โรคถุงน้ำที่รังไข่ เกิดจาก อะไร?


ฉบับนี้มีคุณแม้เขียนมาเล่าและถามว่า “โรคถุงน้ำที่รังไข่” เมื่อเคยเป็นแล้วจะมีโอกาสตั้งท้องหรือเด็กจะมีอาการผิดปกติอีกหรือไม่ อยากให้ผู้อ่านลองอ่านรายละเอียดก่อนว่าคุณแม่ท่านนี้มีความเป็นมาอย่างไร


สวัสดีค่ะ คุณหมอพนิตย์
ดิฉันชื่อ คุณนุชนันท์ค่ะ อยู่ที่อำเภอ หาดใหญ่ จ.สงขลา อายุ 38 ปี เป็น “โรคถุงน้ำที่รังไข่” ขณะตั้งท้องได้ 8 เดือน ตั้งครรภ์เป็นคนที่ 2 ดิฉันใช้คุมกำเนิดตามธรรมชาติ แต่ลูกคนที่ 2 ติดช้ามากเลยค่ะหรือเป็นเพราะอายุมากไปหรือเปล่าคะ (คนแรกตั้งครรภ์ตอนอายุ 30 ปี)

พออายุครรภ์ เกือบได้ 12 สัปดาห์ เกิดปวดท้องอย่างรุนแรงก็ไปตรวจกับคุณหมอที่ฝากครรภ์ ปารกฏว่าเป็นถุงน้ำที่รังไข่ (เมื่อวันที่ 11 เม.ย. 48) ดิฉันตกใจมาก ร้องไห้ว่า ทำไมเป็นแบบนี้คุณหมอตรวจพบว่าเป็นทั้งสองข้างท้องค่อนข้างใหญ่ข้างซ้ายเส้นผ่าศูนย์กลาง 10 ซม. ส่วนข้างขวา 7.9 ซม. หมอนัดผ่าตัด ตอนอายุครรภ์ครบ 12 สัปดาห์ (21 เม.ย 48) หลังจากผ่าตัดก็ฉีดยากันแท้งติดต่อกันทั้งหมด 6 เข็ม หมอนัดตรวจทุกสัปดาห์บอกว่า เด็กปกติ แข็งแรง ดิฉันดีใจมาก แต่หมอไม่ได้เจาะน้ำคร่ำ เพราะหมอกลัวจะแท้ง และเกิดการติดเชื้อ

เดือน มิ.ย. มีอาการปวดท้องเป็นช่วงๆ นานด้วยค่ะ เหมือนมดลูกบีบตัว วันที่ 28 ก.ค.-18 ส.ค. 48 น้ำหนักขึ้น 3-5 กก. เหนื่อยมากๆ เลยค่ะ กลัวเลยค่ะ พออายุครรภ์เดือนที่ 7-8 ไม่ได้นอนเลย นอนไม่หลับ เพราะมดลูกบีบรัดตัวมาก นอนประมาณตี 1 ตื่นทุกชั่วโมง กลางวันก็นอนไม่หลับ พอรู้สึกตัวก็ตื่น

สามีโทร.ถามคุณหมอว่า ภรรยาปวดท้องมากไม่ได้นอน คุณหมอบอกว่าไม่เป็นไร เพราะหนังท้องบาง เป็นการปวดธรรมดา ดิฉันทนได้ ดื้อไม่ไปหาหมอตรวจ ทนปวดอยู่แบบนั้นประมาณ 20-25 วัน ตอนนั้นปวดวันที่ 18 ส.ค. 48 นัดอีกครั้ง ก็ 7 ก.ย. 48 ผลปรากฏว่าในครรภ์น้ำเยอะ หมอส่งเอกซเรย์อุลตร้าซาวด์ที่โรงพยาบาลเอกชนอีกครั้ง หมอยืนยันว่า เด็กมีปัญหา เด็กหัวโต (เด็กหัวโตมาก) นั่นเอง ไม่มีเนื้อสมอง ต้องเอาเด็กออก ดิฉันตกใจมาก สั่นไปหมดเลยค่ะ ตอนนั้นอายุครรภ์ 8 เดือนพอดี ก็ทำคลอดปกติ คลอด 8 ก.ย. 48 ลืมบอกไปว่า น้ำในท้องหมอเจาะออกมาได้ 4 ลิตร และเจาะที่หัวเด็กค่ะ หมอบอกว่าน้ำที่หัวเด็กไม่มีการระบายออกมาเพราะท่อทางไขสันหลังตันค่ะ หัวใหญ่ 31 ซม. เด็กปกติ 10 ซม. เด็กผิดปกติหลายอย่าง ขาลีบเข้าหากัน แขนก็เสีย สายสะดือก็หงิกงอ น้ำหนักเด็ก 1,630 กิโลกรัม

16 ต.ค. 48 หมอนัดตรวจอีกครั้ง หลังคลอด หมอบอกว่าท้องได้ดิฉันก็ไม่แน่ใจ แต่รังไข่ถูกตัดไปบางส่วน ดิฉันถามหมอว่าเคสแบบนี้เคยพบไหม หมอบอกว่า หมอทำงานมา 20กว่าปีไม่เคยเจอค่ะ เพิ่งเจอเป็นคนแรก

สุดท้ายนี้ ดิฉันขอถามคุณหมอพนิตย์ นะคะว่า

1. มีโอกาสตั้งครรภ์ได้ไหมคะ เพราะท้องยากมาก
2. โอกาสเป็นเด็กหัวโตอีกหรือเปล่าคะ จะเกิดเหตุการณ์ซ้ำเหมือนเดิมหรือเปล่าคะ
3. น้ำคร่ำในท้องมากผิดปกติ เกิดขึ้นได้อย่างไร
4. ปัญหาที่เกิด เกิดขึ้นจากสาเหตุใดบ้าง เพราะอะไร

ขอขอบพระคุณ คุณหมอพนิตย์มากค่ะ
คุณนุชนันท์ อุดมสิน


ไขปัญหาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ตอบจดหมายคุณนุชนันท์
อ่านเรื่องที่เล่ามาจนจบ ก็ขอตอบข้อสงสัยกันเลยนะครับ
1. โอกาสตั้งครรภ์ใหม่นั้นมีแน่นอนครับ สามารถตั้งครรภ์ได้อีกแต่จะมีความยากมากกว่าเดิม ด้วยสาเหตุหลายประการคือ
ประการที่หนึ่ง คือ อายุที่มากขึ้นเรื่อยๆ โดยหลักทางการแพทย์กำหนดให้วัยเจริญพันธุ์อยู่ที่อายุไม่เกิน 35 ปี แต่คุณนุชนันท์ อายุ 38 ปี เข้าไปแล้ว เรียกว่าพ้นวัยเจริญพันธุ์ไปเลย เป็นเหตุทำให้ตั้งท้องยากขึ้น คงต้องอาศัยยาช่วยกระตุ้นทำให้ไข่ตกกันบ้าง ก็คงจะทำให้มีโอกาสตั้งครรภ์ได้ง่ายขึ้น

ประการที่สอง ที่ทำให้ท้องยากกว่าเดิมก็คือ รังไข่ทั้งสองข้างมีโรคคือเป็นถุงน้ำซึ่งคุณนุชนันท์ไม่ได้บอกไปว่าเป็นถุงน้ำชนิดอะไร อย่างไรก็ตามรังไข่ที่ไม่สมบูรณ์นัก ย่อมมีผลต่อการตกของไข่ อยู่ไม่มากก็น้อย ขอให้ปรึกษาแพทย์อย่าเพิ่งหมดความหวังตราบใดที่คุณยังมีประจำเดือนออกมาเอง บวกกับความพยายามของคุณคุณก็ยังมีหวังอยู่นะครับ
2. โอกาสเด็กจะผิดปกติ หัวโต (Hydrocephalus) เหมือนครั้งนี้มีน้อยมากครับ เพราะความผิดปกติดังกล่าว ไม่ใช่เรื่องของพันธุกรรมแต่เป็นเรื่องความผิดปกติในตัวของเด็กเอง ซึ่งโอกาสเกิดขึ้นซ้ำอีกมีน้อยมากครับ เพราะมันเป็นหน้าคนละม้วนกันครับ หากตั้งครรภ์ขึ้นมาใหม่ ก็อย่าได้ไปกังวลกับสิ่งที่เกิดขึ้นน้อยมาก แต่อะไรมันจะเกิดก็ให้มันเกิดไปอะไรที่เสียไปแล้ว ก็หามาใหม่ได้ ทำใจให้สบาย อย่าไปคิดอะไรมาก การคิดมาก เครียดมาก บางครั้งทำให้ตั้งท้องยากมากด้วยครับ

3. ปกติน้ำคร่ำนั้น ถูกควบคุมโดยตัวทารกเป็นสำคัญ น้ำคร่ำมีการไหลเวียนอยู่เสมอ เด็กกลืนน้ำคร่ำเข้าสู่ภายในร่างกายเป็นการทำให้น้ำคร่ำลดลง ขณะที่เด็กขับถ่ายปัสสาวะออกมาเป็นการเพิ่มปริมาณของน้ำคร่ำ ระบบประสาทสมองก็มีส่วนในเรื่องนี้เช่นกันดังกรณีของคุณนุชนันท์ ที่ทารกมีความผิดปกติของสมอง ที่มีการอุดตันการไหลเวียนของน้ำในสมองสู่ไขสันหลัง ซึ่งคงเกิดมาตั้งแต่เริ่มมีการสร้างระบบประสาทโน่นแหละครับ แทนที่น้ำไขสันหลังจะมีการไหลเวียนได้อย่างอิสระ แต่กลับมีการอุดตันไหลเวียนไม่ได้ทำให้แรงดันในน้ำไขสันหลัง ซึ่งรวมกันในสมองมีมากขึ้น และมีมากขึ้นเรื่อยๆ และนั่นเป็นสาเหตุทำให้สมองพองโต เหมือนลูกโป่งกระดูกศรีษะก็จะพลอยบานออกตามไปด้วย ปล่อยโอกาสให้น้ำในไขสันหลังและในสมองไหลซึมออกมาสู่น้ำคร่ำเป็นสาเหตุทำให้มีน้ำคร่ำมาอย่างมโหฬาร หมอสามารถเจาะออกมาได้ถึง 4 ลิตร ในขณะที่ปกติไม่ควรมากกว่าลิตรครึ่งด้วยซ้ำไปในขณะที่ตั้งครรภ์ได้แปดเดือน

4. ปัญหาที่เกิดหาคำตอบได้ยาก เพราะส่วนมากแม้ไม่รู้ว่ามีสาเหตุมาจากอะไร ควรเป็นเพราะความผิดปกติในตัวของทารกเองนั่นแหละครับ มันก็เหมือนกับปากแหว่งเพดานโหว่ แต่กรณีของคุณนุชนันท์มันดันเกิดขึ้นกับระบบประสาทและสมอง มันก็เลยเป็นอย่างที่เห็นนี่แหละครับ
ว่าไปแล้วโอกาสที่ทารกจะมีความผิดปกติ ตั้งแต่กำเนิดโดยที่ไม่ทราบสาเหตุที่แน่นอน หรือเป็นประเภทที่ไม่ทราบสาเหตุว่าเป็นเพราะอะไรกันแน่ มีไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นครับ ดังนั้นขอให้คุณนุชนันท์จงพยายามต่อไปในการจะมีลูก ขอให้โชคดี


(update 8 เมษายน 2006)
[ ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ No.150 January 2006 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600