ภาพยนตร์เรื่อง Shall we dance? ที่นำแสดงโดย ริชาร์ด เกียร์ และเจ โร คงจะอยู่ในใจของใครหลายๆ คนนะคะ
นอกจากเรื่องราวที่ประทับใจแล้ว การเต้นรำในเรื่องยังกระตุ้นความกระตือรือร้นและความสดใส
ของคนทุกเพศทุกวัยได้เป็นอย่างดี Audrey จึงอยากชวนคุณแม่มาลองเต้นรำกันดูค่ะ
ทุกวันนี้ คุณแม่หลายคนที่กำลังรู้สึกกดดันกับการทำงาน ครอบครัว การสร้างความสมดุลของทั้งสองอย่าง
ก็ดูเหมือนจะกินเวลานานในแต่ละวัน การแสวงหาช่วงเวลาสนุกสนานเพื่อเติมเต็มสิ่งสวยงามในชีวิตดูเป็นสิ่งจำเป็นมากขึ้น
โดยเฉพาะในขณะที่สังคมเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด และจะดีแค่ไหนถ้าช่วงเวลาที่รื่นเริงนั้น
คุณแม่ยังได้สุขภาพดีกลับมาด้วย
มากกว่าเต้นรำ
- สนุกสนาน ร่าเริงยามเคลื่อนไหวไปรอบๆ ฟลอร์ สารอะดรีนาลินซึ่งเป็นสารแห่งความสุขจะหลั่งออกมา
ทำให้หน้าตาสดใส ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ลดวัยอย่างไม่น่าเชื่อ
- ท่าทางมากมายหลากหลายของการเต้นรำเปรียบได้กับการออกกำลังกาย
เช่น การยืดหยุ่นกล้ามเนื้อจากการเต้นบัลเลต์เพิ่มความแข็งแรงจากกล้ามเนื้อ
เหมือนการเต้นแอโรบิกจากการเต้นแจ๊ซแดนซ์
- เหงื่อออกมากก็ช่วยเผาผลาญแคลอรีได้มากกว่า 500 กิโลแคลอรีต่อการเต้น 30 นาทีขึ้นไป
- ใช้เวลาน้อยและเลือกสถานที่ได้ตามใจ ข้อดีของการเต้นคือ ใช้เวลาน้อยตั้งแต่ 20 นาทีขึ้นไป
และสามารถเต้นรำได้ทั้งในห้องเรียนและที่บ้าน
- การเต้นรำเป็นประตูที่ให้คุณแม่ออกไปพบปะสังสรรค์ผู้คน เพื่อนฝูง ได้สังคมใหม่ๆ
สำหรับคุณแม่ท้องนั้น ก็สามารถสนุกสนานรื่นเริงจากการเต้นรำได้เช่นกัน
โดยมีข้อควรระวังในแต่ละไตรมาสดังนี้
First trimester
คุณแม่ต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษ เลือกการอบอุ่นร่างกายเบาๆ เพื่อให้กล้ามเนื้อและข้อต่อได้เคลื่อนไหวบ้างก็พอ
อย่าพยายามเคลื่อนไหวรุนแรง เพราะจะเสี่ยงต่อการแท้ง การเคลื่อนไหว เช่น การลงเท้าบนพื้นควรจะเบาๆ
และพยายามให้เท้าอยู่บนพื้นเสมอ
จังหวะที่ควรเลือก เช่น การเต้นแบบสโลว์ ร่างกายได้เคลื่อนไหว แถมคุณสามียังได้สวีตกันด้วย
Second trimester
เนื่องจากพุงของคุณแม่ขยายตัวขึ้นมากกว่าเดิมหลายเท่า ท่าทางการเต้นรำจึงควรเลี่ยงท่าทาง
ที่ต้องทำให้คุณแม่ลงไปนอนคว่ำหรือนอนหงายบนพื้น นอกจากนี้พุงที่ยื่นออกมาทำให้คุณแม่
ต้องระมัดระวังเรื่องการทรงตัวมากเป็นพิเศษ ไม่ควรกระโดด การเต้นแบบสั่นสะเทือน
และการเปลี่ยนท่าต่างๆ อย่างรวดเร็ว
จึงหวะที่ควรเลือก คุณแม่สามารถเลือกจังหวะที่ชอบได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงและระมัดระวังท่าทางอย่างที่กล่าวมาแล้ว
จังหวะสนุกๆ อย่างลาติน ฮิพฮอพ ก็ทำให้คุณแม่ขยับตัวให้พอคึกคักได้
Third trimester
ใกล้คลอดเต็มทีแล้ว ควรเพิ่มความระวังมากขึ้น การกระโดด ยกตัว ย่อตัวมากๆ หรือการหมุนตัวควรเลิอกทำโดยเด็ดขาด
หันกลับไปเลือกเต้นรำจังหวะช้าๆ อีกครั้ง
Choose your favorite dance style
ก่อนที่คุณแม่ปิดหนังสือเพื่อไปเปิดเพลงแล้วเต้นๆๆ Audrey ขอนำเสนอรูปแบบของการเต้นรำแต่ละรูปแบบ
ซึ่งมีจุดเด่นแตกต่างกันไป ตั้งแต่จังหวะดนตรีและท่าทางการเต้น คุณแม่ลองเลือกสไตล์ให้โดนใจ
ตามบุคลิกและความถนัดของตัวเองดูนะคะ
- Agentine Tango
ฟังจากชื่อก็รู้ว่าเป็นการเต้นรำที่มีจุดกำเนิดจากประเทศอาร์เจนตินา
จุดเด่นอยู่ที่เป็นการเต้นรำแบบเป็นคู่รักที่ต้องส่งความรู้สึกที่มีความสุขเมื่อทั้งสองร่างประสานกัน
เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งก็คือ ดนตรีแทงโกเหมือนมีเรื่องราวชวนติดตาม คือ มีบทนำ เนื้อเรื่อง และจุดสิ้นสุด
- จึงหวะแทงโก้นั้นชวนให้เคลิบเคลิ้มเหมือนในหนังดังหลายเรื่องค่ะ
- Ballroom
หรือที่เรารู้จักกันดีว่าลีลาศ ซึ่งแพร่หลายในเมืองไทยมานานแล้วค่ะ ที่เราคุ้นจังหวะกันดี
ก็อาทิ The Waltz, Salsa, Quickstep ซึ่งแต่ละจังหวะก็จะมีจุดเด่นแตกต่างกันไปทั้งท่าเต้นและดนตรี
เช่น การเต้น Waltz ทำให้รู้สึกระหง Quick step รู้สึกสนุกสนาน และ Foxtrot เป็นการเต้นรำที่สง่างาม
- ผู้ที่เต้นลีลาศเป็นประจำจะรู้สึกว่าร่างกายได้พัฒนาไปสู่รูปร่างที่ดีขึ้นค่ะ ในที่นี้หมายความว่า
หลังตรง หน้าเชิดขึ้น อีกทั้งยังสนุกสนานไปกับจังหวะที่เร้าใจ แถมยังได้เหงื่อดีด้วยค่ะ ที่สำคัญคือ
การเต้นรำแบบลีลาศยังเหมือนกับการเปิดประตูคุณแม่เข้าสู่สังคมและพบปะผู้คนหลากหลายมากขึ้น
- Contemporaay dance
เป็นการเต้นรำแบบร่วมสมัย ซึ่งถูกพัฒนามาจากการเต้นบัลเลต์
มีท่าทางการเต้นหลากหลายและเพลงหลายสไตล์ พลิ้วไหวไปตามอวัยวะของร่างกาย
เป็นการเรียนรู้ที่จะเข้าใจร่างกายมนุษย์และเน้นความสัมพันธ์ระหว่างร่างกาย จิตใจ และวิญญาณ
รวมไปถึงธรรมชาติรอบๆ ตัว อ้อ... นอกจากจะดีต่อสุขภาพแล้ว การเต้นรำแบบร่วมสมัยนี้
ยังมีผลในทางจิตใจคือทำให้มีสติและทราบการเคลื่อนไหวของร่างกายอยู่เสมอ
- Hip Hop
คุณแม่ที่อยากฮิตตามเทรนด์จริงๆ ลองเลือกการเต้นฮิพฮอพดูสิคะ เต้นเพลิดเพลินไปตามจังหวะที่เร้าใจ
ผู้เต้นจะได้ความแข็งแรงของร่างกายและการยืดเหยียดไปพร้อมๆ กัน ชนิดที่ว่าเต้นบ่อยๆ
เหมือนกับการไปเข้าฟิตเนสเลย ถ้าท่าทางพิสดารไม่มากไปแค่ขยับศีรษะ ส่ายสะโพก
โยกเอวไปตามจังหวะพร้อมเจ้าตัวเล็กก็ไม่ผิดกติกา นอกจากนี้ยังได้สนุกสนานเพลิดเพลินไปกับเพลงสมัยใหม่ที่สุดฮิต
ลองเลือกเพลงแร็พมันส์ๆ จาก Eminem, 50 CENT ดู ส่วนของไทย โจอี้ บอย ก็ยังเป็นขวัญใจของ Audrey อยู่ดี
- Latin dance
จังหวะเร้าใจสนุกสนานอย่าง The Cha Cha, Rumba, Samba และ Social Rock'n'Roll คงจะคุ้นเคยกันดี
แต่ละจังหวะมีจุดเด่นที่ต่างกันไป เช่น Cha Cha จะดูเหมือนคนกำลังเกี้ยวกัน Samba เป็นจังหวะของ Brazilian carnival
จังหวะ Jive (Rock'n'Roll) จะสร้างความสนุกสนาน ขณะที่ Rumba จะเกี่ยวข้องกับความรักและการยั่วยวน
ปิดท้ายด้วย Salsa เป็นการเต้นรำเหมือนปิดเทศกาลให้ทุกคนมาอยู่ในอารมณ์ร่าเริงเหมือนกัน
และคล้ายกับ Ballroom การเต้นรำแบบลาตินจะสร้างบุคลิกภาพให้ดูดีขึ้น หน้าท้องแขม่วลง หน้าเชิด อกไหล่ตึง
จิตใจพลิ้วไหวไปกับจังหวะเสียงเพลงที่แตกต่างกันไป
- Street dance
คล้ายกับการออกกำลังกายแบบแอโรบิกและมีแนวเพลงที่โดดเด่น เป็นท่าเต้นรำที่เน้นการใช้กล้ามเนื้อ
แม้ว่าการเต้นแบบนี้จะไม่มีท่าทางตายตัวเหมือนกับการเต้นในรูปแบบอื่นๆ แต่ก็นั่นแหละที่ทำให้สตรีต
แดนซ์มีเอกลักษณ์โดดเด่นในแบบของตัวเอง เพลง pop dance จังหวะมันส์ๆ ก็สามารถเต้นได้หมด
เช่น เพลงของไคลี่ มีน็อกซ์ หรือบริทนี่ย์ สเปียร์ อ้อ sexy naughty bitchy ของทาทา ก็ไม่เลวนะคะ
- ผู้เต้นจะได้ความแข็งแรงและความสามารถในการควบคุมกล้ามเนื้อของร่างกาย
และยังสามารถออกแบบท่าเต้นเป็นรูปแบบต่างๆ ได้อีกด้วย
- Jazz dance
เป็นการเต้นรำที่เน้นไปที่การเคลื่อนไหวของร่างกายความยืดหยุ่นของลำตัว ความเร็ว
และความถูกต้องของจังหวะที่ยังสนุกสนาน เพราะรวบรวมดนตรีแจ๊ส ฮิพฮอพ
เพื่อให้สอดรับกับการสนองตอบของร่างกาย ผู้เล่นจะได้ความแข็งแรงของร่างกาย สนุกสนานอย่างแน่นอน
- Indian dance
เป็นการเต้นรำผสมผสานระหว่างระบำปลายเท้า (Prada Vinyasa)
การเคลื่อนไหวของมือและการกำหนดท่าทางต่างๆ (Hasta Viniyoga) และการเคลื่อนไหวของสายตา (Netra Kriya)
เช่น การเต้นแบบคลาสสิก (Kuchipudi) เป็นการเต้นของอินเดียตอนใต้ที่มีการเคลื่อนไหวหลายอย่าง
เช่น การก้าวจังหวะแบบพื้นฐาน การเคลื่อนไหวของตาและคอไปพร้อมๆ กับการก้าวเท้า
(update 20 มีนาคม 2006)
[ ที่มา..
นิตยสารดวงใจพ่อแม่ ฉบับที่ 11 No.122 ธันวาคม 2005 ]
|