เช้าวันหนึ่งในเดือนมกราคม คุณวีรวรรณ ซึ่งตั้งครรภ์ได้ 37 สัปดาห์แล้วได้พักผ่อนอยู่ที่บ้านพัก พร้อมกับลูกสาวคนโตอายุ 14 ปี ซึ่งไม่ได้ไปโรงเรียนเพราะไม่สบายเป็นไข้หวัด คุณวีรวรรณมีลูกแล้วทั้งหมด 4 คน แต่เนื่องจจากเป็นลูกสาวทั้งหมดจึงต้องการลูกชายไว้สืบสกุลตามธรรมเนียมจีน ลูกคนที่กำลังตั้งครรภ์อยู่นี้จากผลการตรวจอัลตร้าซาวด์ดูแล้วโชคดีที่เป็นเพศชายสมตามความปราถนา เพราะตอนนี้คุณวีรวรรณอายุ 41 ปีแล้ว ถ้าเป็นลูกสาวอีกคงไม่อยากจะมีบุตรอีกแล้ว ลูกสาวสามคนแรกนั้นคลอดเองปกติ แต่คนที่สี่นั้นทารกเป็นท่าขวางจึงต้องทำการผ่าตัดออก และคุณวีรวรรณมีกำหนดที่จะผ่าตัดคลอดลูกชายในสัปดาห์หน้านี้แล้ว
.
นับตั้งแต่เช้ามาคุณวีรวรรณรู้สึกเจ็บครรภ์เตือนหลายครั้ง จนกระทั่งเกือบเที่ยงก็รู้สึกเจ็บถี่ขึ้นตามประสบการณ์รู้ว่าควรจะต้องไปโรงพยาบาลแล้วเพราะท้องหลังๆ เช่นนี้จะคลิดเร็ว จึงโทร.บอกให้สามีขับรถกลับมารับ และให้ลูกสาวคนโตไปเตรียมของ หลังจากเวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมงคุณวีรวรรณไปเข้าห้องน้ำแล้วจึงสังเกตเห็นว่ามีน้ำอุ่นๆ ไหลออกมามากกว่าปัสสาวะปกติ ซึ่งคาดว่าถุงน้ำคร่ำจะแตกและมีน้ำเดินแล้ว ไม่นานสามีก็มาถึงและรับไปยังโรงพยาบาล เมื่อไปถึงโรงพยาบาลเจ้าหน้าที่ก็พาไปยังห้องคลอด คุณหมอบอกว่าปากมดลูกเปิดหมดแล้วและเห็นศรีษะเด็กแล้วจึงให้ลองคลอดเองก่อน และเพียงไม่นานต่อมานั้นคุณวีรวรรณก็ได้คลอดลูกชายออกมา ทารกร้องเองโดยธรรมชาติและดูเหมือนจะแข็งแรงดีคุณหมอได้ตัดสายสะดือให้และทำคลอดรก เหตุการณ์ทุกอย่างดูราบรื่นดีกว่าที่คิดไว้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปเป็นชั่วโมงไม่มีการคลอดรกออกมา คุณหมอบอกว่าจะต้องทำการล้วงรกออกมาให้เพราะว่ารกไม่ลอกตัวออกมาเอง ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้รกไม่หดตัวลงและคุณวีรวรรณได้เสียเลือดไปมาก จึงได้ย้ายคุณวีรวรรณไปยังห้องผ่าตัดเพื่อให้ยาระงับความรู้สึกแล้วทำการล้วงรกออกมาให้
หลังจากนั้นประมาณสองชั่วโมงคุณวีรวรรณตื่นขึ้นมา และสุขภาพทั่วไปก็แข็งแรงดี เพียงแต่อ่อนเพลียเนื่องจากเสียเลือดไปมากเท่านั้น
วันแรกพยาบาลนำลูกมาให้คุณวีรวรรณให้นมที่ห้องพัก และวันรุ่งขึ้นคุณวีรวรรณก็สามารถเดินไปให้นมลูกได้เอง
คุณวีรวรรณได้ออกจากโรงพยาบาลสามวันหลังจากนั้น และครอบครัวก็มีสมาชิกใหม่ซึ่งนำความยินดีมาให้แก่ทุกคน
ไขปัญหาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ทางการแพทย์จะแบ่งการคลอดออกเป็นสามระยะ คือ
1. First stage of labor คือการเริ่มจากการเจ็บครรภ์จริงไปจนกระทั่งปากมดลูกเปิดขยายหมดคือ 10 เซนติเมตร โดยปกติในครรภ์แรกจะกินเวลานานหลายชั่วโมง แต่ในครรภ์หลังๆ จะใช้เวลาน้อยลงมาก
2. Second stage of labor คือเริ่มจากปากมดลูกเปิดหมดไปจนกระทั่งคลอดทารกออกมา
3. Third stage of labor คือเริ่มจากภายหลังจากทารกคลอดไปจนกระทั่งรกคลอดออกมา ซึ่งไม่ควรยาวนานเกินกว่าหนึ่งชั่วโมง
4. Fourth stage of labor คือระยะ 1 ชั่วโมงภายหลังจากรกคลอดออกมาแล้วโดยธรรมชาตินั้นเมื่อทารกคลอดออกมา
และเส้นเลือดที่เชื่อมออกผนังมดลูกของแม่กับรกที่ขาดออกจากกันนั้นจะถูกบีบรัดเพื่อหยุดเลือดโดยการหดตัวของมดลูกนั่นเอง
ดังนั้นในกรณีของคุณวีรวรรณ เมื่อรกไม่คลอดออกมาหลังจากที่เด็กคลอดออกมาเป็นเวลานาน
จะทำให้กล้ามเนื้อมดลูกหดรัดตัวไม่ดี และเกิดการเสียเลือด เมื่อเกิดกรณีเช่นนี้ในอันดับแรกแพทย์จะทำการช่วยเหลือ
โดยการให้ยาช่วยการหดรัดตัวของมดลูกก่อน แต่ถ้าหากไม่ได้ผล และในระยะ Third stage of labor กินเวลาเกินกว่า 1 ชั่วโมง
แพทย์จะทำการล้วงรกออกให้และเมื่อรกออกมาครบแล้วมดลูกก็จะหดรัดตัวได้ดีขึ้น
ซึ่งในระยะหลังรกคลอดแล้วนั้นผู้ป่วยจะต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อตรวจดูการหดรัดตัวของมดลูกต่อไป
เนื่องจากมีบางกรณีที่เมื่อล้วงรกออกมาแล้วมดลูกยังไม่สามารถหดรัดตัวได้ เนื่องจากมีการแทรกของเนื้อรกเข้าไปอยู่ตามกล้ามเนื้อมดลูก
ซึ่งถ้าหากทำให้มารดามีการเสียเลือดมากก็จำเป็นต้องตัดมดลูกทิ้ง
การที่รกมีการเกาะแน่นอยู่ในมดลูกและไม่สามารถลดออกมาได้เองนั้นทางการแพทย์ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด
และการที่รกเกาะแน่นนั้นแบ่งออกเป็น 3 ประเภท
1. Accreta คือมีการเกาะตัวของรกกับเยื่อบุโพรงมดลูกของแม่อย่างแน่นหนาทำให้รกลอกตัวออกมาได้ยากหรือลอกตัวออกมาเองไม่ได้ ในกรณีนี่เมื่อทำการล้วงรกออกมาแล้ว มดลูกจะสามารถออกมามีการหดรัดตัวได้ดีตามปกติ
2. Increta คือมีการเกาะตัวของรกกับชั้นกล้ามเนื้อของมดลูกของแม่ ทำให้รกลอกตัวออกมาได้ไม่หมดหรือลอกตัวเองออกมาไม่ได้ ในกรณีนี้เมื่อทำการล้วงรกออกมาแล้ว มดลูกอาจจะไม่สามารถกลับมาหดรัดตัวได้ตามปกติ และถ้าหากมีการสูญเสียเลือดมากอาจต้องทำการตัดมดลูกทิ้ง
3. Percreta คือมีการเกาะตัวของรกผ่านทะลุชั้นกล้ามเนื้อมดลูกออกมาจนถึงเยื่อหุ้มมดลูกในช่องท้องของแม่ ทำให้รกลอกตัวออกมาเองไม่ได้ ในกรณีนี่เมื่อทำการล้วงรกออกมาแล้ว มดลูกมักจะไม่สามารถกลับมาหดรัดตัวได้ตามปกติ และมักต้องทำการตัดมดลูกทิ้ง
(update 11 เมษายน 2006)
[ ที่มา..
นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.150 January 2006 ]
|