การตั้งท้องครั้งแรกถือเป็นเรื่องใหม่มหัศจรรย์น่าตื่นเต้นและท้าทายสำหรับคุณแม่มือใหม่ แต่สำหรับท้องสองความรู้สึกตื่นเต้นอาจจะน้อยลงเนื่องจากมีประสบการณ์จากการท้องแรก แต่ก็ไม่วายที่ปัญหาจะเกิดขึ้นจนได้ถ้าท้องสองถี่เกินไป ยิ่งเป็นคุณแม่ที่ต้องทำงานนอกบ้านและมีภาระหน้าที่รับผิดชอบ รวมทั้งเจ้าคนโตของคุณที่ยังเล็กเหลือเกิน แบบนี้การท้องสองถือว่าเป็นงานหนักทำให้คุณแม่เกิดความเครียดได้มาก และยิ่งถ้าไม่มีเวลาพักผ่อนก็อาจจะเป็นสาเหตุให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ระหว่างตั้งท้องสูงขึ้นได้
อย่างนี้ถือว่าท้องติดกัน
1. ตั้งท้องเร็วเกินไปยิ่งช่วงหลังคลอดคนแรกใหม่ๆ
2. ลูกคนแรกยังเล็ก ช่วยเหลือตัวเองยังไม่ได้
จริงอยู่ว่าสองสาเหตุนี้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายคุณแม่ แต่การดูแลสุขภาพที่ดีขณะตั้งท้องก็ช่วยให้คุณแม่และคุณลูกปลอดภัยได้ อย่างไรก็ดีภาวะแทรกซ้อนบางอย่างที่อาจเกิดขึ้นก็สามารถป้องกันได้จากการที่คุณแม่มีความรู้และพยายามดูแลตัวเองเป็นอย่างดี
ทางที่ดีคุณแม่ควรตั้งท้องห่างกันอย่างน้อย 2 ปี เพื่อให้ร่างกายคุณแม่ฟื้นตัวจากการท้องแรก รูปร่างและน้ำหนักตัวเริ่มเข้าที่ หรือลูกคนแรกก็อาจเริ่มเข้าโรงเรียนทำให้คุณแม่ไม่รู้สึกว่าทรุดโทรมหรือเหนื่อยมากจนเกินไป เพราะลูกคนแรกช่วยเหลือตนเองได้แล้ว อีกทั้งเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ก็ใช้ต่อด้วยกันได้ ไม่ต้องซื้อหาใหม่ประหยัดเงินได้อีกด้วย ลูกไม่รู้สึกเหงาเพราะวัยไล่เลี่ยเป็นเพื่อนเล่นกันได้
คำแนะนำสำหรับแม่ท้องสอง
1. ฝากท้องเรื่องจำเป็น
คุณแม่ควรฝากท้องทันทีเมื่อรู้ว่าท้องโดยเฉพาะคุณแม่ที่มีความเสี่ยงสูงต้องได้รับคำแนะนำในการตรวจพิเศษต่างๆ
2. กินเพื่อฟื้นฟู
ดูแลตัวเองในด้านโภชนาการกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะคุณแม่ที่เพิ่งคลอดลูกคนแรกไม่กี่เดือนควรจะเน้นอาหารที่มีโปรตีนและแคลเซียมสูง ลดอาหารจำพวกแป้งและไขมัน กินยาบำรุงเลือดตามที่แพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด หลีกเลี่ยงอาหารหมักดอง บุหรี่ และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด
3. น้ำหนักเรื่องต้องคุม
ท้องสองคุณแม่อาจจะรู้สึกว่าน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเร็วกว่าปกติโดยเฉพาะคุณแม่ที่เพิ่งคลอดบุตรคนแรกไม่กี่เดือน ทั้งนี้เป็นเพราะร่างกายยังไม่กลับเข้าสู่สภาวะเดิมดังนั้นจึงควรควบคุมอาหารให้ดี อย่าให้น้ำหนักตัวเพิ่มมากเกินไป พยายามให้น้ำหนักตัวเพิ่มทีละน้อยตามเกณฑ์ บางครั้งคุณแม่อาจรู้สึกเหนื่อยมาจากการเลี้ยงลูกคนแรก ทำให้เบื่ออาหาร ทานไม่ลง ซึ่งจะทำให้เกิดผลเสียต่อทารกในครรภ์ได้ คุณแม่ที่มีภาวะโภชนาการที่ดีจะมีน้ำหนักตัวขึ้นตามเกณฑ์ปกติ ถ้าน้ำหนักตัวไม่ขึ้นตามที่ควรจะเป็นก็ควรเพิ่มปริมาณสารอาหารตามความเหมาะสม
4. เตรียมใจให้พร้อม
เมื่อรู้ว่าท้องคุณแม่อาจจะเกิดความลังเล ความกังวลใจ ความไม่พร้อม ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดความเครียดขึ้นมาจนทำให้คุณแม่รู้สึกไม่สดชื่นไม่สบายใจในการท้องครั้งใหม่ คุณแม่ต้องคอยพยายามปรับตัวเตรียมใจให้พร้อมที่จะต้องรับสมาชิกใหม่ มั่นใจต่อการท้องครั้งนี้ให้มากให้คิดว่าเป็นความโชคดีที่เคยมีประสบการณ์จากท้องแรกมาแล้ว และหลีกเลี่ยงสิ่งที่จะส่งผลเสียต่อตัวคุณแม่และลูกน้อย
5. Balance Time
คุณแม่ควรมีเวลาพักผ่อนให้มากกว่าท้องแรก เพราะจะเหนื่อยจากการเลี้ยงลูกควรแบ่งเวลาและจัดแบ่งงานที่ทำตามลำดับความสำคัญ งานบ้านที่ไม่จำเป็นต้องทำบ่อยๆ ก็ให้ลดความถี่ลงบ้าง คุณพ่อควรช่วยเลี้ยงลูกในเวลากลางคืนก็จะทำให้คุณแม่มีเวลาพักผ่อนมากขึ้น
6. ออกกำลังกายเป็นประจำ
การออกกำลังกายช่วยให้คุณแม่คลายเครียด รู้สึกสดชื่น กล้ามเนื้อผ่อนคลาย ทำให้สุขภาพจิตดีขึ้น อาจจะเป็นการเล่นโยคะกายบริหารเล็กน้อย แต่ถ้าไม่มีเวลาออกกำลังกายก็สามารถเลือกใช้เวลาระหว่างการดูแลลูกคนแรกมาออกกำลังกายร่วมด้วย เช่น การพาลูกคนแรกนั่งรถเข็นเดินเล่น
สภาพจิตใจแม่ท้องสอง
นอกจากสภาพร่างกายที่คุณแม่จะต้องดูแลเป็นพิเศษแล้ว สภาพจิตใจก็เป็นส่วนสำคัญที่ต้องคำนึงถึง เพราะด้วยสภาพร่างกายของคุณแม่ท้องที่เริ่มมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย อยากพักผ่อน แต่ขณะเดียวกันหากลูกคนแรกยังเล็กก็ต้องการการดูแลเอาใจใส่จากคุณแม่ ซึ่งกรณีนี้จะทำให้คุณแม่รู้สึกอ่อนเพลีย หงุดหงิดง่ายซึ่งเป็นสาเหตุให้อารมณ์แปรปรวน ทั้งยังไม่มั่นใจกับสภาพร่างกายตัวเอง กังวลว่าสามีจะเบื่อหน่าย ซึ่งภาวะเช่นนี้อาจจะทำให้คุณแม่เกิดภาวะซึมเศร้าได้ ซึ่งไม่ดีแน่สำหรับคุณแม่ที่ท้องและต้องเลี้ยงลูกเล็กดังนั้นทางที่ดีคุณแม่ควร
1. ปรับตัวปรับใจ ปรับทัศนคติ มาเป็นการยินดีกับสมาชิกใหม่ที่กำลังจะเข้ามาอยู่ในบ้าน
2. ดูแลตัวเองให้สดชื่นแจ่มใส แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่สดใส หาเวลาไปเสริมสวยทั้งทำผม ทำเล็บ หรือทำกิจกรรมที่ชอบ ชวนสามีเที่ยวนอกบ้าน หมั่นพูดคุยกับปู่ ย่า ตา ยาย ถือเป็นกำลังใจที่ดีให้กับตัวคุณแม่เอง
3. คุณพ่อต้องแบ่งเบาภาระการเลี้ยงลูกคนแรก ให้กำลังใจและพูดคุยแต่เรื่องที่ดีจะช่วยลดบรรยากาศตึงเครียดในบ้านลงได้
ข้อห้ามแม่ท้องสอง
1. อย่าคิดว่าท้องสองแล้วไม่ฝากท้องเพราะมีประสบการณ์ก่อนเลยซื้อยามากินเองแบบนี้คุณแม่จะไม่รู้ถึงความผิดปกติและภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นได้เลย
2. ท้องแรกกับท้องสองไม่เหมือนกับการเปิดเทปเพลงซ้ำใหม่นะคะ เพราะบางครั้งท้องแรกคลอดง่ายแต่ท้องสองคลอดยาก อาจจะต้องผ่าตัดคลอดหรือท้องแรกปกติดีแต่ท้องสองอาจจะมีภาวะครรภ์เป็นพิษก็ได้
3. ถ้าลูกคนแรกยังเล็กและยังกินนมแม่หรือติดการดูดนมอยู่ คุณแม่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้อย่านมทันที เพราะการให้ลูกดูดนมจะเพิ่มฮอร์โมนชื่อ Oxytocin ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่หลั่งมาจากต่อมใต้สมอง ทำให้เกิดการบีบรัดตัวของมดลูกจนมีความเสี่ยงต่อการแท้งบุตรหรือคลอดทารกก่อนกำหนดได้ควรให้นมผสมแทน แม้ว่านมแม่จะมีประโยชน์สูงสุด มีสารอาหารที่จำเป็นอย่างมากมายก็ตาม
ถ้าทำได้ตามที่แนะนำ คุณแม่ก็จะตั้งท้องคนที่ 2 ได้อย่างมีคุณภาพมีความมั่นใจที่จะฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ที่อาจจะพบมากกว่าการตั้งครรภ์แรกและขอให้คลอดลูกน้อยแข็งแรงเป็นปกติปลอดภัยทั้งคุณแม่และคุณลูกนะคะ
(update 14 พฤศจิกายน 2006)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ Vol.11 No.130 August 2006]
|