มีคำถาม ถามมาจากคุณแม่ที่เคยผ่าตัดคลอดมาก่อน ว่าจะทำอย่างไรดีกับเจ้ารอยแผลเป็นที่เกิดขึ้นมาหลังการผ่าตัดเพราะเดิมทีตอนผ่าตัดใหม่ๆ นั้น แผลผ่าตัดก็ดูดีออก แต่เมื่อผ่านไปนานเป็นปี เจ้ารอยแผลเป็นนั้นกลับใหญ่ขึ้น แผ่กว้างขึ้น ชวนให้ไม่น่าดู หรือถ้าหากจะดูมันกูดูน่าเกลียดและไม่น่าจับต้อง บ้างก็บอกว่าเหมือนตัวตะขาบ หรือ เหมือนตีนตะขาบ
ครับ ใช่แล้วครับ แผลเป็นที่ว่านั้น เขาเรียกว่า คีลอยด์
KELOID
ฟังดูเหมือนชื่อของพระเอกฮอลลีวู้ด แต่ผมว่ามันเป็นชื่อของตัวร้ายเสียมากกว่า อย่างน้อยก็เป็นตัวร้ายทำลายจิตใจของคุณๆ ที่รักสวยรักงาม
เมื่อมีแผลเกิดขึ้น จะไม่มีคีลอยด์ติดตามมาไม่ได้หรือ หมายความว่าป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นมาชนิดร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่มีหรือ ผมคิดว่ายากนะครับ เพราะตราบใดที่แผลแตก แผลเย็บ เมื่อหายแล้วยังคงทิ้งร่องรอยของแผลเป็นเอาไว้ วันดีคืนดี มันก็จะเกิดขึ้นเป็นลักษณะของคีลอยด์ตามมา
ผมสาธยายมาก็หลายบรรทัด ผมยังไม่ได้บอกเลยว่า คีลอยด์มันมีลักษณะอย่างไร ผมก็ได้แต่คิดว่าคุณๆ ทั้งหลายคงรู้จักกับมันดีแล้ว เพราะคีลอยด์เป็นของยาหากเสียเมื่อไร แต่ก็เอาเถอะ บางคนอาจจะไม่เคยรู้จักมาก่อนเลยก็ได้ว่าแผลเป็นของคีลอยด์นั้น มันมีหน้าตาอย่างไร
อธิบายกันง่ายๆ ดังนี้นะครับว่า แผลเป็นคีลอยด์นั้น มันเจริญเติบโตมาจากแผลเป็นดั้งเดิมที่มีร่องรอยไม่ค่อยจะชัดเจน แต่เมื่อเจริญเติบโตมาเป็นลักษณะแผลคีลอยด์จะพบว่าแผลเป็นจะมีสีเข้มขึ้นกว่าเดิม แข็งและนูนมากขึ้นกว่าเดิม
หากเป็นสมัยโบราณ สมัยที่ยังไม่มีไหมละลายให้ใช้กันอย่างง่ายดายอย่างสมัยนี้ ก็ต้องใช้ไหมที่เป็นด้ายมาเย็บแผล และต้องมีการตัดไหมเมื่อแผลกันแล้ว มันจึงทิ้งร่องรอยของไหมที่ตัดออกไป เช่นรอยรูเย็บ รอยกดรัดของไหมที่ตัดออกไป และบริเวณไหมนี่เองที่เมื่อเวลาผ่านพ้นไปนานพอสมควร มันก็จะเจริญเติบโตกลายเป็นแผลคีลอยด์ขึ้นมา และดูให้ดีก็จะคล้ายกับตัวตะขาบ และรอยทับของไหมก็จะเป็นล่องลอยที่โตขึ้นมาเป็นส่วนของตีนตะขาบ
หลายคนไม่ชอบตัวตะขาบ จึงพาลไม่ชอบแผลเป็นคีลอยด์ดังกล่าวนี้ด้วย อยากจะเลาะมันออกไป ให้รู้แล้วรู้รอดและหาวิธีป้องกันมิให้มันกลับขึ้นมาอีก ทางตลาดยาจึงมีหลากหลายขนาดเสนอมาเพื่อป้องกันการเกิดขึ้นของคีลอยด์ ซึ่งมีทั้งรูปแบบที่เป็นยาฉีดเป็นครีมทา เป็นน้ำมันทา เป็นแผ่นซิลิโคนชนิดแปะไปจนกระทั่งแถบแม่เหล็ก ซึ่งต่างก็มีวัตถุประสงค์อันเดียวกันคือ ป้องกันการเกิดคีลอยด์
ในกรณีที่ไม่เคยทราบมาก่อนเลยว่าจะเป็นคีลอยด์หรือว่าไม่เป็น แล้วจะป้องกันได้อย่างไร หากเป็นกรณีเช่นที่ว่านี้ ทางการแพทย์ก็คงจะปล่อยให้เวลาเป็นเครื่องตัดสินว่าจะเกิดคีลอยด์ขึ้นมาหรือไม่เพราะการเกิดแผลคีลอยด์นั้นใช่ว่าจะเกิดขึ้นกับทุกคนหรือทุกแผลเป็น แต่มันขึ้นอยู่กับหลายแฟคเตอร์ เช่นขึ้นอยู่ตัวคนไข้เอง เป็นต้นว่ามีพันธุกรรมเป็นคีลอยด์ได้ง่ายๆ หรือเปล่า
นอกจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับสีผิวด้วย ถ้าหากผิวดำก็จะมีโอกาสเกิดคีลอยด์มากกว่าผิวขาว และขึ้นอยู่กับการเย็บแผลว่าสามารถสมานแผลเข้าที่เดิมได้มากน้อยแค่ไหนหากเหมือนเดิมมากที่สุดการเกิดแผลเป็นคีลอยด์ก็จะน้อยที่สุด นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับตำแหน่งของแผลเป็นด้วยว่าแผลนั้นมันเกิดขึ้นบริเวณไหนของลำตัวบางตำแหน่งแผลคีลอยด์เกิดยาก เกิดน้อย ขณะที่บางตำแหน่งแผลคีลอยด์เกิดได้ง่ายมาก
ผมมีเพื่อนอยู่คนหนึ่ง ตอนนี้ทำงานเป็นหมอใหญ่อยู่ที่อเมริกา เพื่อนผมคนนี่ขึ้นชื่อว่าเป็นคีลอยด์ง่ายมากทุกวันนี้มีแผลเป็นคีลอยด์อยู่เต็มหน้าอก ดูแล้วเหมือนหน้าอกคิงคอง
เรื่องของเรื่องเกิดขึ้นมาจากเพียงแค่เป็นสิวบริเวณหน้าอก แค่เม็ดเดียว แต่ด้วยความรำคาญในสิวเม็ดนี้คือหาทางกำจัดมันด้วยวิธีง่ายๆ คือ บีบหัวสิวออก เม็ดสิวนั้นก็หายไป ทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้ต่างหน้าที่บริเวณหน้าอกนั่นเอง รอยแผลเป็นที่ว่า เริ่มหายกลายเป็นคีลอยด์ และมีอาการคันเป็นครั้งคราว เพื่อนผมก็ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ด้วยการเกาเล่นที่แผลคีลอยด์บริเวณหน้าอกนั่นแหละ หวังว่าสักวันมันจะหลุดหายไป แต่เพื่อนผมคิดผิด เพราะมันกลับโตวันโตคืน พร้อมๆ กับอาการคันที่แผ่ขยายมากขึ้น เมื่อคันก็ยิ่งเกา ยิ่งเกาก็ยิ่งมัน ทุกวันนี้เพื่อนผมยังเกาอยู่หรือเปล่าไม่ทราบ เพราะไปตั้งรกรากอยู่ที่อเมริกาโน่น แต่ที่แน่ๆ ก็คือแผ่นคีลอยด์บริเวณหน้าอกยังคงอยู่เหมือนคิงคองมาตลอด
แผลเป็นคีลอยด์ หากจะคิดตัดเอาออก ต้องคิดให้หนัก เพราะจำนวนไม่น้อยที่เลาะแผลเก่าออกได้แผลใหม่มาแทนและสุดท้าย แผลคีลอยด์ยิ่งใหญ่กว่าเดิม
หากจะถามผมว่า วิธีไหนที่คิดว่าได้ผลมากที่สุดในการป้องกันการกลับมาของคีลอยด์ ผมเคยตั้งข้อสังเกตไว้กับหลายๆ วิธี ก็ขอสรุปว่าการฉายแสงป้องกันคีลอยด์ ดูเหมือนว่าจะได้ผลดีที่สุดในสายตาของผมครับ
(update 31 กรกฎาคม 2006)
[ ที่มา..
นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.154 May 2006]
|