คุณแม่ครับ !
การคลอดในน้ำเริ่มเป็นที่ฮือฮาขึ้นมาในบ้านเรา นับตั้งแต่มีภรรยาของนักแสดงท่านหนึ่งได้คลอดในน้ำความจริงแล้วเรื่องการคลอดในน้ำ
มิใช่เรื่องแปลกใหม่เลยครับ หากแต่มีเรื่องกล่าวขานเป็นตำนานมาตั้งแต่โบราณ ตั้งแต่ชนเผ่าเมารีในประเทศนิวซีแลนด์
ชาวอินเดียนแดงที่อาศัยอยู่ในประเทศปานามา ชาวกรีซโบราณชาวอียิปต์โบราณ ชาวพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในหมู่เกาะแปซิฟิกตอนใต้
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมีวิวัฒนาการจากสัตว์น้ำมาก่อนแล้วจึงขึ้นมาอยู่บนบก
อันนี้แสดงว่าในอดีตสัตว์สัตว์เหล่านี้ก็ต้องคลอดลูกในน้ำมาก่อนใช่ไหมครับคุณแม่ข้อพิสูจน์อีกอย่างหนึ่งก็คือ
ทารกก็เจริญเติบโตอยู่ในน้ำคร่ำตลอดเวลา 40 สัปดาห์ที่อยู่ในท้องคุณแม่
ประโยชน์ของน้ำโดยทั่วไปนอกจากมีไว้เพื่อดื่มและอาบแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อคุณแม่ขณะตั้งครรภ์ด้วย เช่น
1. การทำสมาธิในน้ำ
การตั้งจิตอยู่กับปัจจุบัน โดยการกำหนดลมหายใจเข้าออก มีการรู้ตัวทั่วพร้อมให้มีความรู้สึกอยู่เฉพาะกับปัจจุบัน ไม่คิดทั้งอดีตและอนาคต ซึ่งจะทำให้เกิดความฟุ้งซ่านได้ เมื่อหายใจเข้าก็จะรู้สึกว่ามีลมหายใจผ่านเข้าไปในจมูกจนถึงปอด และหน้าท้องจะขยายขึ้น และเมื่อหายใจออกก็รู้สึกว่า ลมหายใจผ่านออกจากปอดมาถึงจมูก และหน้าท้องจะแฟบลง
การทำสมาธินั้น ช่วยให้จิตใจสงบนิ่งถ้าปราศจากสิ่งรบกวนก็จะทำให้มีความรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น
2. การออกกำลังกายในน้ำ
ความจริงแล้วการออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ดีสำหรับทุกคน โดยเฉพาะคุณแม่ ไม่ว่าจะออกกำลังกายบนบกหรือในน้ำ หากแต่การออกกำลังกายในน้ำมีข้อดีกว่าการออกกำลังกายบนบก คือ
- มีแรงพยุงตัวของน้ำที่ทำให้คุณแม่น้ำหนักตัวสัมพัทธ์ลดลงไปมาก คุณแม่จึงไม่ต้องใช้พละกำลังมากเพราะอาจทำให้เกิดความเครียดได้
- น้ำจะช่วยให้กล้ามเนื้อและข้อต่อมีความยืดหยุ่นดีขึ้น เคลื่อนไหวได้สะดวกขึ้น
- ความสนุกสนานและตื่นเต้นจากการออกกำลังกายในน้ำ ช่วยให้รู้สึกสดชื่น แจ่มใส ร่างกายแข็งแรง ความเครียดลดน้อยลง
ในระหว่างเจ็บครรภ์โดยทั่วไปกินเวลาหลายชั่วโมงทารกต้องรับการหดตัวของมดลูกเป็นช่วงๆ
ตลอดเวลาในขณะคลอดนั้นลูกน้อยของคุณแม่ต้องพบกับสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนใหม่มากมาย
เช่น แรงดึงดูดของโลกอากาศที่สูดหายใจเข้าปอดเป็นครั้งแรกในชีวิต อุณหภูมิที่เย็นกว่าในท้องแม่
ดังนั้นหากเรามาลองคิดดูว่า ถ้าลูกน้อยได้คลอดออกมาในสภาพแวดล้อมที่เป็นน้ำเหมือนกับน้ำคร่ำที่เคยอยู่
น่าจะเป็นเรื่องที่ดีไม่มากก็น้อยนะครับ
3. น้ำลดปวดขณะเจ็บครรภ์คลอด
การลงแช่น้ำอุ่น เป็นส่วนหนึ่งของการบรรเทาอาการปวดขณะเจ็บครรภ์โดยไม่ต้องใช้ยาวิธีหนึ่ง กลไกสำคัญการลดปวดโดยการลงแช่น้ำอุ่นที่เกิดขึ้นคือ
1. ระดับฮอร์โมนอะดรีนาลีนลดลง เพราะคุณแม่อยู่ในภาวะที่ผ่อนคลาย มีความเป็นส่วนตัว
2. ฮอร์โมนเอนดอร์ฟีนเพิ่มขึ้น สามารถช่วยลดอาการปวดลงได้ ยิ่งปวดมากขึ้นเท่าใด คุณแม่ก็จะหลั่งฮอร์โมนนี้มากเท่านั้น
3. ความกดดันในช่องท้องน้อยลง น้ำหนักตัวเบาลงเมื่อเทียบกับเวลาอยู่บนบก ช่วยลดความเครียด ทำให้ฮอร์โมนอะดรีนาลีนลดลงได้
คุณแม่ครับ !
การคลอดในน้ำจัดเป็นการคลอดวิถีธรรมชาติอย่างหนึ่ง เนื่องจากมีการใช้หลักการสำคัญของการคลอดวิถีธรรมชาติหลายอย่าง เช่น มีเพื่อนระหว่างคลอด มีความเป็นส่วนตัว ใช้ท่าลำตัวตั้งขึ้นในการคลอด การแช่น้ำอุ่นซึ่งบรรเทาอาการปวดได้โดยไม่ต้องใช้ยา ให้ฮอร์โมนทำงานอย่างเต็มที่ เป็นต้น
แต่ทั้งนี้ก็อาจมีคำถามบางอย่างเกี่ยวกับการคลอดเกิดขึ้นในใจคุณแม่ได้ เช่น
1. ลูกจะสำลักน้ำหรือไม่เวลาที่คลอดออกมาแล้ว
2. โอกาศที่แม่และลูกจะอักเสบติดเชื้อเพิ่มขึ้นหรือไม่
ผมมีคำตอบสำหรับ 2 ข้อข้องใจนี้ของคุณแม่ครับ
ในส่วนของคำถามที่ 1 นั้นโดยทั่วไปเราจะจัดให้อุณหภูมิของน้ำในอ่างอยู่ที่ประมาณ 35-37 C ซึ่งใกล้เคียงกับอุณหภูมิของร่างกายคุณแม่ ทารกจะเริ่มหายใจเมื่อสัมผัสกับอากาศภายนอกที่มีอุณหภูมิแตกต่างจากอุณหภูมิของแม่ค่อนข้างมาก ดังนั้น ถ้าในขณะที่ลูกคลอดออกมาอยู่ในน้ำก็จะยังไม่หายใจทันที จนกว่าจะสัมผัสกับอากาศ
โดยทั่วไปตามตำรามักแนะนำว่าเวลาที่นำตัวเด็กขึ้นให้คว่ำหน้าเด็กลงขณะสัมผัสกับอากาศ เนื่องจากน้ำคร่ำในปอดเด็กจะได้ไหลออกมา การนำตัวเด็กขึ้นจากน้ำอย่างนุ่มนวลภายในเวลาประมาณ 10 วินาทีแรกหลังคลอด ไม่พบว่ามีการเสี่ยงต่อการสำลักน้ำ แต่ก็มีสูติแพทย์ผู้มีประสบการณ์บางท่านนะครับที่แนะนำให้ทารกนอนหงายขณะนำขึ้นสัมผัสกับอากาศ เพื่อให้หายใจเอาอากาศได้ทันทีที่หน้าแตะผิวน้ำ
สำหรับคำตอบที่ 2 นั้น น้ำที่ใช้ในการคลอดโดยทั่วไปมักจะผ่านการฆ่าเชื้อมาแล้วระดับหนึ่ง เช่น การใช้รังสีอัลตร้าไวโอเล็ต การใช้กรองน้ำ เป็นต้น ซึ่งน้ำไม่สามารถผ่านเข้าไปในช่องคลอดคุณแม่ได้ เพราะว่าปกติผนังช่องคลอดจะตีบเข้าหากันอยู่ตลอดเวลา แต่จะยืดขยายได้ เช่น ขณะมีเพศสัมพันธ์หรือคลอดบุตร
อย่างไรก็ตาม ณ ปัจจุบันนี้ (พ.ศ.2548) ยังมีข้อมูลจากการศึกษาไม่เพียงพอที่จะประเมินผลความแตกต่างของการคลอดในน้ำ เมื่อเทียบกับการคลอดบนบก
แต่ก็ไม่ใช่ว่าคุณแม่ทุกคนสามารถคลอดในน้ำได้นะครับ ข้อห้ามของการคลอดในน้ำมีดังต่อไปนี้
1. คุณแม่ไม่ต้องการคลอดในน้ำ
2. ทารกอยู่ในสภาวะที่ต้องมีการติดตามการเต้นของหัวใจอย่างต่อเนื่อง เช่น มีภาวะเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเครียด มีขี้เทาในน้ำคร่ำ
3. คุณแม่มีความเสี่ยงสูง เช่น มีเลือดออกก่อนคลอด โดยอาจมีภาวะรกเกาะต่ำ, มีความดันโลหิตสูงจากาวะครรภ์เป็นพิษ ซึ่งอาจเกิดอาการชักได้,ครรภ์แฝด,ทารกอยู่ในท่าก้น,ทารกคลอดก่อนกำหนด,ระยะที่ 2 ของการคลอดเนิ่นนาน
4. ไม่มีสูติแพทย์ที่สามารถดูแลการคลอดในน้ำได้
โดยสรุป การคลอดในน้ำเป็นทางเลือกหนึ่งของการคลอดวิถีธรรมชาติ โดยต้องมีความพร้อมทั้งสถานที่ คุณแม่ คุณลูก และคุณหมอ
(update 6 เมษายน 2006)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 29 ฉบับที่ 276 มกราคม 2549 ]
|