อัตราซาวนด์ที่อยากรู้ ตอนที่ 3
ตรวจหาความผิดปกติของสมองทารกในครรภ์


ปกติก่อนจะตรวจร่างกายทารกในครรภ์ เราจำเป็นต้องตรวจภาวะแวดล้อมรอบตัวของทารกก่อนครับ โดยดูทั้งจำนวนทารกในครรภ์ การเต้นของหัวใจ ตำแหน่งท่าทาง ปริมาณน้ำคร่ำรอบตัวทารก นอกจากนี้ยังต้องตรวจดูตำแหน่งและเกรดของทารก (ความแก่ของรก) ดูบริเวณมดลูกว่ามีเนื้องอกและความผิดปกติอื่นใดที่บริเวณปีกมดลูกร่วมด้วยอีกหรือไม่

ซึ่งความผิดปกติทางโครงสร้างของทารกอาจเป็นผลมาจากพันธุกรรม สภาพแวดล้อมอื่นๆ โดยร้อยละ 50 จะไม่ทราบสาเหตุ เพราะมีข้อจำกัดหลายอย่างในการวินิจฉัย โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ เช่นช่วง 8 สัปดาห์ของการตั้งครรภ์ จะมีการยื่นของลำไส้ทารกเข้าไปในสายสะดือจนเกิดเป็นก้อนขึ้นมา แล้วจะกลับเข้าไปในช่องท้องของทารกเมื่ออายุครรภ์ 11 สัปดาห์ อันอาจจะทำให้คิดว่าเป็นลำไส้ที่ยื่นผิดปกติได้แต่จริงๆ เป็นลักษณะที่พบได้ปกติครับ

ปัจจุบันได้มีความพยายามที่จะตรวจหาความผิดปกติทางโครงสร้างของทารกตั้งแต่ในไตรมาสแรก แต่ตอนนี้สูติแพทย์ทั่วไปยังคงยึดถือการตรวจในช่วงไตรมาสที่ 2 เป็นมาตราฐานโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูงในวินิจฉัย ดังนั้นโดยตามจริงไม่ว่าจะตรวจอัลตราซาวนด์ในช่วงใดของอายุครรภ์ก็ตาม จะไม่สามารถวินิจฉัยความผิดปกติทุกอย่างของทารกในครรภ์ได้ครับ

ส่วนความผิดปกติที่พบบ่อยนั้น ผมขอเริ่มจากความผิดปกติของระบบประสาทส่วนกลาง ศรีษะของทารกนั้นมีส่วนความสำคัญอย่างยิ่งในการใช้กำหนดอายุครรภ์ แพทย์ต้องวัดความกว้างของศรีษะของทารก ซึ่งเราเรียกว่า Biparietal diameter เป็นมาตราฐานในการคำนวณอายุครรภ์ ความผิดปกติแต่กำเนิดในระบบประสาทส่วนกลางที่พบก็เช่น



ภาพอัตราซาวนด์น้ำในสมองทารก

ภาพอัลตราซาวนด์ทารกที่มีก้อนเนื้อยื่นออกจากศีรษะ


ทารกหัวบาตร (Hydrocephalus) เป็นภาวะที่มีปริมาณน้ำในช่องสมอง (Cerebrospinal fluid = CSF) เพิ่มมากผิดปกติอะไรก็ตามที่ทำให้มีการสร้าง CSF เพิ่มขึ้น จะทำให้มีการดูดซึมกลับของ CSF ช้าลง หรือมีอะไรไปขวางทางไหลเดินของ CSF ก็จะทำให้เกิดเด็กหัวบาตรขึ้นในที่สุด

แพทย์เราจะวัดความกว้างของช่อง Ventricle ในสมอง ซึ่งปกติความกว้างประมาณ 7.6
0.6 มม. ตลอดอายุครรภ์ตั้งแต่ 15-40 สัปดาห์ หากมากกว่า 15 มม. ถือว่าผิดปกติครับ

มีช่องว่างในสมอง ที่เรียกว่า Holoprocencephaly ก็เป็นความผิดปกติที่มักพบร่วมกับการที่ทารกมีตาเดียว (Single orbit) มีปากแหว่งตรงกลาง มีช่องจมูกช่องเดียว และอาจพบมีก้อนเนื้อยื่นเหนือระดับตาด้วย

ในบางรายอาจจะไม่พบกะโหลก (anencephaly) และมีลักษณะตาคล้ายกบ เรียกว่า Frog eye appearance ลักษณะอื่นที่พบด้วย ได้แก่ ครรภ์แฝดน้ำ เกิดจากการมีการผลิตน้ำคร่ำมากขึ้นร่วมกับการที่ทารกในครรภ์กลืนน้ำคร่ำได้ไม่ปกติ โดยภาวะที่ทารกไม่มีกะโหลกศรีษะนี้สามารถตรวจหาได้ตั้งแต่อายุครรภ์ 12 สัปดาห์

นอกจากนี้ในกรณีที่คุณแม่ตั้งครรภ์แล้วเกิดมี การติดเชื้อในครรภ์ โดยเฉพาะการติดเชื้อกลุ่ม Virus ได้แก่ toxoplasma หัดเยอรมัน cytomegalovirus เริม ซึ่งสามารถผ่านรกทำให้ทารกติดเชื้อได้ ส่งผลให้มีการติดเชื้อในสมองของทารก ทำให้ศรีษะทารกเล็ก เนื้อสมองฝ่อ ช่องสมองที่มีน้ำใหญ่ขึ้น นอกจากนี้จะเห็นจุดขาวๆ ในเนื้อสมอง ซึ่งเกิดจากสะสมของแคลเซียมรวมทั้งอาจตรวจพบตับ หรือม้ามโต ในกรณีของการติดเชื้อ cytomegalovius ด้วย

กรณีมีการอุดตันของหลอดเลือดแดง หลอดเลือดดำ หรืออุดตันของเส้นเลือดในสมองทารกข้างใดข้างหนึ่ง จะทำให้เกิดการฝ่อตัวของเนื้อสมองในข้างเดียวกัน โครงสร้างภายในสมองก็จะโย้ไปด้านที่ฝ่อได้

ในบางรายมีการอุดตันของหลอดเลือดแดงของทารกทำให้เกิดการทำลายของเนื้อสมอง เมื่ออัลตราซาวนด์ แพทย์จะเห็นของเหลวเต็มกะโหลกศรีษะ โดยไม่เห็นเนื้อสมองเลย

ทารกบางรายมี ถุงน้ำทึบและขอบขาว (choroids plexuscyst) ในภาพอัลตราซาวนด์อาจพบในถุงน้ำเดี่ยวหรือหลายๆ ถุงติดกัน อาจพบข้างเดียวหรือ 2 ข้างก็ได้ โดยปกติจะพบในไตรมาสที่ 2 และหายไปเองภายในอายุครรภ์ 24-28 สัปดาห์ (6-7 เดือน)

การพบถุงน้ำ Chroid plexus นี้ อาจมีความสัมพันธ์กับความผิดปกติของโครโมโซมที่เรียกว่า trisomy 18 ซึ่งสามารถตรวจพบความผิดปกติของแขนขา หรือมือร่วมด้วยได้

นี่เป็นรายละเอียดความผิดปกติของทารกในครรภ์ ซึ่งผมเริ่มเกริ่นจากความผิดปกติของสมองของทารกเฉพาะอย่างเดียวเท่านั้น เป็นเพียงตัวอย่างที่คุณแม่อ่านแล้วจะได้เข้าใจถึงความผิดปกติของศรีษะทารกในครรภ์ แต่ยังมีความผิดปกติในโครงสร้างส่วนอื่นๆ ของทารกได้อีก จึงอยากให้คุณแม่ติดตามในฉบับต่อๆ ไปครับ


(update 22 พฤศจิกายน 2006)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 24 ฉบับที่ 283 สิงหาคม 2549]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600