คุณอัญชลีพร มารับการฝากครรภ์และมีประวัติการตั้งครรภ์ในครั้งก่อนที่น่าสนใจ
คุณอัญชลีพรเคยตั้งครรภ์บุตรมาแล้วเป็นจำนวน 4 ครั้ง การตั้งครรภ์ครั้งแรก
คุณอัญชลีพรฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ และการคลอดจำเป็นต้องผ่าตัดนำทารกออกมา
เนื่องจาก ทารกอยู่ในท่าก้น การผ่าตัดปลอดภัยดีทั้งมารดาและทารก การตั้งครรภ์ครั้งที่ 2 นั้น
สามารถดำเนินการตั้งครรภ์ต่อไปได้จนครบกำหนดและไม่มี ปัญหาใดๆ และได้ทำการผ่าตัดคลอดเช่นกัน
หลังจากนั้นคุณอัญชลีพรได้ย้ายครอบครัวไปอยู่ต่างจังหวัด เนื่องจากหน้าที่การงานของสามี
ครอบครัวพ่อแม่พร้อมลูกชาย 2 คน ยังไม่สามารถเติมเต็มความสมดุลในครอบครัวได้
สามีต้องการที่จะมีลูกสาวไว้เชยชมอีกคน เมื่อมีความพร้อมจึงได้ปล่อยให้ตั้งครรภ์อีกครั้ง
คุณอัญชลีพรได้ไปฝากครรภ์กับคลินิกหมอสูติฯ ใกล้บ้าน เนื่องจากไม่สะดวกในการเดินทางกลับมากฝากครรภ์
ที่โรงพยาบาลเดิมในกรุงเทพฯ เมื่อการตั้งครรภ์ดำเนินไปได้ 31 สัปดาห์ คุณอัญชลีพรพบว่ามีเลือดออกทางช่องคลอด
จึงไปพบคุณหมอ คุณหมอได้ให้ยามารับประทานและสั่งให้นอนพักมากๆ แต่ไม่ได้ทำการตรวจอะไร
เนื่องจากที่คลินิกก็ไม่ได้มีเครื่องมืออะไรมาก คุณหมอฟังเสียงเต้นของหัวใจเด็กแล้วบอกว่าปกติดี
ถ้าเลือดไม่หยุดให้มาพบอีกครั้ง เมื่อกลับบ้านไปนอนพักสองถึงสามวัน เลือดก็หยุดไหล
หลังจากนั้นเมื่ออายุครรภ์ได้ 37 สัปดาห์ก็มีเลือดออกอีก แต่คราวนี้มีเลือดออกมาก จึงโทร.บอกสามีให้พาไปหาหมอ
แต่เนื่องจากเป็นเวลาที่คลินิกปิด สามีจึงพาไปที่โรงพยาบาลที่คุณหมออยู่
เมื่อไปถึงห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลเจ้าหน้าที่ก็โทร.ตามคุณหมอและนำตัวคุณอัญชลีพรไปที่ห้องคลอด
ตอนนั้นเสียเลือดไปมาก หน้าซีด และกลัวมากจนเป็นลมไป พอฟื้นขึ้นมาอีกครั้งก็อยู่ในห้องพักฟื้นแล้ว
สามีบอกว่าคุณหมอได้ผ่าตัดเอาลูกออกแล้ว ลูกยังต้องอยู่ในตู้อบให้ออกซิเจน แต่ก็ดูแข็งแรงดี
ส่วนคุณอัญชลีพรปลอดภัยแล้ว แต่ต้องให้เลือดและอยู่โรงพยาบาล 4-5 วัน
สาเหตุที่ตกเลือดเนื่องมาจากรกเกาะต่ำ ปิดปากมดลูกเอาไว้ เมื่อมีการขยายตัวของมดลูกจึงทำให้มีเลือดออกได้
ลูกคนที่ 3 ตอนนี้อายุ 2 ขวบแล้วแข็งแรงดี แต่เป็นลูกชายอีก คุณอัญชลีพรและสามีนั้นยังไม่ละความพยายามต้องการจะลองดูอีกครั้ง
ถ้าเป็นลูกชายอีกก็จะพอ แต่การตั้งครรภ์ครั้งที่ 4 นี้ คุณอัญชลีพรได้ย้ายเข้ามาพักที่บ้านคุณแม่
เพื่อมาฝากครรภ์ที่กรุงเทพฯ ตอนนี้อายุครรภ์ 32 สัปดาห์ และคุณหมอได้ตรวจอัลตราซาวนด์ให้
เมื่อมาฝากครรภ์จึงพบว่ามีรกเกาะต่ำอีก แต่คราวนี้ ยังมีความโชคดีคือได้ลูกสาว
ไขปัญหาโดยผู้เชี่ยวชาญ
ภาวะรกเกาะต่ำ นั้นหมายถึง รกของทารกมาเกาะอยู่บริเวณส่วนล่างของมดลูกใกล้กับปากมดลูก
ในบางกรณีจะคลุมปิดปากมดลูกไว้บางส่วน หรือบางกรณีคลุมปิดปากมดลูกไว้จนมิดขวางทางคลอดของทารกเอาไว้
ปัญหาที่ตามมาคือ เมื่อมีการยืดขยายของปากมดลูกเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการคลอดนั้น ก็จะทำให้รกลอกตัวออก
ทำให้มีเลือดออก มารดาอาจได้รับอันตรายจาการเสียเลือดมากและทารกอาจขาดออกซิเจนได้
โดยปกติแล้วรกของทารกมักเกาะตัวอยู่ส่วนบนของมดลูกใกล้กับรูเปิดของท่อนำไข่
ทั้งนี้เนื่องจากเมื่อไข่และอสุจิมีการปฏิสนธิเกิดขึ้นที่ท่อนำไข่ ตัวอ่อนที่ปฏิสนธิแล้วจะมีการแบ่งเซลล์อย่างรวดเร็ว
และเจริญเติบโตขึ้นพร้อมกับเดินทางจากท่อนำไข่ไปยังมดลูก เมื่อตัวอ่อนเจริญเติบโตจนกถึงระยะบลาสโตซิสท์
(ตัวอ่อนระยะสุดท้ายก่อนฝังตัว) จะเดินทางมาถึงโพรงมดลูกพอดี และฝังตัวลงบนเยื่อบุโพรงมดลูก
แต่ถ้าเยื่อบุโพรงมดลูกที่บริเวณใกล้ๆ ปากท่อนำไข่นั้นไม่เหมาะสมที่จะฝังตัว
ตัวอ่อนก็ต้องเสาะหาบริเวณอื่นที่เหมาะสมมากกว่า อุบัติการณ์ของการเกิดรกเกาะต่ำนั้นพบ 1 ใน 200 ของการคลอด
และร้อยละ 20 พบว่าเป็นชนิดที่รกปิดคลุมปากมดลูกไว้ทั้งหมด เชื่อว่าในรายที่มีการตั้งครรภ์หลายๆ
ครั้งจะมีโอกาสเกิดรกเกาะต่ำมากขึ้นในครรภ์หลังๆ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายที่ผ่าตัดคลอด
ซึ่งจะเกิดแผลเป็นที่ผนังมดลูก จึงทำให้ตัวอ่อนฝังตัวในพื้นที่ใกล้ปากมดลูก พบว่าในรายที่เคยผ่าตัดคลอดทางหน้าท้อง 2 ครั้ง
จะพบอุบัติการณ์ร้อยละ 2 และในรายที่เคยผ่าตัดคลอดทางหน้าท้อง 3 ครั้ง จะพบอุบัติการณ์ร้อยละ 4 สาเหตุอื่น
ที่ส่งเสริมให้เกิดภาวะรกเกาะต่ำได้แก่ การที่รกมีขนาดใหญ่หรือมีความผิดปกติ การตั้งครรภ์แฝด
มารดาสูบบุหรี่หรือใช้สารเสพติดจำพวกโคเคน นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ที่เคยมีภาวะรกเกาะต่ำ
เมื่อเกิดการตั้งครรภ์อีก มีโอกาสเกิดรกเกาะต่ำนั้นเป็นสาเหตุให้เกิดการแท้งบุตรที่เกิดขึ้นเองสูงถึงร้อยละ 5
อาการที่พบในภาวะรกเกาะต่ำ คือ มีเลือดออกโดยไม่มีอาการเจ็บครรภ์ แต่อาจพบมีอาการเจ็บครรภ์ร่วมด้วย
ในกรณีเข้าสู่ระยะเจ็บครรภ์คลอด อายุครรภ์เฉลี่ยที่เริ่มมีเลือดออกคือ 20-30 สัปดาห์ ส่วนใหญ่เลือดที่ออกครั้งแรก
จะออกไม่มากและสามารถหยุดได้เองถ้าไม่ได้รับสิ่งกระตุ้น เช่น การตรวจภายในหรือการมีเพศสัมพันธ์
และเลือดออกครั้งต่อๆ ไปปริมาณและความรุนแรงจะเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ สาเหตุของการมีเลือดออกเชื่อว่า
เกิดจากการลอกตัวของรกเนื่องจากมีการยืดตัวของผนังมดลูกส่วนล่าง หรือมีการบางตัวและขยายของปากมดลูก
และการอักเสบของรก
การวินิจฉัย สามารถวินิจฉัยได้จากอาการและการตรวจอัลตราซาวนด์ซึ่งเป็นวิธีการตรวจที่แม่นยำและไม่มีอันตราย
การวินิจฉัยด้วยการตรวจภายในสามารถทำได้แต่ไม่นิยมเนื่องจากทำให้มีอันตรายจากการมีเลือดออก
หากจำเป็นต้องวินิจฉัยด้วยการตรวจภายใน (ในกรณีที่ไม่มีเครื่องอัลตราวซาวนด์) จะต้องทำการตรวจในห้องผ่าตัด
เนื่องจากต้องเตรียมผู้ป่วยให้สามารถผ่าตัดได้ทันทีในกรณีที่มีเลือดออกมาก
การตั้งครรภ์ที่มีภาวะรกเกาะต่ำนั้น บางรายมารดาอาจจะมีภาวะซีดจากการที่มีเลือดออกบ่อยๆ
จนต้องรับตัวเข้าพักรักษาในโรงพยาบาล การผ่าตัดคลอดเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด
สำหรับการตั้งครรภ์ที่มีรกเกาะต่ำ และภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวังก็คือ การตกเลือดมากจนอาจเสียชีวิต
ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในระหว่างคลอดและหลังคลอด รวมทั้งภาวะลิ่มเลือดอุดตัน
สำหรับทารกนั้นพบอุบัติการณ์ทารกเจริญเติบโตช้า ในครรภ์สูงขึ้นร้อยละ 20 ทารกพิการแต่กำเนิดร้อยละ 7
และการขาดออกซิเจนในครรภ์จนเป็นสาเหตุให้เสียชีวิต นอกจากนี้การคลอดก่อนกำหนด
ยังเป็นสาเหตุให้เสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 60 ดังนั้นหากสามารถวินิจฉัยภาวะรกเกาะต่ำได้ในระหว่างการฝากครรภ์
จะช่วยให้สามารถให้การดูแลที่เหมาะสม และทำให้การตั้งครรภ์ดำเนินต่อไปได้อย่างปลอดภัยทั้งมารดาและทารก
(update 16 กุมภาพันธ์ 2006)
[ ที่มา..
นิตยสารบันทึกคุณแม่ มีนาคม 2005]
|