัดนกในขณะนี้ยังไม่มีความสามารถติดจากคนสู่คนได้ง่ายนัก ส่วนการติดต่อทางการกินก็ยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน
เพียงแค่สงสัยเท่านั้น
Q : แล้วสาเหตุที่ทำให้ผู้ที่ติดเชื้อเสียชีวิตอย่างรวดเร็วล่ะคะ
A : ที่สำคัญคือทำให้ปอดอักเสบรุนแรง และเชื้ออาจมีการแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ ในร่างกาย
หรือร่างกายเกิดการตอบสนองอย่างรุนแรงต่อเชื้อ ทำให้อวัยวะอื่นๆ เสียการทำงานไปด้วย คนไข้ที่ติดเชื้อไข้หวัดนกที่ผ่านมา
พบว่ามีการทำงานของไต ตับ ระบบการแข็งตัวของเลือดเสียไป พูดง่ายๆ ก็คือมันทำให้หลายระบบของร่างกายเสียการทำงานไป
Q : ตอนนี้ที่เรากลัวกันมากคือกลัวว่าจะมีการติดต่อจากคนไปสู่คน
A : อย่างที่ได้กล่าวแล้วว่าขณะนี้โอกาสเกิดขึ้นน้อย หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ชัดเจน
ถ้าจะเกิดก็ต้องเป็นการสัมผัสที่ใกล้ชิดกันมากๆ อย่างไรก็ตาม มีโอกาสเป็นไปได้ทางทฤษฎี และหลายคนก็เลยมุ่งประเด็นไปที่ว่าบางทีไวรัสอาจกลายพันธุ์
หรือมีการแลกเปลี่ยนสารพันธุกรรมกับเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ของคนทำให้มีความสามารถที่จะแพร่กระจายจากคนไปสู่คน แต่ขณะนี้หลักฐานยังไม่ชัดเจน
Q : ฟังดูน่ากลัวนะคะ คือถ้าเราไม่สามารถควบคุมได้
อาจเป็นโรคระบาดที่รุนแรง สำหรับประเทศไทย การแพทย์เองหรือรัฐบาล มีมาตรการเพื่อเตรียมรับกับเรื่องนี้อย่างไรบ้าง
A : ตอนนี้ก็พยายามป้องกันอย่างมาก มีมาตรการออกมามากมาย ตัวอย่างเช่น
- มีการเฝ้าระวังตั้งแต่ในสัตว์ คือต้นตอของมันอยู่ในสัตว์ปีก เพราะฉะนั้นกรมปศุสัตว์ที่รับผิดชอบก็จะมีมาตรการออกมาเยอะมาก
ตอนนี้โทษแรงขึ้น เข้มข้นมากขึ้นกว่าตอนรอบแรก นี่คือการควบคุมการแพร่ระบาดที่ต้นเหตุ
- มีการสุ่มหาเชื้อ เอาไปตรวจดูว่ามันกลายพันธุ์หรือยัง แต่ตอนนี้เรายังไม่เจอ ซึ่งต้องมีการสุ่มตรวจเป็นระยะทั้งเชื้อจากสัตว์และคนด้วย
- การที่เชื้อจะกลายพันธุ์อาจจะกลายพันธุ์ด้วยตัวของมันเอง หรือได้รับสารพันธุกรรมของไข้หวัดใหญ่ของคน
เชื้อทั้ง 2 เป็นไข้หวัดใหญ่เหมือนกัน อันหนึ่งเป็นไข้หวัดใหญ่จากคน อีกอันหนึ่งเป็นไข้หวัดใหญ่ในสัตว์
ถ้าเชื้อ 2 ชนิดมาเจอกัน เชื้ออาจจะแลกเปลี่ยนสารพันธุกรรมกัน
- ขณะนี้อีกมาตรการหนึ่งก็คือ เราพยายามป้องกันไม่ให้คนเป็นไข้หวัดใหญ่โดยการฉีดวัคซีน
ซึ่งจะมีการแนะนำว่าบุคคลที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงใดบ้าง ควรได้รับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่
- เช่นบุคลากรทางการแพทย์เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่ควรจะได้รับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่
ซึ่งตอนนี้ทางกระทรวงสาธารณสุขก็ได้สนับสนุนงบประมาณให้ เพิ่งมีการประชุมในกระทรวงสาธารณสุขเร็วๆ นี้
โดยเชิญผู้มีส่วนร่วมทั้งหลายมาร่วมรับฟังนโยบาย ซึ่งตอนนี้วัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้มีการแจกจ่ายออกไปแล้ว
เพื่อฉีดในกลุ่มเสี่ยง
- มีการเตรียมความพร้อมด้านการรักษาพยาบาลโดยจัดเตรียมห้องแยกดูแลผู้ป่วย
มีการสั่งชุดทดสอบเพื่อให้การวินิจฉัยโรคไข้หวัดใหญ่เบื้องต้น
มีการเตรียมยา Oseltamivir (Tamiflu) สำหรับการรักษา เป็นต้น
Q : คุณหมอคิดว่าในอนาคตจะมีการระบาดของเชื้อ H5N1
มากกว่านี้จนอาจจะกลายเป็นโรคระบาดได้หรือเปล่า
A : หมอเข้าใจว่าโดยตามธรรมชาติของเชื้อไวรัสคงมีแนวโน้มที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเอง
แต่ประเด็นก็คือระบบการรักษา ณ ปัจจุบัน รวมทั้งระบบการควบคุมโรคต่างจากเมื่อก่อนมาก ยาเราก็มี และเรามีการเตรียมพร้อมเป็นระบบไว้แล้ว
ถ้าเราทำได้ตามระบบที่วางไว้ ก็ไม่น่าจะมีการแพร่ระบาดไปในวงกว้าง
Q : วัคซีนสำหรับป้องกันหวัดนกโดยตรงล่ะคะ
A : วัคซีนไข้หวัดนกที่จะใช้ป้องกันในคน ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นวิจัย
เพราะการจะนำมาใช้กับประชาชนจะต้องมั่นใจในความปลอดภัยและประสิทธิภาพ ขณะนี้หน่วยงานที่ดูแลเรื่องนี้
กำลังดำเนินอยู่โดยประสานกับต่างประเทศ เพื่อตกลงในความร่วมมือและเจรจาให้วัคซีนมีใช้ในบ้านเรา
Q : สิ่งที่ประชาชนควรทำในตอนนี้
A : 1. ควรตระหนักแต่อย่าตระหนก เพราะเชื้อไข้หวัดนกยังไม่แพร่จากคนไปคนในวงกว้าง
และการเกิดโรคขณะนี้ก็จะเกิดในชุมชนที่มีการเลี้ยงสัตว์ปีกที่มีเชื้อ ซึ่งตอนนี้รัฐบาลมีการแก้ไขอย่างเป็นระบบอยู่แล้ว
และเราควรติดตามข่าวสารใกล้ชิด
2. ใช้ชีวิตเหมือนอย่างปกติค่ะ เพียงแต่เราต้องรู้วิธีที่จะป้องกันตัวเอง สำหรับเด็กๆ ดูแลที่จะไม่ให้มีโอกาสรับเชื้อ นั่นคือ
- ไม่ให้ลูกจับต้องสัตว์ปีก โดยเฉพาะสัตว์ที่ป่วยหรือซากสัตว์
- ฝึกให้เด็กล้างมือจนเป็นนิสัย เพราะช่วยป้องกันไม่ให้นำเชื้อโรคต่างๆ เข้าสู่ร่างกาย
- ไม่นำสัตว์ที่ป่วยหรือตายมาทำอาหาร
- เลือกซื้อเนื้อไก่ เป็ด และไข้จากแหล่งที่เชื่อถือได้
- รับประทานเนื้อสัตว์ปีก และไข่ที่ปรุงสุกแล้วเท่านั้น
- เวลาทำอาหารต้องแยกเขียงที่หั่นเนื้อดิบกับเขียงผักผลไม้ออกจากกัน
- ล้างอุปกรณ์ข้าวของจานชามให้สะอาดหลังใช้เสมอ
การมีสุขลักษณะนิสัยที่ดี จะช่วยให้เราปลอดจากโรคติดเชื้อต่างๆ ถ้าตัวเราไม่สบายต้องรู้จักป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่สู่ผู้อื่น
เช่นการใส่หน้ากากอนามัย เมื่อมีอาการไอ เป็นต้น
เรื่องอย่างนี้ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันโรคไข้หวัดนก รวมทั้งโรคติดเชื้ออื่น
ไม่ให้มาทำร้ายเราและคนที่เรารักค่ะ
(update 22 กุมภาพันธ์ 2006)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 23 ฉบับที่ 275 ธันวาคม 2548 ]
|